บทความ

มหกรรมยานยนต์ เซี่ยงไฮ้ 2019


บทพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ของตลาดรถยนต์เมืองมังกรการชุมนุมสารพัดรถพลังไฟฟ้า และรถวิ่งได้แม้ไร้ผู้ขับ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทีมงานของ “สื่อสากล” เดินทางไปทำข่าวงานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ ที่น่าจะกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเป็นงานแสดงรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกขณะนี้ ไม่ว่าเมื่อพิจารณาจากพื้นที่จัดงาน พิจารณาจากจำนวนรถที่ปรากฏในงาน พิจารณาจากจำนวนผู้ร่วมงาน หรือพิจารณาจากจำนวนผู้ชมงาน

ปีนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 18 มีชื่อเรียกอย่างเต็มยศในภาษาอังกฤษว่า THE 18th SHANGHAI INTERNATIONAL AUTOMOBILE INDUSTRY EXHIBITION หรือเรียกกันโดยย่อว่า AUTO SHANGHAI 2019 มีขึ้นในช่วงเวลา 10 วัน ระหว่างวันอังคารที่ 16 จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2019 โดย 2 วันแรกเป็นวันสำหรับสื่อมวลชนอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า MEDIA DAY และ 2 วันถัดมาเป็น TRADE VISITORS’DAY หรือวันของผู้แทนทางการค้า ส่วน 6 วันที่เหลือเป็น PUBLIC DAY คือ เปิดให้เข้าชมได้ทุกคน โดยมีข้อแม้ว่าต้องเป็นทุกคนที่มีเงินซื้อบัตรผ่านประตู

 

3

 

สถานที่จัดงานเป็นศูนย์แสดงสินค้าขนาดยักษ์ มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า NECC หรือ NATIONAL EXHIBITION AND CONVENTION CENTER มีอาคารจัดงานรวม 8 หลัง 5-8 มี 2 ชั้น รวมพื้นที่กว้างขวางกว่า 400,000 ตารางเมตร คือ เอาไปทำสนามฟุตบอลซึ่งยาว 100 เมตร และกว้าง 60 เมตร ก็จะทำได้มากกว่า 60 สนามนั่นเชียว ทีมงานของเรามีเวลาทำงานอยู่เพียง 2 วัน หรือเท่ากับประมาณ 16 ชั่วโมง สำหรับการถ่ายภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ผลปรากฏว่าเดินได้ครบทุกอาคาร แต่ไม่ครบทุกชั้น

 

ตามข้อมูลที่พบในหนังสือ พิมพ์ CHINA DAILY ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ ผู้ผลิตรถยนต์ที่นำสินค้าไปแสดงที่งานนี้นับแล้วได้มากกว่า 1,000 เจ้า เป็นบริษัทของจีนเอง และจากที่อื่นๆ รวม 20 ประเทศและภูมิภาค จึงน่าจะกล่าวได้ด้วยเช่นกันว่า อยากดูรถยี่ห้ออะไรที่มีอยู่ในโลกขณะนี้ ? ไปดูได้เลยที่งานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ เฉพาะรถยี่ห้อจีนก็ยืนยันได้เลยว่ามีเป็นร้อยๆ ยี่ห้อ และหลายสิบยี่ห้อเป็นยี่ห้อใหม่ซึ่งเพิ่งพบเป็นครั้งแรกที่งานนี้

 

ตามข้อมูลในหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกัน เดือนก่อนหน้าการจัดงานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ คือ เดือนมีนาคม 2019 ตลาดรถใหม่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนสามารถขายรถยนต์นั่ง รถ เอสยูวี รถ เอมพีวี และรถ มีนีแวน ได้เพียง 1.78 ล้านคัน คือ ลดลงถึงร้อยละ 12 จากยอดขายในเดือนเดียวกันเมื่อปี 2018 และนับเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกันที่ยอดขายรถในประเทศนี้ตกต่ำลงเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อนหน้า ที่น่าสนใจมากก็คือ รถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ กับรถไฮบริดชนิดต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟมียอดขายสูงถึง 126,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 85 จากตัวเลขในเดือนเดียวกันเมื่อปี 2018 เป็นดัชนีที่บ่งชี้ได้อย่างชัดเจนในการเติบโตอย่างรวดเร็วของรถพลังไฟฟ้าในเมืองมังกร ซึ่งรายงานข่าวยืนยันว่า ขณะนี้มีบริษัทผู้ผลิตรถพลังไฟฟ้าจดทะเบียนอยู่แล้วเกือบ 500 ราย

 

