พิเศษ

8 จุดเชคอิน รับลมหนาว


ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง หลายคนเตรียมเก็บกระเป๋าออกเดินทางท่องเที่ยวกับรถ 4×4 คู่ใจ แต่ถ้ายังไม่รู้จะเชคอินที่ไหน “4 WHEELS” แนะนำ 8 สถานที่สุดโรแมนทิค ให้คุณไปรับลมหนาวกันแบบชิลล์ๆ

1. ดอยผาฮี้ จ. เชียงราย

 

411

 

“ดอยผาฮี้” แหล่งปลูกกาแฟชั้นดีของ จ. เชียงราย ตั้งอยู่บนเทือกเขานางนอน ที่เหล่านักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าไปติดอยู่ในถ้ำหลวงนั่นแหละ ที่นี่นอกจากจะได้ชิมกาแฟรสเลิศแล้ว วิวทิวทัศน์ก็สวยงาม แถมมีโฮมสเตย์ให้พักผ่อนในราคาหลักร้อยเท่านั้น

 

310

 

ดอยผาฮี้ เป็นชุมชนของชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่าบนดอยสูง มีเทือกเขานางนอนล้อมรอบหมู่บ้าน ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็สวยงามแปลกตา ผู้คนยังรักษาขนบธรรมเนียมแบบดั้งเดิมเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ถ้ามาช่วงที่มีพิธีกรรม จะได้เห็นประเพณีความเชื่อที่หาดูยาก เพราะพวกเขายังคงนับถือผี หรือบรรพบุรุษดั้งเดิม ปีหนึ่งจะจัดพิธีกรรมตามประเพณี 12 ครั้ง เพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษ เช่น ประเพณีโล้ชิงช้า ประเพณีปีใหม่ลูกข่าง เป็นต้น

 

7.0

 

ไฮไลท์ที่ขาดไม่ได้ คือ การดื่มด่ำกาแฟผาฮี้ที่ปลูกและผลิตกันเอง พร้อมกับชมวิวมุมสูงในยามเช้า คุณจะได้เห็นพระอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้น พร้อมกับสายหมอกไหลจางๆ ผ่านตัวไป รับรองว่าสวยงามจนลืมไม่ลง

 

• ตั้งอยู่ที่ อ. แม่สาย จ. เชียงราย

 

 

2. ดอยอ่างขาง จ. เชียงใหม่

 

DSC_1100

 

ดอยอ่างขาง หรือสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ตั้งขึ้นเมื่อปี 2512 ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่เปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาว ในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะติดลบ ได้เจอแม่คะนิ้ง หรือน้ำค้างแข็งยามเช้าแน่นอน

 

DSC_1045-copy

 

ในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย บรรยากาศสวยงามเหมือนเมืองนอก โดยมีจุดที่น่าสนใจ เช่น สวนสมเด็จ, สวน 80 ปี, สวนคำดอย, แปลงไม้ผลเมืองหนาว, โรงเรือนทดสอบพันธุ์กุหลาบตัดดอก, สวนกุหลาบอังกฤษ, โรงเรือนรวบรวมพันธุ์ผัก และเรือนดอกไม้

 

DSC_0947

 

นอกจากนี้ พื้นที่รอบๆ โครงการยังมีหมู่บ้านขอบด้ง ที่ปลูกชาทั้งภููเขาชื่อ “ไร่ชา 2000” เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม และหมู่บ้านนอแลที่ปลูกสตรอว์เบอร์รีแบบขั้นบันได ให้ถ่ายรูปเชคอินกันอีกด้วย

 

• ตั้งอยู่ที่ อ. ฝาง จ. เชียงใหม่

 

 

3. ดอยพุ่ยโค จ. แม่ฮ่องสอน

 

DSC_5699-copy

 

ดอยพุ่ยโค หรือดอยพุย (ภาษาท้องถิ่นของชาวกะเหรี่ยง) เป็นสถานที่ ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อ. สบเมย จ. แม่ฮ่องสอน เนื่องจากมีความสูงถึง 1,406 ม. จึงเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก รวมถึงทะเลหมอกที่สวยที่สุดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย จนได้ฉายา “ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าสีทอง”

 

DSC_5733-copy

 

การเที่ยวที่นี่ ต้องเดินเท้าจากจุดจอดรถไปอีก 940 ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชม. เนื่องจากทางขึ้นโหดพอสมควร ต้องเดินไต่ระดับเสียส่วนใหญ่ ทางราบมีน้อย ขอแนะนำให้ฟิทร่างกายกันมาก่อน แต่ถ้าใครเดินไปถึง รับรองว่าความเหนื่อยล้าจะหายไปทันที ด้านบนมี “ต้นเดียวดาย” ตั้งเด่นเป็นสง่าท่ามกลางภูเขานับร้อยที่รายล้อม พื้นดินบนยอดดอยพุ่ยโคถูกปกคลุมไปด้วยหญ้าสีเหลือง เมื่อยามแสงแดดส่องกระทบจะกลายเป็นสีทองสวยงามยิ่งนัก

 

DSC_5729-copy

 

รอบๆ ต้นเดียวดายมีสะพานไม้ให้เดินชมวิวได้รอบแบบ 360 องศา ถัดไปอีกฝั่งหนึ่งมีศาลาสีเขียวให้นั่งพักผ่อน สะพานกับศาลาหลังนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2559 นี่เอง เพิ่มความสวยงามและความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว

 

• ตั้งอยู่ที่ อ. สบเมย จ. แม่ฮ่องสอน

 

 

4. สังคม จ. หนองคาย

 

DSC_9811

 

“สังคม” เป็นชื่ออำเภอใน จ. หนองคาย อยู่ติดแม่น้ำโขงทางทิศตะวันตกของจังหวัด สมัยก่อน อ. สังคม เป็นเพียงแค่ทางผ่านจากเชียงคานไปหนองคายเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้พัฒนาจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด มีสถานที่เที่ยวสำคัญๆ มากมาย อาทิ

 

DSC_9589

 

“วัดผาตากเสื้อ” เป็นวัดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาไม่ขาดสาย ไฮไลท์ คือ ทางเดินสกายวอล์ค ที่สร้างด้วยกระจกใสแห่งแรกของเมืองไทย โดยยื่นออกไปบริเวณหน้าผาลักษณะรูปเกือกม้ายาว 6 ม. มีทิวทัศน์โดยรอบสวยงาม ธรรมชาติสมบูรณ์ สามารถมองเห็นแม่น้ำโขง และประเทศ สปป. ลาว จากมุมนี้ได้อย่างชัดเจน นับเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงยามเย็นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

 

“ภูห้วยอีสัน” เป็นแหล่งท่องเที่ยว UNSEEN THAILAND แห่งใหม่ของจังหวัด เป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม สามารถมองเห็นเกาะแก่งต่างๆ ริมแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน การเดินทางต้องใช้บริการรถอีแต๊กของชาวบ้านขึ้นไปเท่านั้น สามารถชมทะเลหมอกได้ 2 จุด คือ จุดชมวิวสูงสุดของภูห้วยอีสัน และพื้นที่ของป่าไม้ที่อยู่ถัดลงมาด้านล่าง ซึ่งแต่ละจุดก็มีมุมมองที่สวยงามต่างกันไป

 

• ตั้งอยู่ที่ อ. สังคม จ. หนองคาย

 

 

5. บ่อเกลือ จ. น่าน

 

DSC_3960-copy

 

“บ่อเกลือ” เป็นอำเภอหนึ่งใน จ. น่าน มีชื่อเสียงด้านการผลิตเกลือภูเขาที่ไม่มีที่ใดเหมือน เนื่องจากมีบ่อน้ำเกลือที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติท่ามกลางหุบเขาแห่งเดียวในโลก แถมเส้นทางไปยังสวยงาม และมีอากาศเย็นสบายตลอดปี

 

DSC_3346-copy

 

บ่อเกลือ ที่เห็นนี้มีอายุกว่า 800 ปี กรรมวิธีการผลิตยังคงสืบทอดภูมิปัญญาแบบโบราณเอาไว้ ด้วยวิธีการ “ต้ม” โดยจะตักน้ำเกลือขึ้นจากบ่อมาพักไว้ในภาชนะขนาดใหญ่ แล้วต้มในกระทะประมาณ 4-5 ชั่วโมง ให้น้ำค่อยๆ ระเหยไปจนเกลือตกผลึก จากนั้นตักเกลือใส่ตะกร้าที่แขวนไว้เหนือกระทะเพื่อให้สะเด็ดน้ำ จนน้ำในกระทะใกล้แห้งหมด จึงตักน้ำเกลือจากบ่อมาใส่ลงไปใหม่ ทำแบบนี้ซ้ำไปมาเรื่อยๆ ทั้งวันทั้งคืน พอได้เม็ดเกลือแล้ว บางคนก็ใส่ถุงขายเลย เป็นเกลือสินเธาว์แท้ๆ บางเจ้าก็เติมสารไอโอดีนเข้าไปเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร

 

DSC_3296-copy

 

ปัจจุบันมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เกลือสปาขัดผิว เกลือแช่เท้า สบู่ดอกเกลือ รวมถึงผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผ้าแพรไหม เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้แก่นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อกลับบ้าน

 

• ตั้งอยู่ที่ อ. บ่อเกลือ จ. น่าน

 

 

6. อุทยานฯ เขาพระวิหาร จ. ศรีสะเกษ

 

OPEN-copy1

 

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตั้งอยู่ทางอีสานใต้ใน อ. กันทรลักษ์ จ. ศรีสะเกษ เป็นอุทยานฯ ที่อยู่ใกล้กับ “เขาพระวิหาร” โบราณสถานเก่าแก่ที่โด่งดังระดับโลก เนื่องจากเป็นข้อพิพาทเรื่องเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2505 และในที่สุดเมื่อปี 2554 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ได้ตัดสินให้เขาพระวิหารตกเป็นสมบัติของกัมพูชา แม้ทางขึ้นหลักจะอยู่ฝั่งไทยก็ตาม

 

DSC_4845-copy

 

“ผามออีแดง” คือ จุดเชคอินที่แรก เป็นหน้าผาที่ทอดยาวกั้นระหว่างพรมแดนไทยกับกัมพูชา ใต้หน้าผาแห่งนี้ยังมี “ภาพแกะสลักนูนต่ำ” อายุกว่า 1,500 ปี เป็นภาพแกะสลักโบราณบนผนังผาหินทรายรูปบุคคล 3 คน สันนิษฐานกันว่าเป็นรูปของท้าวกุเวร และเทพวรุณทรงนาค

 

DSC_5034-copy

 

ถัดไปอีกนิด เป็นที่ตั้งของ “เสาธงชาติประวัติศาสตร์” ซึ่ง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ได้อัญเชิญมาจากผาเป้ยตาดี ซึ่งอยู่ในที่ตั้งของปราสาทเขาพระวิหาร จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นปราสาทเขาพระวิหารได้อย่างเต็มตา แต่ถ้าดูด้วยกล้องส่องทางไกลของทหารที่เตรียมไว้ จะสามารถเห็นตัวปราสาทได้อย่างชัดเจน

 

• ตั้งอยู่ที่ อ. กันทรลักษ์ จ. ศรีสะเกษ

 

 

7. หมู่บ้านอีต่อง จ. กาญจนบุรี

 

DSC_6267-copy

 

