บทความ

สูดอากาศสดที่ “ดอยสกาด” แหล่งธรรมชาติบำบัดบนดอยสูง


“ดอยสกาด” คือ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในจังหวัดน่าน เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวไทยภูเขาเผ่าลัวะ ที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตเรียบง่าย และด้วยความที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก ธรรมชาติที่นี่จึงบริสุทธิ์มาก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนชาร์จพลังงานให้ร่างกาย “ชีวิตอิสระ” จะพาไปสัมผัสดอยสูงที่เงียบสงบแห่งนี้

ไต่ดอยสกาด กับ อีซูซุ มิว-เอกซ์

 

DSC_8745

  • เส้นทางในหมู่บ้านเป็นถนนลาดยางที่คดโค้งสวยงาม มีฉากหลังเป็นบ้านไม้ตามไหล่เขา

 

ดอยสกาด ตั้งอยู่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน จากกรุงเทพฯ เดินทางไม่ยาก ใช้สายเอเชียมุ่งสู่ภาคเหนือ เมื่อถึงนครสวรรค์ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 117 ผ่านพิษณุโลก อุตรดิตถ์ สู่ทางหลวง 101 ที่แพร่ ผ่านน่านขึ้นไปอำเภอปัว 80 กม. จากนั้นไต่เขาอีก 22 กม. ถึงหมู่บ้านสกาด

 

ระยะทาง 750 กม. จากกรุงเทพฯ ใช้เวลา 11 ชม. ถ้าขับรถทั่วไปคงล้าไปนานแล้ว แต่ครั้งนี้ผมได้ อีซูซุ มิว-เอกซ์ เป็นพาหนะคู่ใจ ช่วงล่างที่เซทมาให้นุ่มนวล เมื่อผ่านถนนขรุขระสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี แม้บางโค้งจะมีอาการโคลงตัวบ้าง แต่โดยรวมแล้วสามารถควบคุมรถได้ง่าย เครื่องยนต์ขนาด 1.9 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ 150 แรงม้า ไม่จี๊ดจ๊าดเหมือนเครื่อง 3.0 ลิตร แต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานครั้งนี้

 

 

ถิ่นชาอัสสัม ใบเมี่ยง และมะแขว่น

 

DSC_8964-copy

  • เส้นทางเข้าหมู่บ้านบางช่วงแคบ และไม่มีรั้วกั้น

 

ทางสู่ดอยสกาดลาดยางแล้วตลอดสาย แม้บางช่วงจะชันหน่อย แต่รถทุกชนิดสามารถผ่านไปได้

 

DSC_8724

  • ทันทีที่ถึงหมู่บ้าน จะเห็นบ้านเรือนชาวเขาเป็นกลุ่มๆ

 

DSC_8941

  • ความสวยงามของถนนในหมู่บ้าน

 

ทันทีที่ถึง เราจะพบกับบ้านเรือนชาวเขาเผ่าลัวะ ปลูกแทรกตัวตามไหล่เขาเป็นกลุ่มๆ และเกือบทุกหลังจะมีต้นมะแขว่น ซึ่งเป็นเครื่องเทศพื้นเมืองของภาคเหนือ รวมถึงต้นชา สายพันธุ์อัสสัม ขึ้นอยู่แทบทุกบ้าน ถ้าสังเกตจะเห็นว่าต้นชาที่นี่ไม่ค่อยเป็นแถวสวยงามเหมือนต้นชาที่อื่นๆ นัก เพราะส่วนใหญ่เน้นปลูกใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่

 

ใบชาอัสสัม นิยมปลูกเอามาทำ “ใบเมี่ยง” ไว้รับประทาน รวมถึงนำไปทำของใช้ เช่น หมอนใบเมี่ยง โดยใช้ใบเมี่ยงแก่มาอบแห้ง แล้วใส่เป็นไส้ของหมอนรูปร่างต่างๆ กลิ่นหอมของใบเมี่ยงจะช่วยคลายเครียด และดูดซับกลิ่นต่างๆ ได้ ซึ่งเหมาะกว่าต้นชาสายพันธุ์ “อู่หลง” ที่นิยมปลูกเพื่อนำใบมาทำชาเท่านั้น จนทำให้ดอยสกาดมีชื่อเสียงในเรื่องใบเมี่ยง และมะแขว่น

 

 

สกาดดีโฮมสเตย์ ไม่พัก ก็แวะได้

 

DSC_8838

  • ห้องรับประทานอาหารเช้า

 

นักท่องเที่ยวที่มาดอยสกาด ส่วนมากต้องการมาพักค้างแรมเพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติ และอากาศบริสุทธิ์ ปัจจุบันมีที่พักแบบโฮมสเตย์เพิ่มขึ้นเป็น 3 แห่ง ได้แก่ สกาดดีโฮมสเตย์, ชาวดอยโฮมสเตย์ และอุ่นไอใบเมี่ยง

 

