บทความ

รถไฟฟ้ากำลังมา


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ ประจำเดือน มกราคม-มิถุนายน 2019/2018

ตลาดโดยรวม +7.1 %
รถยนต์นั่ง +4.3 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) +0.7 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) +96.8 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ +9.1 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ -0.5 %
อื่นๆ +5.7 %

 

 

ครึ่งแรกของปีนี้ กรมการขนส่งทางบก ออกมาเปิดเผยสถิติรถจดทะเบียนใหม่ทั่วประเทศเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 พบว่ามีผู้นำรถใหม่ป้ายแดงมาดำเนินการจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 1,615,524 คัน ใกล้เคียงกับสถิติในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 แบ่งเป็นการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ. 2522 ดังนี้

รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน มีสถิติการจดทะเบียน จำนวน 405,203 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8 % ในขณะที่รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล มีสถิติการจดทะเบียน จำนวน 149,985 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6 % ส่วนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน มีสถิติการจดทะเบียน จำนวน 8,573 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1 %

 

ทั้งนี้ จากจำนวนการจดทะเบียนรถใหม่ป้ายแดงช่วง 6 เดือนแรก ส่งผลให้จำนวนรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 40,190,328 คัน โดยรถจักรยานยนต์มีจำนวนสูงสุด 21,051,977 คัน รองลงมา คือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน จำนวน 9,713,980 คัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล จำนวน 6,707,781 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน จำนวน 422,741 คัน ส่วนรถโดยสารมีจำนวน 163,983 คัน และรถบรรทุกจำนวน 1,135,534 คัน เป็นต้น

 

เพิ่งจะได้เห็นอย่างเป็นทางการเรื่องรถใหม่ป้ายแดงนะครับ แต่เป็นรถทุกชนิดว่ากันแค่ 6 เดือนแรกของปีก่อน วิธีการเรียกขาน แต่ตัวเลขของกรมการขนส่งทางบกนี่ ท่านยังไม่แยกประเภทเป็นรถยนต์ไฟฟ้าออกมาเลย อันนั้นติดไว้ก่อน วันหลังจะนำมาแจ้งเพื่อทราบ

 

mart fml 1909

 

จั่วหัวไปแล้วว่ารถยนต์ไฟฟ้า หรือ BEV มาดูตัวเลขจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ท่านบอกว่าล่าสุดจากตัวเลขปี 2561 ยอดขายรถยนต์ BEV ทั่วโลกขยับขึ้นมาสู่ระดับ 1,261,000 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.3 % ของยอดขายรถยนต์รวมทั้งหมด โดยขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 66 % จากปีก่อนหน้าที่มียอดขายประมาณ 757,000 คัน จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ BEV ในจีน ซึ่งการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้ในอีก 10 ปีข้างหน้า มีการคาดการณ์กันว่ายอดขายรถยนต์ BEV ทั่วโลกจะขยับขึ้นมามีสัดส่วนถึงกว่า 10 % ของยอดขายต่อปีของรถยนต์ทั้งหมดทั่วโลก

 

บ่งชี้ให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ชัดเจนขึ้นตามลำดับว่ามีแนวโน้มเปลี่ยนจากการใช้เครื่องยนต์เป็นหลักในการขับเคลื่อนมาสู่การใช้แบทเตอรี และมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งคาดว่ากระแสดังกล่าวจะเปลี่ยนทิศทางตลาดรถยนต์โลกอย่างต่อเนื่องในอีก 10 ถึง 20 ปีข้างหน้า ส่งผลต่อการลงทุนผลิต และพัฒนาชิ้นส่วนรถยนต์หลายตัวที่มีแนวโน้มจะต้องลดบทบาทความสำคัญลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ ดังจะเห็นได้จากจำนวนชิ้นส่วนในระบบส่งกำลัง และระบบไฟฟ้าของรถยนต์ BEV ที่ลดลง 71 % และ 10 % เมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ICE ตามลำดับ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีนี้ ผลกระทบต่อชิ้นส่วนรถยนต์ต่างๆ ในตลาดโลกน่าจะยังไม่มากในระยะ 10 ปีนับจากนี้

 

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทยในช่วง 10 ปีแรกนี้ จะยังไม่มาก เนื่องจากเป็นช่วงของการเริ่มเข้าสู่ตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ซึ่งต้องการระยะเวลาในการปรับตัวของค่ายรถ การพัฒนาระบบสาธารณูปโภค รวมถึงการสร้างการรับรู้ในหมู่ผู้บริโภค ทำให้รถยนต์ที่มีเครื่องยนต์เป็นส่วนประกอบอย่างรถยนต์ ICE, HEV และ PHEV ยังเป็นประเภทรถยนต์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นส่วนใหญ่อยู่ถึงกว่า 95 % อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงปีที่ 20 นับจากนี้ ซึ่งรถยนต์ BEV จะเริ่มเข้ามามีบทบาทยิ่งขึ้น โดยมีส่วนแบ่งถึงกว่า 1 ใน 5 ของยอดขายรถยนต์รวมในประเทศของไทย และในขณะเดียวกันการเติบโตของตลาดรถยนต์ BEV โลกที่เพิ่มขึ้นมากแล้วนั้นในช่วงเวลาดังกล่าว ก็ทำให้การผลิตรถยนต์ BEV เพื่อการส่งออกของไทยจำเป็นต้องเร่งตัวมากขึ้นด้วย ซึ่งผลกระทบต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทยในช่วงปีที่ 10 ถึง 20 นี้จะค่อยๆ เห็นชัดเจนขึ้นตามลำดับ

 

ว่าแต่บ้านเรา กระผมจะไปเสาะหายอดการขายรถยนต์ไฟฟ้าได้ที่ไหนเอ่ย



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2562
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/cTfRH
อัพเดทล่าสุด
9 Sep 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
999,000
2.
13,499,000
4.
2,090,000
5.
1,849,000
7.
568,000
8.
2,490,000
9.
1,709,000
10.
385,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th