หมู่บ้านอีต่อง (เหมืองปิล็อก) ตั้งอยู่ติดชายแดนสหภาพเมียนมาร์ใน อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี เป็นหมู่บ้านที่มีอากาศเย็นสบายเกือบทั้งปี และกำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ชอบความสงบ เนื่องจากอยู่ท่ามกลางหุบเขา แม้แต่สัญญาณโทรศัพท์ในบางเครือข่ายก็ยังมาไม่ถึง

 

หมู่บ้านอีต่อง เดิมเป็นเหมืองแร่เก่า ที่เคยรุ่งเรืองในอดีตกว่า 60 เหมือง ปัจจุบันเหลือเพียงตำนานเล่าขานให้ลูกหลานฟัง แต่นั่นกลับดึงดูดให้ผู้คนหลั่งไหลมาสัมผัสความคลาสสิคของหมู่บ้านแห่งนี้

 

“เนินช้างศึก” เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่ง อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน จากจุดนี้สามารถมองเห็นภูเขาน้อยใหญ่มากมายสุดสายตา ทั้งฝั่งประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน

 

นอกจากนี้ยังมี “น้ำตกจ๊อกกระดิ่น” น้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึกที่ไหลลงมาจากผาหิน มีความสวยงาม และน้ำใสมากๆ สามารถลงเล่นน้ำได้ ถ้ามาช่วงฤดูฝนจะสวยเป็นพิเศษ ถือเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในแถบนี้

 

• ตั้งอยู่ที่ อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี

 

 

8. เนินมะปราง จ. พิษณุโลก

 

DSC_6364

 

“เนินมะปราง” เป็นอำเภอเล็กๆ ใน จ. พิษณุโลก ที่เปื่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางธรรมชาติ ภูเขาหินทรงแปลกตา ผู้คนที่ยิ้มแย้ม และวิถีชีวิตที่เรียบง่าย

 

maprang

 

ไฮไลท์ คือ “บ้านมุง” หมู่บ้านสุดชิลล์ที่ติดกับเขาหินปูนอันสลับซับซ้อน ทอดยาวเรียงตัวรอบหมู่บ้าน จึงสวยงามเกือบทุกมุม ในช่วงเย็นเวลาประมาณ 18.00-19.00 น. จะเห็นฝูงค้างคาวหน้ายักษ์เล็กจมูกปุ่มนับล้านตัว บินออกจากถ้ำบ้านมุง เพื่อหาอาหารยามค่ำคืน มองเห็นเป็นแนวโค้งยาวหลายกิโลเมตร เป็นภาพที่หาชมได้ยาก

 

DSC_6376

 

“บ้านรักไทย” เป็นสถานที่พักผ่อน ที่กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากอยู่บนภูเขาสูง และมีอากาศดี ปัจจุบันมีรีสอร์ทเกิดขึ้นมากมาย แต่ที่คนนิยมเที่ยวมากที่สุด คือ บ้านสวนชมวิว เพราะมีไฮไลท์เป็นจุดชมวิวที่มีชิงช้าบนต้นไม้ สามารถมองเห็น อ. เนินมะปราง ได้ทั้งหมดแบบพาโนรามา ในฤดูหนาว พื้นที่แถบนี้จะมีหมอกหนา ไหลเอื่อยๆ ตามลม คล้ายกับที่เขาค้อ หรือภูทับเบิก จ. เพชรบูรณ์ (เนื่องจากมีพื้นที่ติดกัน)

 

• ตั้งอยู่ที่ อ. เนินมะปราง จ. พิษณุโลก

 

ขอขอบคุณ

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

 

เอื้อเฟื้อรถในการถ่ายทำ

บริษัท ออฟโร้ด แอคเซลซอรี่ส์ จำกัด

เอื้อเฟื้ออุปกรณ์แคมพิงในการถ่ายทำ



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
ภาพโดย : ฝ่ายภาพ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2562
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/wJik4

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน