เรื่องเด่นจาก GADGET/HOW IT WORKS

มาสะพายกล้องท่องโลกกันเถอะ


กล้องแอคชัน 4K กล้องวีดีโอขนาดเล็กรุ่นใหม่ๆ ทำให้คุณสามารถบันทึกภาพระดับมืออาชีพได้ แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าตัวไหน “ใช่” แบบที่คุณต้องการ

เรื่อง: CHRIS BARNES, SPENCER HART ภาพ: NEIL GODWIN

 

แม้ว่า GOPRO จะเป็น ทอพ บแรนด์ ในตลาดมานาน แต่ความสามารถปัจจุบันของกล้องยี่ห้อ DJI และ SONY ก็พร้อมที่จะท้าชิงบัลลังก์

 

นี่คือ กล้องระดับพรีเมียม 3 ตัว ที่พกพาง่าย และทนทานมาก ความคมชัดระดับ 4K มีรูปแบบการบันทึกวีดีโอระดับมืออาชีพ (ถึงขั้นสามารถอัพโหลดวีดีโอของคุณลง YOUTUBE ได้เลย โดยไม่ต้องปรับแต่ง)

 

เพราะกล้องทั้ง 3 ตัว มีขนาดเล็ก จึงสามารถติดตั้งได้แทบทุกที่ แถมยังมีฟังค์ชันแสดงภาพที่กำลังบันทึกอยู่ และฟังค์ชันปรับตั้งค่า พร้อมระบบรองรับการเคลื่อนไหว ดังนั้น มั่นใจได้เลยว่า การบันทึกวีดีโอระหว่างปั่นจักรยานจะเป็นไปอย่างราบรื่น

 

เพราะมีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน ทั้ง GOPRO และ DJI จึงเป็นคู่แข่งทางการตลาดที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ส่วน SONY แม้จะอยู่ห่างออกมา แต่ก็มีรูปแบบวีดีโอมากมาย แข็งแรงทนทาน กันน้ำ และมีลูกเล่นทุกแบบที่คุณคาดหวังจากกล้องแอคชัน เราอาจพูดได้ว่า กล้องเหล่านี้ ต่างก็เน้นความทนทาน และวิธีที่หลากหลายในการบันทึกภาพ ทุกรุ่นมีดีต่างกันไป แต่รุ่นไหนละที่ใช่ที่สุด สำหรับคุณ

 

กล้องที่เราทดสอบ

 

TTT297.sota.sota2

 

1. GOPRO HERO7 BLACK

กล้องตัวทอพของ GOPRO ที่มีความเสถียรในการบันทึกภาพ ความคมชัดระดับ 4K พร้อมฟังค์ชันสุดล้ำต่างๆ เช่น ระบบสั่งการด้วยเสียง และหน้าจอสัมผัสที่แสดงการตั้งค่าทั้งหมด

379 ปอนด์ gopro.com

 

สเปค

ความความละเอียดของวีดีโอ 4K 60 FPS, 2.7K 120 FPS, 1080P 240 FPS และ 720P 240 FPS

ภาพ 12 MP

เซนเซอร์ 1/2.3 นิ้ว CMOS

กันน้ำ (ไม่ใส่เคส) 10 เมตร

ขนาด 62.3×44.9×33 มม.

น้ำหนัก 116 กรัม

จอภาพ ขนาด 2 นิ้ว ระบบสัมผัส

แบทเตอรี 1,220 mAh

 

 

2. DJI OSMO ACTION

 

แอคชัน คาเมรา จากผู้เชี่ยวชาญด้านดโรน มีความสามารถคล้ายกับ GOPRO แต่เปลี่ยนโฉมเล็กน้อย โดยการเพิ่มหน้าจอที่ 2 ที่ด้านหน้า เพื่อให้วางมุมการบันทึกภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น

329 ปอนด์ dji.com

 

สเปค

ความละเอียดของวีดีโอ 4K 60 FPS, 2.7K 120 FPS, 1080P 240 FPS และ 720P 240 FPS (HDR ที่ 30 FPS เท่านั้น)

ภาพ 12 MP

เซนเซอร์ 1/2.3 นิ้ว CMOS

กันน้ำ (ถ้าไม่ใส่เคส) 11 เมตร

ขนาด 65x42x35 มม.