มีพื้นที่สำหรับการบอกเล่าเรื่องราวของรถใหม่ที่ปรากฏตัวในงานมหกรรมยานยนต์อันยิ่งใหญ่นี้อยู่เพียง 18 หน้า เป็นรถสารพัดแบบสารพัดยี่ห้อรวม 44 รายการ การจัดเรียงลำดับรถก็แปลกไปจากที่เคยทำมาก่อน คือ ไม่ได้จัดกลุ่มตามสัญชาติของรถ แต่จัดตามประเภทของรถ นั่นคือ 6 หน้าแรกเป็นรถแนวคิด หรือ CONCEPT CAR อย่างเดียว 6 หน้าถัดไปเป็นรถกิจกรรมกลางแจ้ง หรือ เอสยูวี ล้วนๆ ส่วน 6 หน้าสุดท้าย เป็น PRODUCTION CAR หรือรถตลาดสารพัดแบบ และหลากหลายขนาด คือ มีทั้งรถเก๋งแฮทช์แบคขนาดมีนี รถเก๋งซีดานขนาดกลาง และรถ เอมพีวี สุดหรู

 

 

ICONA NUCLEUS

 

6

 

5

 

เปิดรายงานด้วย อีโคนา นิวเคลียส (ICONA NUCLEUS) ผลงานชิ้นโบว์แดงของสำนักออกแบบสัญชาติอิตาลี ซึ่งปรากฏตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถพลังไฟฟ้าที่ขับได้ด้วยตัวเองสมบูรณ์แบบ อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า LEVEL 5 AUTONOMOUS DRIVING หรือ FULLY AUTONOMOUS DRIVING ตัวถังขนาด 5.25×2.12×1.75 ม. ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.22 และห้องโดยสารซึ่งไม่มีพวงมาลัย หรือแผงหน้าปัดอุปกรณ์ใดๆ ติดตั้งระบบขับทุกล้อด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 110 กิโลวัตต์/150 แรงม้า จำนวน 4 ชุด แต่ละชุดติดตั้งอยู่กับล้อแต่ละล้อ และรับพลังไฟฟ้าจากแบทเตอรีซึ่งหนักถึง 300 กก. สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 3.5 วินาที และชาร์จไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลถึง 1,200 กม. เพราะมีระบบขับด้วยเซลล์ไฟฟ้าซึ่งทำหน้าที่เป็น “ตัวยืดระยะทาง” ติดตั้งอยู่ด้วย

 

 

JETOUR X

 

7

 

ค่าย เชอรี ออโทโมบิล (CHERY AUTOMOBILE) ผู้ผลิตรถยนต์ระดับ “ทอพเทน” ของเมืองมังกรใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัว เจทัวร์ เอกซ์ (JETOUR X) หนึ่งในบรรดารถแนวคิดหลาย 10 คัน ที่ปรากฏตัวให้เห็นในงานนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ เอสยูวี ที่ออกแบบอย่างเรียบง่ายทั้งภายนอกและภายใน แต่มีจุดสะดุดตาอยู่หลายจุด รวมทั้งประตูข้างที่เปิดแยกจากกันโดยไม่มีเสาค้ำยันกลาง อย่างที่เรียกกันในภาษาของ “สื่อสากล” ว่า “ประตูตู้กับข้าว” ภายในห้องโดยสารที่ดูปลอดโปร่งโล่งตา ติดตั้งเก้าอี้ที่นั่งรวม 4 ตัว ทุกตัวเป็นเก้าอี้นั่งสบายและกระชับตัว อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า BUCKET SEAT เป็นรถที่ค่ายนี้ตั้งใจจะทำขายจริงๆ และยืนยันว่าจะนำออกสู่ตลาดก่อนสิ้นปี 2020 แน่นอน รายละเอียดของระบบขับมีอยู่เพียงนิดเดียว คือ เป็นรถที่วิ่งด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ใดๆ และการชาร์จไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลถึง 500 กม.

 

 

AIWAYS U7 ION

 

8

 

ปรากฏตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” เช่นกัน คือ ไอเวย์ส์ ยู 7 ไอออน (AIWAYS U7 ION) ผลงานใหม่ของค่าย AIWAYS บริษัทผู้ผลิตรถพลังไฟฟ้าซึ่งเพิ่งเริ่มกิจการเมื่อปี 2017 และมีฐานปฏิบัติการอยู่ในมหานครเซี่ยงไฮ้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของกึ่งรถ เอสยูวี กึ่งรถ เอมพีวี ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ใดๆ รังสรรค์ขึ้นด้วยแนวความคิด FRM ซึ่งย่อมาจาก FAMILY, ROOMY MOBILITY AND FOCUS ON BRINGING PEOPLE TOGETHER IN THE CAR คือ เป็นรถที่ออกแบบสำหรับครอบครัว มีห้องโดยสารกว้างขวาง และมุ่งเน้นการเดินทางร่วมกัน ห้องโดยสารที่ออกแบบอย่างวิลิศมาหราติดตั้งจอภาพต่างๆ มากมายถึง 12 จอ รวมทั้งจอหนึ่งที่ติดตั้งอยู่บนพวงมาลัย รวมถึงมีเก้าอี้ที่นั่งแบบ WELCOME SEAT ซึ่งจะหมุนตัวออกรับทันทีเมื่อมีผู้เปิดประตู และกำลังจะก้าวเข้าไปนั่งในรถ

 

 

ENOVATE ME-S

 

9

 

เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะเรียกว่า ซูเพอร์คาร์สายพันธุ์มังกร คือ เอโนเวท เอมอี-เอส (ENOVATE ME-S) ผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องยังไม่ต้องมือใครของผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนซึ่งมีชื่อในภาษาอังกฤษว่า DEAR CC เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของเก๋งซีดาน 4 ประตู 4 ที่นั่ง ลื่นลมพลังสูงแต่ไร้ไอพิษ และเป็นพื้นฐานของรถตลาดแบบใหม่ที่ค่ายนี้ตั้งใจจะนำออกสู่ตลาดภายในปี 2021 ตัวถังซึ่งดูโดดเด่นสะดุดตาด้วยประตูข้างที่เปิดแยกจากกันโดยไม่มีเสาค้ำยันกลาง ติดตั้งระบบขับทุกล้อด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ และระบบวิ่งได้แม้ไร้ผู้ขับระดับ 4 (LEVEL 4 AUTONOMOUS DRIVING) ที่ขณะนี้ผู้ผลิตยังไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดใดๆ บอกแต่เพียงว่าอุปกรณ์ป้อนพลังไฟฟ้าเป็นแบทเตอรีโซลิด-สเตท (SOLID-STATE BATTERY) ที่เพิ่งพัฒนาขึ้นใหม่ และมี VOLUMETRIC EFFICIENCY หรือประสิทธิภาพความจุที่เยี่ยมยอดมาก คือ สูงถึง 750 กิโลวัตต์ชั่วโมง/ลิตร นั่นเทียว

 

 

HAVAL VISION 2025

 

10

 

HAVAL รถ เอสยูวี สายพันธุ์มังกรซึ่งเป็นสินค้าระดับแนวหน้าของ GREAT WALL MOTORS บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ติดอันดับ “ทอพเทน” ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ใช้เวทีหมุนขนาดยักษ์ในงานนี้เป็นที่เปิดตัว ฮาวัล วิชัน 2025 (HAVAL VISION 2025) ผลงานด้านรถพลังไฟฟ้าชิ้นแรกของค่าย เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ เอสยูวี ประตูตู้กับข้าวที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์แบบใดๆ และเป็นผลงานรังสรรค์ของ ฟิล ซิมมอนส์ (PHIL SIMMONS) นักออกแบบรถยนต์ชาวอังกฤษที่เคยทำงานกับค่าย แลนด์ โรเวอร์ (LAND ROVER) มาก่อนแล้ว ตัวถังทั้งภายนอก/ภายในทำได้ดี และมีอุปกรณ์แนวใหม่ให้เห็นหลายชิ้น ตัวอย่าง คือ การแทนที่กระจกมองข้างทั้ง 2 ด้านด้วยกล้องถ่ายภาพ และการแทนที่ปุ่มบังคับต่างๆ ด้วยจอสัมผัส ก่อนหน้านี้ HAVAL ซึ่งเป็นรถ เอสยูวี ขายดีที่สุดของเมืองมังกรไม่เคยมีรถพลังไฟฟ้าให้เลือกใช้มาก่อน มีก็แต่รถเครื่องยนต์สันดาปภายใน

 

 

KARMA SC1 VISION CONCEPT

 

11

 

12

 

อีกคันหนึ่งซึ่งก็เหมาะสมกับคำว่า ซูเพอร์คาร์สายพันธุ์มังกร เช่นกัน คือ คาร์มา เอสซี 1 วิชัน คอนเซพท์ (KARMA SC1 VISION CONCEPT) ซึ่งปรากฏตัวในบูธของ KARMA AUTOMOTIVE ผู้ผลิตรถยนต์ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา แต่เจ้าของ คือ WANXING GROUP ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ของจีน เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถสปอร์ทเปิดประทุน 2 ที่นั่ง ติดตั้งประตูด้านข้างแบบปีกนก ไม่มีกระจกหน้า ไม่มีหลังคา และไม่มีเครื่องยนต์ เป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ที่ผู้ผลิตยังไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ทางเทคนิค บอกแต่เพียงว่าให้กำลังสูงสุดที่สูงถึง 2,000 แรงม้า และให้ตัวเลขอัตราเร่งความเร็วที่เห็นแล้วไม่อยากเชื่อว่าทำได้จริง ? นั่นคือ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 1.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดระดับ 415 กม./ชม. ที่น่าสนใจมากก็คือ ชาร์จไฟแต่ละครั้งซูเพอร์คาร์พลังไฟฟ้าแบบนี้จะวิ่งได้ไกลถึง 650 กม.

 

 

NIO ET PREVIEW

 

13

 

ค่าย นีโอ (NIO) ผู้ผลิตรถยนต์เอกชนของสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเริ่มกิจการเมื่อปี 2014 มีฐานปฏิบัติการอยู่ในมหานครเซี่ยงไฮ้ และขึ้นชื่อด้านการออกแบบ/พัฒนารถพลังไฟฟ้า ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถ นีโอ อีที พรีวิว (NIO ET PREVIEW) รถหน้าตาดี และรูปทรงงดงามในทุกมุมมอง เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถเก๋ง 4 ประตูคูเป ที่ขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ตัวถังหุ่นงามเป็นผลงานรังสรรค์ของทีมงานที่เคยรับผิดชอบการออกแบบรถพลังไฟฟ้า บีเอมดับเบิลยู ไอ (BMW I) ให้แก่ค่ายใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาวมาก่อน และกล่าวกันว่าร้อยละ 80 ของสิ่งที่มีอยู่ในรถแนวคิดคันนี้ จะได้สัมผัสกันอีกครั้งหนึ่งในรถตลาดซึ่งมีกำหนดเริ่มการผลิตในปี 2021 ระบบขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ที่กล่าวข้างต้น ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 197 กิโลวัตต์/268 แรงม้า และแบทเตอรี นิคเคิล-โคบอลท์-แมงกานีส (NICKEL-COBALT-MANGANESE) ซึ่งชาร์จไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลกว่า 500 กม.

 

 

HANTENG RED 01

 

14

 

บริษัท HANTENG AUTO ผู้ผลิตรถยนต์เอกชนซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2013 และมีฐานปฏิบัติการอยู่ในมณฑลเจียงสี ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัว ฮั่นเถิง เรด 01 (HANTENG RED 01) รถสัญชาติจีนแต่เป็นผลงานรังสรรค์ของนักออกแบบชาวเบลารุส เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถเก๋ง 4 ประตูฟาสต์แบค 4 ที่นั่ง ซึ่งออกแบบให้สามารถติดตั้งระบบขับได้ 2 แบบ คือ ขับล้อหน้า หรือขับทุกล้อด้วยพลังของเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซิน 2.0 ลิตร 190 แรงม้า ที่ผลิตตามแบบของค่าย มิตซูบิชิ กับขับทุกล้อด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันกับแบทเตอรีที่ประจุไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลถึง 600 กม. เป็นรถที่ผู้ผลิตยืนยันว่า ก่อนสิ้นปี 2019 นี้จะเปลี่ยนฐานะเป็นรถตลาด แน่นอน จุดที่วิจารณ์กันมากในเมืองมังกร คือ รายละเอียดของตัวถังภายนอกซึ่งดูจะเป็นการออกแบบที่สวนทางกับแนวทางการออกแบบที่นิยมใช้กันขณะนี้ คือ เป็นพื้นผิวตัวถังที่เต็มไปด้วยเส้นสายและมุมหักเหต่างๆ

 

 

BYD E-SEED GT

 

15

 

ค่าย BYD ซึ่งว่ากันว่าซื้อรถของค่ายนี้ก็เหมือนกับเปลี่ยนความฝันของคุณเป็นความจริง (BUILD YOUR DREAM) เป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนอีกรายหนึ่งที่เรียกความสนอกสนใจจากผู้คนได้อย่างอึงคะนึงด้วยรถแนวคิด เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถสปอร์ท 4 ที่นั่ง ติดตั้งระบบขับไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ หรือ PLUG-IN HYBRID ซึ่งใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินความจุ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 110 กิโลวัตต์/150 แรงม้า ได้กำลังสุทธิสูงสุด 345 กิโลวัตต์/469 แรงม้า นับเป็นรถไฮบริดที่ทั้งแรงและเร็ว อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาแค่ 2.9 วินาที รูปทรงองค์เอวของตัวถังขนาด 4.950×1.890×1.490 ม. ติดป้ายชื่อ บีวายดี อี-ซีด จีที (BYD E-SEED GT) ที่ค่ายนี้บอกว่าออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากใบหน้าของมังกร เป็นพื้นฐานของรถตลาด ซึ่งคาดว่าจะเริ่มออกสู่โชว์รูมในเมืองจีนก่อนสิ้นปี 2020

 

 

EXEED E-IUV

 

16

 

EXEED ยี่ห้อรถที่ค่าย CHERY AUTOMOBILE ใช้เมื่อส่งรถไปจำหน่ายในตลาดยุโรป ดึงดูดความสนใจของสื่อมวลชนและผู้คนทั่วไปได้อย่างดีด้วยรถติดป้ายชื่อ เอกซีด อี-ไอยูวี (EXEED E-IUV) ซึ่งปรากฏตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้เช่นกัน เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถสปอร์ทพลังไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยจินตนาการและสรรพสิ่งที่พึงคาดหวังได้จากรถอนาคต ตัวถังที่ออกแบบอย่างวิลิศมาหราและยากจะพบได้ในรถที่ผลิตขาย เป็นผลลัพธ์ของการออกแบบในลักษณะอสมมาตร คือ รายละเอียดของตัวถังด้านขวามีจุดแตกต่างจากตัวถังด้านซ้ายอยู่หลายจุด ที่เห็นได้ชัดมาก คือ ประตูข้างที่มีวิธีเปิด/ปิดแตกต่างกัน คือ ประตูด้านขวาเปิดแบบผลักขึ้นข้างบนตรงๆ แต่ด้านซ้ายเปิดโดยผลักไปข้างหน้าเหมือนประตูรถทั่วไป ที่แปลกประหลาดมากเช่นกัน ก็คือ หน้าต่างของประตูข้างที่ว่านี้ไม่ได้ทำจากกระจกใส แต่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ที่ดูเผินๆ เหมือนทึบแสง แต่ที่จริงสามารถมองทะลุได้

 

 

DS X E-TENSE

 

17

 

18

 

เดแอส (DS) รถยี่ห้อใหม่ของฝรั่งเศสซึ่งเพิ่งแยกตัวเป็นเอกเทศจากค่าย ซีตรอง (CITROEN) เมื่อ 3-4 ปีก่อน ดึงดูดความสนใจจากผู้คนในเมืองมังกรด้วยรถสุดอลังการติดป้ายชื่อ เดแอส เอกซ์ อี-เทนส์ (DS X E-TENSE) ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในเมืองน้ำหอมตอนปลายเดือนมกราคม 2019 และนำมาฉายซ้ำสองซ้ำสามที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดที่ค่ายนี้รังสรรค์ขึ้นเพื่อบ่งบอกว่ามีวิสัยทัศน์อย่างไรกับรถที่ผู้คนจะใช้กันในยุคปี 2035 ตัวถังที่ดูโอ่อ่าน่านั่ง เป็นลักษณะการออกแบบรถยนต์อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า DUAL CAR หรือ ASYMMETRIC CAR ซึ่งค่ายนี้อธิบายว่าครึ่งซ้ายของตัวรถมีลักษณะเหมือนห้องโดยสารในรถทั่วๆ ไป แต่มีพื้นรถเป็นกระจกใสทำให้มองเห็นพื้นถนนได้อย่างชัดเจนขณะรถวิ่ง ส่วนครึ่งขวามีลักษณะเหมือนรังดักแด้แมลงที่ห่อหุ้มตัวผู้โดยสารไว้โดยรอบ ที่ไม่น้อยหน้ารถแนวคิดคันอื่นๆ ในงานนี้ คือ เป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ และเป็นรถที่วิ่งได้แม้ไร้ผู้ขับ

 

 

AUDI AI:ME

 

19

 

หนึ่งในรถสายพันธุ์เยอรมันซึ่งปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ คือ เอาดี เอไอ: เอมอี (AUDI AI:ME) ที่ดึงดูดให้สื่อมวลชนและผู้คนทั่วไปหลั่งไหลเข้าสู่บูธของค่าย “สี่ห่วง” เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นพื้นฐานของรถเล็ก เอาดี เอ 3 (AUDI A3) รุ่นใหม่ ที่ใกล้จะถึงกำหนดออกตลาด และบ่งบอกว่าค่ายนี้มีวิสัยทัศน์อย่างไรกับ SHARED URBAN MOBILITY หรือรถที่ผู้คนจะแบ่งกันใช้สำหรับการเดินทางในเขตเมือง ตัวถังแฮทช์แบคขนาด 4.30×1.90×1.50 ม. ติดตั้งระบบบังคับขับขี่ด้วยตนเองเกือบสมบูรณ์แบบ อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า LEVEL 4 AUTONOMOUS DRIVE และติดตั้งระบบขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 125 กิโลวัตต์/170 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับแบทเตอรีขนาด 65 กิโลวัตต์ชั่วโมง ภายในห้องโดยสารที่ออกแบบโดยเน้นประโยชน์ใช้สอย ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสารพัดชนิดรวมทั้งโต๊ะ 2 ตัว ที่บรรจุอาหาร และที่วางแก้วชนิดยึดด้วยแม่เหล็ก

 

 

VOLKSWAGEN ID ROOMZZ

 

20

 

ยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีที่หากินในเมืองมังกรมานมนานนำรถใหม่ออกแสดงในงานนี้เป็นกองทัพ แต่คันที่เรียกความสนใจจากผู้คนได้มากที่สุด คือ รถติดป้ายชื่อ โฟล์คสวาเกน ไอดี รูมซ์ซ์ (VOLKSWAGEN ID ROOMZZ) ซึ่งอวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ นับเป็นรถแนวคิดตระกูล ID คันที่ 6 และเป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ เอสยูวี ขนาดใหญ่ติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว ที่ขับเคลื่อนล้อหลัง หรือขับทุกล้อด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ และสามารถวิ่งได้ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ระบบขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ที่ว่านี้ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 75 กิโลวัตต์/102 แรงม้า ขับล้อคู่หน้า และมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 150 กิโลวัตต์/202 แรงม้า ขับล้อคู่หลัง ได้กำลังรวมสุทธิ 225 กิโลวัตต์/306 แรงม้า ส่วนอุปกรณ์ป้อนพลังไฟฟ้า คือ แบทเตอรี ลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ขนาด 82 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งชาร์จไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลถึง 450 กม. เมื่อวัดตามมาตรฐานใหม่ WLTP และทำความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.