DSC_8649

  • ระเบียงหน้าห้องพัก เห็นวิวได้ไกลสุดสายตา

 

DSC_8654

  • ห้องพักชั้นบนภายในสกาดดีโฮมสเตย์ แม้ไม่มีแอร์ แต่นอนสบายด้วยอากาศที่เย็นในตอนกลางคืน

 

DSC_8806

  • ครัวเล็กๆ ที่มีภาพวาดประจำถิ่น

 

แต่ที่พักที่เปิดตัวคู่กับชื่อเสียงของดอยสกาด จนเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว คือ “สกาดดีโฮมสเตย์” ซึ่งดัดแปลงบ้านไม้ให้เป็นที่พัก มีทั้งหมด 3 ห้อง แต่ละห้องนอนรวมกันได้ 3 คน มีห้องน้ำในตัว รวมแล้วพักได้สูงสุดไม่เกิน 10 คน/คืน ส่วนราคาขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่พัก ถ้ามาหลายคนก็เฉลี่ยเริ่มต้นคนละ 800 บาท ซึ่งรวมอาหารเย็น และอาหารเช้าแล้ว โดยทุกห้องสามารถมองเห็นวิวของเทือกเขาภูคาได้แบบพาโนรามา

 

DSC_8848

  • กินข้าวริมระเบียงยามเช้า คือ เสน่ห์ของที่นี่

 

DSC_8683

  • สายหมอกไหลเอื่อยๆ จะมีให้เห็นเกือบทุกวันในเวลาเช้า

 

นอกจากนี้ สกาดดีโฮมสเตย์ ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชมบรรยากาศ จิบชา ดริพกาแฟ และถ่ายรูปเชคอินได้อีกด้วย

 

 

ชิมชาอัสสัม ของดีดอยสกาด

 

DSC_8795

  • ต้นชาอัสสัม มีให้เห็นทั่วหมู่บ้าน

 

ชาดอยสกาด ผลิตจากใบเมี่ยงชาอัสสัม ที่ปลูกแบบออร์แกนิคบนที่ราบสูง รสชาติเข้มข้น แต่ด้วยความที่ใช้ใบชาจากกลุ่มชาอัสสัม เรื่องกลิ่น และความหอมของใบชาจะน้อยกว่าชาจากกลุ่มชาอู่หลง ดังนั้น ชาดอยสกาดจึงต้องผสมพืชสมุนไพรท้องถิ่นเข้าไป เช่น หญ้าหวาน ทำให้รสอมหวานนิดๆ และมีความหอมของสมุนไพรธรรมชาติ พร้อมสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ สีชมพู และสีส้ม จิบแล้วสดชื่น ชุ่มคอ

 

 

กาแฟดอยสกาด รสเข้มแต่ไม่ขม

ดอยสกาดมีชื่อเสียงด้านการปลูกชา (ใบเมี่ยง) และมะแขว่น เป็นหลัก แต่ปัจจุบันเริ่มปลูกกาแฟพันธุ์อราบิคา บนความสูง 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลด้วยแล้ว ซึ่งไร่กาแฟที่กำลังโด่งดังบนดอยสกาดแห่งนี้ก็คือ “ไร่จักษ์กะพัฒน์” ของ 2 หนุ่มฝาแฝดที่ชื่อ จักษ์ กับพัฒน์ นั่นเอง

 

รสชาติกาแฟไม่เน้นให้มีความขมเกินไป เพราะความขมไม่ได้ขึ้นอยู่กับเมล็ดกาแฟ แต่อยู่ที่ขั้นตอนการคั่วมากกว่า หากอยากให้ขม หรือ เข้มมากๆ ก็แค่คั่วนานจนไหม้

 

ผมลองจิบกาแฟดริพทั้งแบบคั่วเข้ม และคั่วอ่อน ครั้งแรกที่ดื่มเข้าไป คือ รสชาติจะอมเปรี้ยวนิดๆ แล้วหลังจากนั้นความเปรี้ยวจะหายไป เริ่มรับรู้ถึงรสหวาน และความหอมของกาแฟขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

เดิน 3 กม. เที่ยวรอบหมู่บ้าน

 

DSC_8798

  • ทางเดินเที่ยวรอบหมู่บ้าน

 

นอกจากดื่มชา ชิมกาแฟ นอนพักผ่อนชมวิวสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังมีกิจกรรมที่ห้ามพลาด นั่นคือ การเดินชมวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้าน ระยะทางประมาณ 3 กม. ถ้ามาช่วงเย็น หรือวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีไกด์ท้องถิ่นตัวเล็กพาเดินชม เป็นอาชีพเสริมหลังกลับจากโรงเรียน

 