น้ำหนัก 124 กรัม

จอภาพ ด้านหลังขนาด 2.25 นิ้ว ด้านหน้า 1.4 นิ้ว

แบทเตอรี 1,300 mAh

 

 

3. SONY RX0 II

 

แม้มีราคาค่อนข้างสูง แต่ด้วยเซนเซอร์ขนาด 1 นิ้ว ที่ใหญ่กว่ากล้องทั้ง 2 ตัว ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ จอพลิกได้ และความสามารถในการบันทึกวีดีโอระดับพโร (รวมถึงแอพพลิเคชันที่ใช้ควบคุมกล้อง) คุณจะได้วีดีโอคุณภาพดีมากๆ จาก SONY RX0 II

 

สเปค

ความละเอียดของวีดีโอ 4K 30 FPS, 1080P 120 FPS, 1136×384 960 FPS

ภาพ 15 MP

เซนเซอร์ 1 นิ้ว CMOS

กันน้ำ (ถ้าไม่ใส่เคส) 10 เมตร

ขนาด 59×40.5×35 มม.

น้ำหนัก 132 กรัม

จอภาพ 1.5 นิ้ว (พลิกได้)

แบตเตอร์รี่ 700 mAh

 

 

ลำดับที่ 1

GOPRO HERO 7 BLACK

เหตุผลที่ GOPRO ครองตำแหน่งแชมพ์ ในตลาดกล้องแอคชันคาเมรา เป็นเวลานาน

 

มีเมนูใช้งานง่าย ตามท่าทางของสัญชาตญาณ ซึ่งไม่ว่าใครก็สามารถหยิบมาใช้ได้

 

TTT297.sota.sota_gopro1

 

แทนที่จะพยายามพัฒนาความละเอียด หรือจำนวนเฟรม/วินาที ให้มาก GOPRO กลับเลือกที่จะหาวิธีลดความสั่นไหวของวีดีโอ จึงเกิดเทคโนโลยีตัวใหม่ที่เรียกว่า HYPERSMOOTH วงจรอีเลคทรอนิคส์ด้านความเสถียร ซึ่งถูกติดตั้งในตัวกล้อง ทำให้สามารถบันทึกภาพได้ลื่นไหล โดยไม่ต้องพึ่ง GIMBAL ส่วนความละเอียดของวีดีโออยู่ที่ 4K 60 FPS เช่นเดิม และยังมี โหมด SLO-MO 8 เท่า ระดับ FULL HD อีกด้วย ที่สำคัญ คุณภาพของภาพนั้นสุดยอดมาก แถมยังมีออพชันมากมายที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่

 

ด้าน HYPER SMOOTH ก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีรูปภาพหรือวีดีโอที่ผิดแปลกแบบที่เราเคยพบใน GOPRO รุ่นเก่าๆ โผล่มาให้เห็นเลย นับว่าเป็นระบบที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ แม้จะไม่ต่างจาก DJI OSMO ACTION มากนัก แต่ก็ได้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

 

ฟังค์ชันที่เราชอบมากที่สุดของ GOPRO HERO7 BLACK คือ การบันทีกวีดีโอ TIME WARP ซึ่งใช้ความสามารถในการรักษาความเสถียรของภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหวแบบ TIME LAPSES โดยคุณสามารถตั้งกล้องนิ่งๆ และถ่ายไปเรื่อยๆ หรือจะใช้เพื่อเพิ่มความหลากหลายเวลาตัดต่อวีดีโอก็ย่อมได้

 

TTT297.sota.gopro_det1

 

สิ่งที่มาพร้อมกับพัฒนาการด้านการถ่ายวีดีโอคือ การบันทึกเสียงที่ดีขึ้น ไมโครโฟนที่ถูกซ่อนไว้ด้านในสามารถจับเสียงได้หลากหลาย (ทั้งโทนต่ำและโทนสูง) และตัดเสียงรบกวนด้วย

 

TTT297.sota.gopro_det3

 

สิ่งที่เหมือนกับ GOPRO HERO6 คือ หน้าจอสัมผัสที่ด้านหลัง อย่างไรก็ตาม ระบบอินเตอร์เฟศของผู้ใช้ถูกออกแบบใหม่ เมนู โหมด และการตั้งค่าใช้งานได้ง่ายกว่าเดิม เป็นการใช้งานตามท่าทางของสัญชาตญาณ ซึ่งไม่ว่าใครก็หยิบมาใช้งานได้ และยังควบคุมได้ด้วยเสียง ดังนั้น คุณสามารถสั่งการได้ แม้ไม่ได้สัมผัสกล้อง หรือสวมถุงมืออยู่

 

เมื่อเชื่อมต่อ GOPRO เข้ากับแอพพลิเคชันในสมาร์ทโฟน จะมีฟังค์ชันอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น LIVE STREAMING ซึ่งจะสามารถส่งวีดีโอจาก GOPRO ตรงเข้าสู่ FACEBOOK หรือ YOUTUBE ได้เลย (ผ่านสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออินเตอร์เนท) HERO7 BLACK จึงนับเป็นกล้องรูปแบบใหม่ที่น่าประทับใจอย่างมาก ให้ความรู้สึกมีระดับมากกว่ากล้องพลาสติคแบบ DJI OSMO ACTION สามารถกันน้ำได้ลึก 10 เมตร โดยไม่ต้องใส่ HOUSING และถ้าใส่ก็จะกันน้ำได้ลึกถึง 30 เมตร เลยทีเดียว

 

รูปแบบตัวกล้องยังเหมือนเดิม เพิ่มเติม คือ ความสามารถ จึงใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม

 

 

ลำดับที่ 2

DJI OSMO ACTION

เมื่อมี 2 หน้าจอ ความสนุกจะเพิ่มขึ้นไหม อันนี้ไม่รู้ แต่ความสะดวกในการใช้งาน เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าแน่นอน

 

ภาพที่ได้มีสีสันสดใส สว่าง และทิวทัศน์เอาท์ดอร์ก็สมูธดี

 

TTT297.sota.sota_osmo

 

หลังเจาะลึก HERO7 BLACK กันแล้ว ก็มาถึงตาของ OSMO ACTION บ้าง แอคชันคาเมรา ตัวนี้ สามารถกันน้ำได้ 11 เมตร โดยไม่ต้องใส่ HOUSING ขณะที่ GOPRO กันน้ำได้เพียง 10 เมตร แถม OSMO ACTION มีหน้าจอใหญ่ขนาด 2.25 นิ้ว ที่ด้านหลัง และมีตัวกล้องที่ใหญ่กว่า พร้อมราคาที่ถูกกว่า 50 ปอนด์ (โดย GOPRO ก็ลดราคาลงแล้วเช่นกัน เพื่อให้ใกล้เคียงกับคู่ต่อสู้)

 

จากการเปรียบเทียบ OSMO ACTION ดูจะเหนือชั้นกว่า หากพูดถึงหน้าจอด้านหน้าที่อยู่ข้างซ้ายของเลนส์ เพราะหากคุณเป็นบลอกเกอร์ และวางแผนจะถ่ายวีดีโอ คุณคงชอบที่ได้เห็นว่ากล้องจับอยู่ที่หน้าคุณตลอดเวลาขณะถ่ายวีดีโอ เวลาจะปิดหน้าจอ ก็แค่สัมผัสที่จอ หรือจะสั่งการด้วยเสียงก็ได้

 

TTT297.sota.osmo_det1

 

DJI OSMO ACTION ดูจะเน้นประโยชน์ด้านการใช้งานมากกว่ารูปลักษณ์ เนื่องจากมีเคสพลาสติคแข็งแรงสีเทา หากเทียบกับ SATIN ของ GOPRO จะให้ความรู้สึกไม่พรีเมียมเท่าไร แต่ก็ทนทานเหมือนกัน

 

แบทเตอรีชาร์จจนเต็มในเวลา 90 นาที และใช้งานได้นานเท่ากับเวลาชาร์จ เมื่อบันทึกวีดีโอ 4K 30 พร้อมเปิดระบบ ROCK STEADY โดยแบทเตอรีสามารถถอดออกได้ (เหมือนกับ SONY แต่ไม่เหมือน GOPRO) ดังนั้น คุณจึงสามารถพกแบทเตอรีสำรองไว้สำหรับเปลี่ยนได้ หากต้องการถ่ายวีดีโอต่อเนื่องเป็นเวลานาน

 

TTT297.sota.osmo_det2

 

การใช้งานเมนูของ OSMO บนหน้าจอสัมผัสนั้นไม่ยาก เพียงเลื่อนนิ้วไปมาใน 4 ทิศทาง ของจอ เพื่อเลือกเมนูที่แตกต่างกัน และมีปุ่ม QUICK SWITCH อยู่ด้านข้าง เพื่อความง่ายในการเลือกใช้งานระหว่างวีดีโอ HDR วีดีโอปกติ TIME LAPSE และโหมดต่างๆ เพราะฉะนั้น หากพิจารณาเฉพาะความง่ายในการใช้งาน OSMO ACTION เป็นกล้องที่ถูกใจเรามากที่สุด แต่ถ้าพูดถึงแอพพลิเคชัน ความหลากหลายในการตัดต่อวีดีโอ ถือว่ายังเทียบเคียง GOPRO ไม่ได้

 

ระบบ ROCK STEADY คล้ายกับระบบ HYPER SMOOTH ของ GOPRO คือ ทำให้รู้สึกเหมือนถ่ายอยู่บน GIMBAL เราลองถ่ายที่ความละเอียด 4K 30 FPS ภาพที่ได้มีสีสันสดใส สว่าง คมชัด และทิวทัศน์กลางแจ้งก็นุ่มนวลดี เมื่อถ่ายการเล่นเซิร์ฟท่ามกลางแดดจ้า นอกจากนั้น OSMO ยังสามารถถ่ายวีดีโอ HDR ด้วยความคมชัดระดับ 4K 30 ได้ด้วย ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าทึ่ง มีความสม่ำเสมอของความสว่าง เมื่ออยู่ในสภาวะแสงน้อย แต่คุณไม่สามารถใช้ระบบนี้ ร่วมกับระบบ ROCK STEADY ได้ ภาพรวมของวีดีโอมีคุณภาพเทียบเท่ากับ GOPRO HERO 7 BLACK และการถ่ายภาพนิ่งก็ทำได้ดีทีเดียว แต่ไม่มีฟังค์ชัน SUPER VIEW สำหรับถ่ายพื้นที่มุมกว้างแบบที่ GOPRO มี

 

OSMO ACTION ราคาต่ำกว่า ทนทาน และกันน้ำได้ลึกที่สุดโดยไม่ต้องใส่ HOUSING

 

 

ลำดับที่ 3

SONY RX0 II

 

เพราะมีเซนเซอร์ขนาดใหญ่ จึงเน้นความคมชัดของภาพมากกว่าความสมบุกสมบัน

 

ภาพนิ่งที่ถ่ายโดยกล้อง SONY นั้นสุดยอด รายละเอียดครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่ออยู่ในที่ซึ่งมีแสงสว่างเพียงพอ

 

TTT297.sota.sota_sony

 

SONY ให้คำนิยาม SONY RX0 II สั้นๆ ว่า เล็กแต่ทนทาน คล้ายกับ GOPRO และ DJI มันถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานแบบเคลื่อนไหวอยู่ตลอด โดยเน้นหนักไปที่ความเสถียรของภาพ และรูปแบบการใช้สุดล้ำ ไม่เหมาะกับการบันทึกเหตุการณ์ที่กะทันหัน และมีความเคลื่อนไหวมาก แต่เหมาะกับการบันทึกแบบ VLOGS และถ่ายภาพวิวทิวทัศน์มากกว่า

 

TTT297.sota.sony_det3

 

หน้าจอขนาด 1 1/2 นิ้ว ที่สามารถพลิกกลับขึ้นมาได้ แม้จะมีขนาดเล็กกว่ายี่ห้ออื่น แต่ทำให้สามารถจับภาพในมุมที่เจ๋งๆ หลบจากแสงอาทิตย์ขณะถ่ายภาพ และเชคว่าตัวเองอยู่ในเฟรมหรือไม่

 

ส่วนการบันทึกวีดีโอ อาจต้องใช้เวลาในการศึกษาสักเล็กน้อย เนื่องจากคุณต้องกดปุ่ม เพื่อเข้าถึงเมนูกว่า 30 หน้าบนจอขนาดเล็ก ซึ่งดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไร ในยุคที่ผู้คนนิยมใช้หน้าจอแบบสัมผัส

 

SONY RX0 II ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีโหมดอัตโนมัติที่สามารถเลือกการตั้งค่าให้เหมาะกับสิ่งที่ต้องการถ่ายได้ แต่เมื่อกล้องอยู่ในโหมดโฟกัสอัตโนมัติ มันจะไม่โฟกัสซ้ำในขณะถ่ายวีดีโอ เนื่องจากมันจะโฟกัสที่สิ่งแรกตั้งแต่เริ่มกดถ่าย จึงอาจจะทำให้คุณผิดหวังหากอยากบันทึกภาพสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

 

RX0 II มีขนาด น้ำหนัก และจุดประสงค์การใช้งานคล้ายกับ GOPRO และ DJI แต่คุณอาจจะชอบตัวกล้องที่ทำจากอลูมิเนียมที่ทนทานของ SONY มากกว่า แถมด้านในยังมีเซนเซอร์ขนาด 1 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่ายี่ห้ออื่นๆ ถึง 4 เท่า ทำให้ภาพ และวีดีโอ มีความละเอียดสูง ไดนามิคกว้าง และปราศจากเสียงรบกวน คุณจึงจะได้ทั้งภาพนิ่ง และวีดีโอที่มีรายละเอียดสมบูรณ์แบบ

 

TTT297.sota.sony_det2

 

SONY มีเทคโนโลยีด้านความเสถียรของภาพชื่อว่า STEADY SHOT แต่ความสามารถอาจไม่เท่ากล้องตัวอื่น ดังนั้นจึงควรใส่ GIMBAL ขณะถ่าย อย่างไรก็ตาม ความลื่นไหลที่ได้จากการถ่ายวีดีโอด้วยกล้องอื่นๆ นั้น มาจากการเลือกกล้องให้เหมาะสมกับการใช้งานด้วย ภาพนิ่งที่ถ่ายโดยกล้อง SONY นั้นสุดยอด เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่ออยู่ในที่ซึ่งมีแสงสว่างเพียงพอ

 

อายุการใช้งานของแบทเตอรีสั้นกว่ากล้องรุ่นอื่น ใช้งานได้ต่อเนื่องประมาณ 60 นาที แต่แบทเตอรีสามารถถอดเปลี่ยนได้ ดังนั้น คุณก็สามารถพกแบทเตอรีสำรองไว้ได้ นอกจากนั้น ยังเชื่อมต่อกล้องเข้ากับมือถือ เพื่อตัดต่อ และแชร์วีดีโอได้อีกด้วย

 

SONY เน้นหนักด้านความสะดวกในการพกพา ความทนทาน และแข็งแรง แต่ด้วยเครื่องที่มีขนาดเล็ก จึงดูเหมือนว่า ฟังค์ชันต่างๆ ถูกใส่เข้ามามากเกินไป

 

 

คำตัดสิน ผู้ชนะได้แก่…GOPRO HERO7 BLACK

 

TTT297.sota.sota_gopro1

 

379 ปอนด์ gopro.com

 

สิ่งที่ประทับใจ เทคโนโลยี DIGITAL HYPER SMOOTH ที่เยี่ยมยอด ใช้งานง่าย และมีแอพพลิเคชันที่ชาญฉลาดรองรับ รูปแบบ TIME WARP ก็เจ๋งมาก คุณภาพวีดีโอ และโหมดต่างๆ ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

สิ่งที่ต้องปรับปรุง โหมดการตั้งค่า และการใช้งานนั้นดีอยู่แล้ว แต่หากมีจอแสดงผลด้านหน้า เหมือนกับอีก 2 ยี่ห้อด้วย ก็จะดีมากทีเดียว

 

ฟันธง สิ่งที่แตกต่างระหว่าง GOPRO กับ DJI คือ ซอฟท์แวร์ GOPRO มีฟังค์ชัน LIVE STREAMING และสามารถบันทึกวีดีโอได้คมชัดกว่า

 

 

DJI OSMO ACTION

 

TTT297.sota.sota_osmo

 

329 ปอนด์ dji.com

สิ่งที่ประทับใจ หน้าจอสีเต็มรูปแบบที่ด้านหน้า ระบบ ROCK STEADY ที่ยอดเยี่ยม วีดีโอความละเอียดสูง (รองรับระบบ HDR) และราคาที่ถูกกว่า GOPRO

 

สิ่งที่ต้องปรับปรุง แอพพลิเคชัน MIMO ควรออกแบบให้เป็นประโยชน์มากกว่านี้

 

ฟันธง กล้องมีความสามารถคล้าย GOPRO แต่มีข้อด้อยด้านแอพพลิเคชัน และรูปแบบการใช้งานในส่วนสำคัญ

 

 

SONY RX0 II

 

TTT297.sota.sota_sony

 

729 ปอนด์ sony.co.uk

สิ่งที่ประทับใจ วีดีโอมีคุณภาพดีที่สุด จอแสดงผลที่พลิกได้ และการออกแบบที่ทนทาน

 

สิ่งที่ต้องปรับปรุง อายุการใช้งานของแบทเตอรีน้อยเกินไป เทคโนโลยี STEADY SHOT ไม่ดีเท่ากับเทคโนโลยีของยี่ห้อคู่แข่ง และกล้องมีราคาแพง

 

ฟันธง สามารถบันทึกวีดีโอที่มีการเคลื่อนไหวน้อยได้ดีมาก

 

 

แนะนำการใช้งานโหมดวีดีโอ

01 ใช้ 4K ดีหรือไม่

 

กล้องที่สามารถบันทึกวีดีโอ 4K ได้นั้น มักมีข้อจำกัดเรื่อง แบทเตอรี และหน่วยความจำ คุณสามารถปรับความละเอียดลงมาที่ 1080P ได้ เพื่อประหยัดทั้ง 2 อย่าง หากคุณต้องการบันทึกวีดีโอ SLO-MO คุณเพียงแค่ลดค่า RES. ลง หรือเลือกบันทึกวีดีโอ 4K ไว้สำหรับการแชร์วีดีโอ ซึ่งคุณสามารถเลือกภายหลังได้ว่าจะแชร์เป็นวีดีโอที่ความละเอียด 1080P ซึ่งจะมีความคมชัดสูงกว่าการเลือกบันทึกวีดีโอเป็น 1080P ตั้งแต่ต้น และด้วยฟังค์ชัน OVER SAMPLING คุณจะเลือกตัดวีดีโอเป็น 4K และย่อขนาดเป็น 1080P ได้โดยรายละเอียดต่างๆ ของวีดีโอยังคงอยู่

 

02 SLO-MO SPEEDS

วีดีโอจะช้ามากแค่ไหน หากคุณเลือกบันทึกด้วยโหมด SLO-MO คำตอบ คือ ให้จำไว้เสมอว่าการแชร์วีดีโอ HD ออนไลน์นั้น ความช้าจะอยู่ที่ 30 FPS (เฟรม/วินาที) หมายความว่า โหมด 1080P 240 FPS ใน HERO7 และ OSMO ACTION จะทำให้คุณสามารถบันทึกวีดีโอได้ช้ากว่าเดิม 8 เท่า เนื่องจาก 240 หาร 30 ได้ 8 ในขณะที่โหมด 120 FPS ทำให้ได้วีดีโอที่ช้ากว่าเดิม 4 เท่า สำหรับ SONY ที่มีโหมด 960 FPS คุณจะบันทึก SLO-MO ได้ถึง 32 เท่า ที่ความละเอียดต่ำ เพราะมันยากมากที่จะถ่ายวีดีโอที่มีขนาดพิกเซลสูงให้คงความคมชัด ด้วยความรวดเร็ว และอย่าบันทึกวีดีโอ SLO-MO ตลอดเวลา เพราะวีดีโอที่ได้จะมืด และมีรายละเอียดน้อย

 

03 SMOOTH หรือ HDR

คุณจะต้องเลือกระหว่าง HDR หรือ ROCK STEADY ที่ความคมชัด 4K ในกล้อง DJI แล้วระบบไหนล่ะที่คุณควรเลือก ถ้าตัดสินใจไม่ได้เราแนะนำให้เลือก ROCK STEADY ไว้ก่อน เพราะวีดีโอที่ได้จะมีสีสันสดใส มีชีวิตชีวามากกว่า แต่ถ้าคุณมีขาตั้งหรือ GIMBAL เลือกแค่ HDR ก็พอ โดย OSMO MOBILE 2 สนนราคาอยู่ที่ 109 ปอนด์ dji.com