 

 

TOYOTA RHOMBUS

 

21

 

ยักษ์ใหญ่ของเมืองยุ่นซึ่งในรอบปี 2018 สามารถขายรถในเมืองมังกรได้รวม 1.474,500 คัน (เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 14.3 จากรอบปี 2017) คือ ใกล้เคียงกันมากกับยักษ์รอง ฮอนดา (HONDA) ซึ่งได้ขายรวม 1,432,291 คัน แต่ยังเป็นรอง นิสสัน (NISSAN) ซึ่งขายได้ถึง 1,563,986 คัน นำผลงานใหม่ออกแสดงหลายคัน รวมทั้งรถติดป้ายชื่อ โตโยตา รมบัส (TOYOTA RHOMBUS) ซึ่งก็เป็นรถแนวคิดอีกคันหนึ่งซึ่งปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถที่ออกแบบ/พัฒนาในสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ และรถขับได้ด้วยตัวเองที่มีผู้เกิดหลังปี 1990 เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตัวถังที่ออกแบบส่วนล่างให้มีลักษณะเหมือนอ่างอาบน้ำติดตั้งเก้าอี้ที่นั่งรวม 4 ตัว ในลักษณะไม่เหมือนกับรถ 4 ที่นั่งทั่วไป คือ มีเก้าอี้ผู้ขับซึ่งหมุนได้รอบตัวติดตั้งอยู่แถวหน้าตรงกลาง ส่วนแถวหลังเป็นเก้าอี้ผู้โดยสารที่จัดเรียงเป็นรูปตัว U และนั่งได้อย่างสบายๆ รวม 3 คน

 

 

MERCEDES-BENZ CONCEPT GLB

 

22

 

โดยไม่มีข่าวระแคะระคายมาก่อนเลย ค่าย “ดาวสามแฉก” ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถแนวคิด เมร์เซเดส-เบนซ์ คอนเซพท์ จีแอลบี (MERCEDES-BENZ CONCEPT GLB) ซึ่งแค่เห็นป้ายชื่อคนรักรถทุกคนก็เข้าใจได้ในทันที ว่านี่คือ ต้นแบบของ เอสยูวี หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งอนุกรมใหม่ ที่ค่ายนี้กำลังจะนำออกสู่โชว์รูมพร้อมกับป้ายชื่อ เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลบี (MERCEDES-BENZ GLB) ตัวถังขนาด 4.634×1.890×1.900 ม. พร้อมหน้าตาซึ่งเห็นที่ไหนใครก็รู้ว่านี่คือ รถ เมร์เซเดส-เบนซ์ ออกแบบ/พัฒนาให้สามารถติดตั้งได้ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล หรือขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ใดๆ และใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบแปรผัน หรือ VARIABLE 4-WHEEL DRIVE ซึ่งมีลักษณะการทำงานรวม 3 โหมด คือ STANDARD MODE ซึ่งจะกระจายแรงบิดจากเครื่องยนต์สู่ล้อคู่หน้าและล้อคู่หลังในอัตราส่วน 50:50 ECO/COMFORT MODE 80:20 และ SPORT DRIVE MODE 70:30

 

 

NIO ES6

 

23

 

24

 

งานนี้เดินไปทางไหนก็พบ เอสยูวี หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งแบบใหม่ๆ ทั้งที่มีขายแล้วในตลาดและที่ยังไม่ถึงกำหนดออกโชว์รูม ทั้งรถที่ผลิตในเมืองมังกรและที่นำเข้า คันแรกที่เลือกมาให้ชมกัน คือ นีโอ อีเอส 6 (NIO ES6) รถแบบใหม่ที่เปิดรับการสั่งจองแล้วแต่ต้องรอจนถึงครึ่งหลังของปีจึงจะเริ่มการส่งมอบ เป็นผลงานของค่าย NIO บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เอกชนซึ่งเพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2014 และมีฐานปฏิบัติการอยู่ในเซี่ยงไฮ้ เป็นรถ เอสยูวี ขนาดกลางขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ในตัวถังขนาด 4.850×1.965×1.758 ม. ที่หน้าตาดูดีราวกับไม่ใช่รถจีน มีรถให้เลือก 2 โมเดลหลัก คือ ES6 STANDARD ซึ่งมีค่าตัว 358,000 หยวน หรือประมาณ 1.79 ล้านบาทไทย ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 160 กิโลวัตต์/218 แรงม้า 2 ชุด กับ ES6 PERFORMANCE ซึ่งมีค่าตัว 398,000 หยวน หรือประมาณ 1.99 ล้านบาทไทย ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 160 กิโลวัตต์/218 แรงม้า กับ 240 กิโลวัตต์/326 แรงม้า

 

 

GROVE OBSIDIAN

 

25

 

GROVE HYDROGEN AUTOMOTIVE บริษัทผู้ผลิตรถพลังไฮโดรเจนของจีน ซึ่งมีฐานปฏิบัติทั้งที่เมืองอูฮัน และในสเปน เปิดตัวรถแบบแรก คือ กโรฟ ออบซิเดียน (GROVE OBSIDIAN) ซึ่งกำลังจะนำออกสู่ตลาดพร้อมกับป้ายค่าตัวซึ่งย่อมเยาเหลือเชื่อ คือ เริ่มต้นที่ระดับ 100,000 หยวน หรือประมาณ 500,000 บาทไทยเท่านั้นเอง เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้ง 5 ที่นั่ง ในตัวถังขนาด 5.150×2.030×1.710 ม. ติดตั้งระบบขับเคลื่อนทุกล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งได้พลังไฟจากเซลล์เชื้อเพลิง (FUEL CELL) ที่ก่อเกิดพลังงานจากปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างออกซิเจนกับไฮโดรเจน มีกำลังสูงสุด 280 กิโลวัตต์/381 แรงม้า เมื่อเติมไฮโดรเจนเต็มถังซึ่งใช้เวลาเพียง 3 นาที รถจะวิ่งได้ไกลมาก คือ ไกลถึง 1,200 กม. โดยใช้เวลาแค่ 6.5 วินาที ในการทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. และทำความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. เป็นรถที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐาน C-NCAP ของจีนแล้ว ผลปรากฏว่าได้ “5 ดาว”

 

 

LEAP MOTOR C-MORE

 

26

 

LEAP MOTOR บริษัทผู้ผลิตรถพลังไฟฟ้าของจีนซึ่งเพิ่งก่อตั้งกิจการเมื่อปี 2015 นี่เอง เปิดตัวรถแบบที่ 2 ของตน คือ ลีพ มอเตอร์ ซี-มอร์ (LEAP MOTOR C-MORE) ซึ่งวางแผนงานไว้แล้วว่าจะเริ่มการผลิตในปี 2020 มีตัวถังที่ดูดี แต่มีอยู่จุดหนึ่งที่สมควรตั้งคำถามว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงไปหรือเมื่อออกโชว์รูม ? คือ ประตูข้างที่เปิดแยกจากกันโดยไม่มีเสาค้ำยันกลาง หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า “ประตูตู้กับข้าว” อย่างที่เห็นในภาพข้างบน เป็น FULL-ELECTRIC SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 125 กิโลวัตต์/170 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับแบทเตอรีขนาด 36 หรือ 48 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 5 วินาที และชาร์จไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลถึง 500 กม. นอกจากตัวถังภายนอกที่ทำได้ดีแล้ว อีกจุดหนึ่งที่สมควรยกนิ้วให้ด้วย คือ ห้องโดยสารที่ออกแบบตกแต่งอย่างมีรสนิยม และติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารสารพัดสารพัน

 

 

HOZON U

 

27

 

HOZON ซึ่งเป็นสินค้ารถยนต์พลังไฟฟ้าของ ZIEJIANG HOZON NEW ENERGY AUTOMOBILE ที่เพิ่งเริ่มกิจการในเมืองมังกรเมื่อปี 2014 และมีฐานปฏิบัติการอยู่ในเมืองตงเชียง ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถตลาดรุ่นใหม่ที่กำลังจะนำออกสู่โชว์รูมพร้อมกับป้ายราคา 150,000-210,000 หยวน หรือประมาณ 750,000-1,050,000 บาทไทย เป็น FULL-ELECTRIC COMPACT SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งพลังไฟฟ้าล้วนๆ ขนาดเล็กกะทัดรัด ในตัวถัง 4.510×1.860×1.628 ม. ที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.31 มีระบบขับให้เลือก 2 แบบ คือ แบบติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 150 กิโลวัตต์/204 แรงม้า กับแบบใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 220 กิโลวัตต์/299 แรงม้า ทั้ง 2 แบบเป็นรถที่ไม่ตกยุคตกสมัย มีอุปกรณ์ช่วยขับติดตั้งไว้มากมายไม่น้อยกว่า 20 รายการ รวมทั้งระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ (INTELLIGENT PARKING ASSIST) และระบบป้องกันไม่ให้รถวิ่งออกนอกลู่นอกทาง (LANE CONTROL)

 

 

XPENG G3

 

28

 