ทางเดินนั้นไม่กว้างนัก เป็นเส้นทางเล็กๆ พอดีตัว ที่โค้งชันขึ้น/ลงตามไหล่เขา ตลอดทางเดินจะเห็นโรงเก็บไม้ที่ใช้ทำฟืน ต้นชาอัมสัม และต้นมะแขว่นแทบทุกบ้าน บางบ้านเลี้ยงเป็ด ไก่ รวมถึงหมูป่าตัวดำด้วย

 

DSC_8900

  • ร้านขายของชำประจำถิ่น

 

เราเดินชมหมู่บ้านสักพักใหญ่ ก็มาสุดเส้นทางเดินที่โรงเรียนสกาดพัฒนา จากนั้นเราต้องเดินกลับทางถนนใหญ่ ระหว่างทางเจอกับชาวบ้านทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้เฒ่าที่กำลังเคี้ยวใบเมี่ยงกันอย่างเอร็ดอร่อย ทุกคนยิ้มแย้ม ให้การต้อนรับเราเป็นอย่างดี เจอร้านซ่อมรถ ร้านขายของชำ และที่ขาดไม่ได้ คือ ร้านก๋วยเตี๋ยวคุณหลิ่ง เป็นร้านนั่งห้อยขาที่ใครมาที่นี่ก็ต้องมากินให้ได้ เพราะวิวสวยอลังการ ส่วนรสชาติก็พอได้ครับ

 

 

เสน่ห์ยามเช้า คือ ไฮไลท์ของที่นี่

หากใครค้างบนดอยสกาด อยากให้รีบตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะนอกจากจะได้เห็นทะเลหมอกที่สวยงาม และแสงสีทองที่สดใสแล้ว หากมาช่วงฤดูหนาว หรือหลังฝนตกใหม่ๆ จะเห็นคลื่นทะเลหมอกไหลเอื่อยๆ กระทบผ่านตัวเราไป เป็นความรู้สึกสดชื่นที่หาได้ยาก

 

DSC_8908

  • คุณยายกำลังฝัดข้าว เพื่อนำสิ่งสกปรกออก

 

DSC_8950

  • กองฟืนถูกเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

DSC_8910

  • ถนนในหมู่บ้านคดโค้งสวยงาม มีความสะอาดอย่างไม่น่าเชื่อ

 

การมาดอยสกาดครั้งนี้ ผมได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของวิถีชาวบ้าน ทั้งวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และอาหารการกิน เป็นการบำบัดร่างกาย และจิตใจ ด้วยธรรมชาติที่ได้ผลจริงๆ

 

 

แผนที่เส้นทาง

 

map

 

 

ที่กิน

 

food

 

ใครมาดอยสกาด แล้วคิดจะหาร้านอาหารสำหรับมื้อเย็น คงต้องผิดหวัง เพราะบนดอยนี้ไม่มีร้านอาหารเปิดขายตอนเย็นแม้แต่ร้านเดียว ทางเดียวที่จะได้กิน คือ เข้าพักที่ “สกาดดีโฮมสเตย์” เพราะที่นี่มีบริการอาหารให้แก่แขกที่เข้าพัก เป็นอาหารพื้นเมืองชุดใหญ่ที่จัดบนขันโตกอย่างสวยงาม ทั้งผักต้ม น้ำพริกอ่อง แคบหมู ซุปมะเขือ ต้มหมู และหมูกรอบสูตรเฉพาะ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด อาหารทุกอย่างจะใส่มะแขว่น เครื่องเทศขึ้นชื่อของที่นี่ เพิ่มความหอม และรสชาติ ทำให้อาหารที่นี่อร่อยทุกอย่าง

 

 

ที่นอน

 

bed

 

ใครไปอำเภอปัว ตอนพลบค่ำอย่างผม แนะนำให้หาที่พักใกล้ๆ ทางขึ้นดอยสกาด เพราะทางขึ้นดอยสกาดเป็นทางแคบ และสูงชัน รวมถึงมีโค้งอันตรายอยู่หลายจุด หากขับรถตอนกลางคืนโดยไม่ชำนาญ อาจเกิดอันตรายได้ ผมเลือก “บ้านสวนคุณย่า” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทางขึ้นดอยสกาดมากนัก รีสอร์ทนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ในอำเภอปัว ล้อมรอบด้วยผืนนาสีเขียวสุดลูกหูลูกตา โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาน้อยใหญ่ บรรยากาศเป็นส่วนตัว เงียบสงบ และอบอุ่น ห้องพักสวยงาม สามารถชมวิวสวยๆ ได้จากห้องพัก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ในราคาเริ่มต้นที่ 1,000 บาทเท่านั้น

 

 

ขอขอบคุณ

DSC_9274-copy

 

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จํากัด ที่เอื้อเพื้อพาหนะในการเดินทาง



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
ภาพโดย : สายชล อรรถาเวช
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2562
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/4fsBY
อัพเดทล่าสุด
2 Dec 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,649,000
2.
2,299,000
3.
4,999,000
4.
546,000
5.
564,000
6.
4,999,000
7.
579,500
8.
3,999,000
9.
3,699,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