 

 

5 อุปกรณ์เสริมที่จำเป็น

เพื่อให้มั่นใจว่า คุณจะได้วีดีโอที่มี แสง สี เสียงที่ดี และตัวกล้องก็ปลอดภัยในเวลาเดียวกัน

 

1. LUME CUBE MINI

TTT297.sota.LumeCubeMini_product

เพิ่มความสว่างให้กับจุดที่มีแสงน้อย หรือเมื่อคุณถ่ายใต้น้ำ ด้วย LUME ไฟฉาย LED แบบพกพา ระบบบลูทูธที่สามารถทำงานคู่กับ CUBW GOPRO MOUNTING KIT และใช้งานได้กับกล้องแอคชันที่หลากหลาย ไฟฉายนี้สามารถกันน้ำได้ถึง 100 เมตร ปรับความสว่างได้ถึง 10 ระดับ จะควบคุมด้วยมือ หรือผ่านแอพพลิเคชันก็ได้ (รองรับทั้งระบบ IOS และ ANDROID)

 

ราคา 67 ปอนด์ (CUBE MINI) 42 ปอนด์ (อุปกรณ์ติดตั้ง) amazon.co.uk

 

 

2. RODE VIDEOMICRO

 

TTT297.sota.RODEVideoMicro

 

คุณภาพเสียงของ GOPRO HERO7 BLACK นั้นดีอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากได้ดียิ่งขึ้น ทั้งอินดอร์ และเอาท์ดอร์ คุณต้องมีไมโครโฟนขนาดพกพาของ VIDEO MICRO ที่สามารถใช้งานได้กับกล้องหลายรุ่น บอดีทำจากอลูมิเนียม มาพร้อมกับอุปกรณ์ติดตั้งกันสั่น แข็งแรง และทนทานเหมาะสำหรับการบันทึกวีดีโอแอคชัน

 

ราคา 40 ปอนด์ amazon.co.uk

 

 

3. GOPRO DUAL BATTERY CHARGER+BATTERY

TTT297.sota.GoProDualBatteryCharger_Battery

หากมีแผนจะถ่ายทำเป็นเวลานานทั้งวัน คุณควรเตรียมกำลังเสริมไปด้วย โดยชุดอุปกรณ์นี้มี แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ขนาด 1,220 mAh ที่ชาร์จซ้ำได้ พร้อมที่ชาร์จคู่ในตัว สามารถชาร์จแบทเตอรีได้พร้อมกัน 2 อัน มีไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จไฟอีกด้วย

 

 

ราคา 49 ปอนด์ gopro.com

 

 

4. GOPRO SPORTS KIT

TTT297.sota.GoProSportsKit_2

ไม่ว่าจะปั่นจักรยาน เล่นสกี หรือยืนบนแพดเดิลบอร์ด คุณควรต้องลงทุนกับอุปกรณ์เสริมชิ้นนี้ เพื่อถ่ายฉากแอคชันได้โดยไม่ต้องใช้มือ โดยติดกล้องไว้ที่หน้าอก รวมถึงบนแฮนด์บาร์ ที่นั่ง และไม้พายแทน

 

ราคา 64 ปอนด์ gopro.com

 

 

5. GOPRO SLEEVE AND LANYARD

TTT297.sota.GoProSleeve_Lanyard_Orange

เพิ่มความสดใสให้ GOPRO ของคุณ ด้วยกรอบซิลิโคน ที่ออกแบบมาเพื่อหุ้มตัวกล้อง ปกป้องรอยขีดข่วนต่างๆ มีสีสันจัดจ้าน แถมยังถือได้ถนัดมือมากขึ้นอีกด้วย

 

ราคา 19 ปอนด์ shop.gopro.com



------------------------------
เรื่องโดย : T3 MAGAZINE
ภาพโดย : T3 MAGAZINE
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2562
คอลัมน์ : เรื่องเด่นจาก GADGET/HOW IT WORKS
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/SXzf3
เพิ่มเพื่อน