บทบรรณาธิการ

เจาะลึกสื่อออนไลน์


ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานอบรมสัมมนาหลายงาน และมีสัมมนา 2 งานที่จะมาเล่าสู่กันฟัง มีเรื่องน่ารู้หลากหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสื่อออนไลน์ และการเปลี่ยนแปลงของโลกโซเชียลมีเดีย ที่มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวัน และธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจสื่อสารมวลชน

สัมมนาแรก เกิดขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคม เป็นงานสัมมนาหัวข้อ เจาะลึกสื่อออนไลน์ “ROAD TO PRO-MEDIA” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจาก ISOPLUS มาแนะนำและแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องต่างๆ ที่เราคนทำสื่อควรจะรู้ อาทิ การทำงานบนพแลทฟอร์ม FACEBOOK และ YOUTUBE เพื่อสร้างคอนเทนท์ที่จูงใจกลุ่มเป้าหมาย ทั้งด้านการทำงานเผยแพร่ข่าวสารและข้อมูล รวมถึงการหารายได้จากพแลทฟอร์ม ทั้ง 2 รูปแบบนี้ มีการลงลึกรายละเอียดพร้อมเทคนิคต่างๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานให้น่าสนใจ ซึ่งเราๆ คงจะทราบดีแล้วว่าพแลทฟอร์มทั้ง 2 รูปแบบนี้ ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกเยอะมาก

 

ผมมีข้อมูลที่คนทำสื่อควรจะรู้ คือ งบประมาณที่กลุ่มธุรกิจต่างๆ ทุ่มเม็ดเงินลงในสื่อออนไลน์นั้น มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี เรามาดูย้อนหลัง 3 ปี (เฉพาะในประเทศไทย) เริ่มจากปี 2559 มีจำนวนเงินที่ใช้ซื้อสื่อออนไลน์ สูงถึง 9,479 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17 % เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่มีจำนวนเงินซื้อสื่อออนไลน์ ที่ระดับ 8,084 ล้านบาท ส่วนปี 2560 มีจำนวนเงินสูงถึง 12,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31 % เมื่อเทียบกับปี 2559 และปี 2561 พบว่ามีจำนวนเงินที่บริษัทต่างๆ ทุ่มซื้อสื่อออนไลน์สูงขึ้น ประมาณ 16,928 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36 % เมื่อเทียบกับปี 2560 และนักการตลาดคาดการณ์กันว่า ในปี 2562 นี้จะมีจำนวนเงินที่หมุนเวียนในธุรกิจสื่อออนไลน์ ประมาณ 19,692 ล้านบาท คาดการณ์ว่าสัดส่วนตัวเลขจะเพิ่มขึ้นราว 16 %

 

เราเจาะลึกลงไปดูกันอีกนิดครับว่ากลุ่มธุรกิจไหนที่ใช้เงินกับสื่อออนไลน์มากที่สุด คำตอบ คือ ธุรกิจรถยนต์ ในปี 2561 ใช้เงินซื้อโฆษณารูปแบบต่างๆ ในสื่อออนไลน์ถึง 2,361 ล้านบาท ประมาณ 14 % อันดับ 2 คือ ธุรกิจสื่อสาร ใช้เงินราว 1,925 ล้านบาท ประมาณ 11 % อันดับ 3 คือ ธุรกิจด้านความงาม ใช้เงินราว 1,454 ล้านบาท ประมาณ 9 % อันดับ 4 ธุรกิจเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล ใช้เงินราว 1,148 ล้านบาท ประมาณ 7 % และอันดับ 5 ธุรกิจการเงิน และธนาคาร ใช้เงินราว 1,080 ล้านบาท ประมาณ 6 %

 

และอีกหนึ่งสัมมนาที่มีข้อมูลน่าสนใจ คือ งานสัมมนา SOS: SEMINAR ON STAGE เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม โดยมี “กูรู” ชื่อดัง DIGITAL TIPS มาอธิบายจุดดี จุดเด่น และเจาะลึกรายละเอียดของ 6 พแลทฟอร์มยอดนิยมในโซเชียลมีเดีย อาทิ FACEBOOK, INSTAGRAM, LINE, TWITTER, YOUTUBE และ TIK TOK ซึ่งแต่ละพแลทฟอร์มมีจำนวนผู้ใช้งานหลากหลาย และมีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกเดือน รวมถึงมีการแนะนำกลยุทธ์ในการใช้งานพแลทฟอร์มต่างๆ ให้เหมาะสมกับธุรกิจ

 

ปิดท้ายด้วย การทำตลาดในยุค 5.0 (5G) ซึ่งแตกต่างจากการตลาดในยุค 4.0 (4G) ที่เน้นการใช้สื่อดิจิทอลเพื่อเข้าถึงเป้าหมายให้มากที่สุด ผิดกับการตลาดยุค 5.0 ที่เน้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดี ที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายได้รับความสะดวกสบาย และมีการเก็บข้อมูล ในลักษณะ SMALL DATA เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ให้ถูกกลุ่มเป้าหมาย ผิดกับ BIG DATA ในยุค 4.0 ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ในยุค 5.0 เราต้องคิดและวางตัวให้ถูกกับพแลทฟอร์มที่เราจะทำงานด้วย การบริหารจัดการข้อมูลไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ ใช้ข้อมูลขนาดเล็กก็ได้ แต่ต้องรู้จักรักษาฐานลูกค้าให้มั่นคง และที่สำคัญเราต้องผสมผสานสื่อออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน แล้วเราจะอยู่รอดในโลกโซเชียลมีเดีย…



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2562
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/yZzYt

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน