มาตรวัดตลาดรถ

อีเลคทรอนิคส์ จะเฟื่องฟู


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนกันยายน 2019/2018

ตลาดโดยรวม  -14.1 %
รถยนต์นั่ง -4.7 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV)  -23.8 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) +22.4 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ -21.3 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ -25.0 %
อื่นๆ -11.8 %

 

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-กันยายน 2019/2018

ตลาดโดยรวม  +2.0 %
รถยนต์นั่ง +1.0 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) -6.7 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) +81.2 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ +3.1 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ -8.1 %
อื่นๆ +3.7 %

 

เป็นที่ทราบกันดีว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยกำลังมุ่งสู่รถไฟฟ้า ที่เราน่าจะได้เห็นรถไฮบริด ทั้งแบบ ไฮบริด-ไฟฟ้า หรือ พลัก-อิน ไฮบริด วิ่งกันบนถนนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์ เพื่อนำไปใช้ในยานยนต์ของไทยเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์ต่างชาติ โดยเฉพาะสัญชาติญี่ปุ่น ทยอยเข้ามาผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทย เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ตามการปรับเปลี่ยนเชิงเทคโนโลยี จากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า จากเดิมในปี 2546 ต้นทุนชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์ที่ใช้ในการผลิตรถยนต์ประเภทสันดาปภายใน (ICE) ของไทยโดยเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 22.7 % ของต้นทุนชิ้นส่วนทั้งหมดในรถยนต์หนึ่งคัน เพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ราว 33.4 % ในปี 2561 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกในระยะข้างหน้า

 

โดยรถไฟฟ้าประเภทไฮบริด (HEV) และพลัก-อิน ไฮบริด (PHEV) จะมีสัดส่วนต้นทุนดังกล่าวอยู่ที่ราว 50 % ในขณะที่รถไฟฟ้าแบบแบทเตอรี (BEV) จะมีสัดส่วนอยู่ที่ราว 70 % ทั้งนี้ ปัจจุบันค่ายรถยนต์ที่มีฐานการผลิตในไทยหลายค่ายได้เร่งลงทุน และเริ่มเปิดตัวรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์ HEV และ PHEV ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์ในภาคการผลิตรถยนต์กำลังเริ่มเปลี่ยนทิศทาง ไปสู่อีเลคทรอนิคส์ในรถไฟฟ้ามากขึ้น

 

โดยประเมินว่า ในช่วงปี 2562-2565 มูลค่าความต้องการชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์ในการผลิตรถยนต์ของไทยจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยราว 4.8 % ต่อปี (CAGR) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของความต้องการชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์สำหรับการผลิตรถไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยถึงราว 72.5 % ต่อปี (CAGR) ตามปริมาณการผลิตรถยนต์ HEV/PHEV ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ และการส่งออกในช่วงดังกล่าว ในขณะที่ความต้องการชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์สำหรับรถยนต์ ICE จะเติบโตเฉลี่ยเพียง 1.2 % ต่อปี

 

ปัจจุบัน ในประเทศไทยมีทั้งผู้เล่นหน้าเก่า หรือผู้ที่ผลิตอยู่เดิม กับผู้เล่นหน้าใหม่ ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด โดยทั้ง 2 กลุ่มผู้เล่น ประเมินกันว่ามีแนวโน้มการลงทุน คือ

 

ผู้เล่นหน้าเก่า แนวโน้มการลงทุนในไทยของผู้เล่นในกลุ่มนี้ คาดว่า จะได้รับแรงหนุนสำคัญจากเกณฑ์การได้รับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าของ บีโอไอ ที่กำหนดให้ค่ายรถ (รวมความถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน TIER-1 ในเครือ) ต้องลงทุนผลิตชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เช่น แบทเตอรีขับเคลื่อน มอเตอร์ ไฟฟ้า และอินเวอร์เตอร์ เป็นต้น เพื่อที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้เกิดการเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์ที่เกี่ยวข้องในระดับ TIER-2 เช่น เซนเซอร์วัดอุณหภูมิในแบทเตอรีวงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า และวงจรแปลงกระแสไฟของอินเวอร์เตอร์ เป็นต้น ทั้งนี้ เบื้องต้นค่ายรถส่วนใหญ่เลือกที่จะลงทุนผลิตแบทเตอรีขับเคลื่อนเป็นชิ้นส่วนแรก เพื่อที่จะได้เข้าเงื่อนไขการได้รับสิทธิประโยชน์ในชั้นต้น และคาดว่าในระยะ 3 ปีข้างหน้า ค่ายรถต่างๆ น่าจะเริ่มลงทุนผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า และอินเวอร์เตอร์ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในลำดับถัดไป

 

ผู้เล่นหน้าใหม่ มีแนวโน้มลงทุนในไทยเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยเข้าร่วมห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์ในระดับ TIER-2 มากกว่าจะเข้ามาในระดับ TIER-1 ซึ่งผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปที่ใช้ในการประกอบรถไฟฟ้า เนื่องจากเป็นการยากที่กลุ่มผู้เล่นหน้าใหม่จะเข้ามาแข่งขันกับกลุ่มผู้เล่นเดิมในระดับ TIER-1 เพราะต้องสร้างความน่าเชื่อถือ และการยอมรับจากค่ายรถก่อน ประกอบกับผู้ผลิตชิ้นส่วน TIER-1 ส่วนใหญ่มักเป็นบริษัทลูกของค่ายรถ ทำให้มีโอกาสไม่มากที่จะเข้าไปแทนที่ในห่วงโซ่การผลิต นอกจากนี้ กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์เดิมในระดับ TIER-2 ของห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ ICE มักเชี่ยวชาญเฉพาะชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ ทำให้เป็นโอกาสของผู้เล่นหน้าใหม่ในการเข้ามาแข่งขันเพื่อเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานได้

 

แต่ในระยะยาว เมื่อห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์ยานยนต์ไทย สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วนรถไฟฟ้าได้มากขึ้น จะช่วยหนุนให้การส่งออกสินค้าอีเลคทรอนิคส์ของไทยสามารถตอบสนองความต้องการของโลก ที่กำลังเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีได้มากขึ้น

 

ขณะเดียวกัน ความต้องการช่างอีเลคทรอนิคส์ ก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว อีเลคทรอนิคส์ จงเจริญ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2562
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/QMgSj
อัพเดทล่าสุด
1 Sep 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
5.1-5.4 แสน
2.
5.4-6.0 แสน
3.
6.0-7.3 แสน
4.
6.8-8.4 แสน
5.
5.1 ล้าน
6.
5.3-6.7 แสน
7.
5.4-6.8 แสน
8.
3.3-7.6 ล้าน
9.
3.2-5.8 ล้าน
10.
6.7-10.8 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