XIAOPENG MOTORS ผู้ผลิตรถยนต์จีนซึ่งเพิ่งเริ่มกิจการเมื่อปี 2014 และขณะนี้มีฐานปฏิบัติการทั้งที่เมืองกวางโจวในสาธารณรัฐประชาชนจีน และที่รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา ดึงดูดความสนใจของผู้คนด้วย เอกซ์เผิง จี 3 (XPENG G3) ที่กำลังจะออกจำหน่ายในเมืองมังกรพร้อมกับป้ายราคาค่าตัว 155,800-199,800 หยวน หรือประมาณ 779,000-999,000 บาทไทย (เป็นราคาที่หัก SUBSIDY หรือเงินอุดหนุนของรัฐออกแล้ว) เป็น COMPACT CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดเล็กกะทัดรัด ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบขับล้อหน้าและแบบขับทุกล้อ ทั้ง 2 แบบติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 140 กิโลวัตต์/190 แรงม้าเหมือนกัน และชาร์จไฟแต่ละครั้งก็จะวิ่งได้ไกลประมาณ 300 กม. เท่ากัน แต่ความเร็วต่างกัน คือ แบบขับล้อหน้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม. ส่วนแบบขับทุกล้อ 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 5.8 วินาที

 

 

BESTURN T77/BESTUNE T77

 

29

 

30

 

BESTURN/BESTUNE รถยี่ห้อหนึ่งในจำนวนรถนับ 10 ยี่ห้อของค่าย FAW GROUP บริษัทรถยนต์ระดับ “ทอพไฟว์” ของรัฐบาลจีนซึ่งประกอบกิจการมาตั้งแต่ปี 2006 ดึงดูดความสนใจผู้คนได้ดีพอสมควรด้วย เบสเติร์น ที 77 (BESTURN T77) และเบสตูน ที 77 (BESTUNE T77) รถ เอสยูวี ขนาดใหญ่ที่สุดและค่าตัวแพงที่สุดของค่าย ซึ่งเริ่มการจำหน่ายเมื่อปลายปี 2018 ไม่ใช่เพิ่งเปิดตัวที่งานนี้ (ชื่อแรกใช้กับรถที่ขายในจีน ส่วนชื่อหลังใช้กับรถส่งออก) เป็น COMPACT SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กกะทัดรัดในตัวถัง 4.525×1.845×1.615 ม. ซึ่งติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 2 แถว นั่งได้รวม 5 คน และติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร 105 กิโลวัตต์/143 แรงม้า ส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้าผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ ค่าตัวของรถที่จำหน่ายในเมืองมังกรอยู่ระหว่าง 89,800-134,800 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 449,000-674,000 บาทไทยเท่านั้นเอง

 

 

ROEWE MAX

 

31

 

ค่าย ROEWE ผู้ผลิตรถยนต์ของเซี่ยงไฮ้ซึ่งก่อตั้งกิจการเมื่อปี 2006 และอยู่ในสังกัดของยักษ์ใหญ่ SAIC MOTOR บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของรัฐบาลจีน ใช้งานสำคัญงานนี้เป็นที่เปิดตัวรถ เอสยูวี แบบใหม่ คือ รถติดป้ายชื่อ เรอเว แมกซ์ (ROEWE MAX) ซึ่งเป็นรถตลาดอีกแบบหนึ่งซึ่งปรากฏตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็น MID-SIZE SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดกลาง ในตัวถังรูปทรงธรรมดาๆ แต่มีหน้าตาที่ดูแปลก เพราะออกแบบให้ไฟหน้าทั้ง 2 ด้านเหมือนเชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียวกันกับแผงกระจังหน้า ในระยะแรกจะมีเครื่องยนต์เพียงขนาดเดียว คือ เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซิน 2.0 ลิตร 164 กิโลวัตต์/220 แรงม้า ส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลังผ่านระบบเกียร์ อัตโนมัติคลัทช์คู่ 6 จังหวะ เป็นรถที่ไม่ตกยุคตกสมัยเช่นกันเพราะเพียบไปด้วยอุปกรณ์ช่วยขับไฮเทค ตัวอย่าง คือ ระบบช่วยจอดรถซึ่งใช้เรดาร์ถึง 10 ชุด คือ 4 ชุดติดตั้งอยู่กับกันชนหน้า อีก 6 ชุดติดตั้งอยู่กับกันชนท้าย

 

 

MAXUS D60

 

32

 

MAXUS ผู้ผลิตรถยนต์อีกรายหนึ่งซึ่งอยู่ในสังกัดของยักษ์ใหญ่ SAIC MOTOR และส่งสินค้ารถยนต์ไปจำหน่ายทั่วโลก คือ ทั้งในทวีปยุโรป ในทวีปอเมริกาใต้ ในทวีปเอเชีย ในออสเตรเลีย ในนิวซีแลนด์ และในไทยแลนด์แดนทหาร วางจุดสนใจไว้ที่ แมกซัส ดี 60 (MAXUS D60) ซึ่งก็เป็นรถจีนอีกแบบหนึ่งซึ่งปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็น FULL-SIZE SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดโตเต็มพิกัด ซึ่งระบบขับมีให้เลือกทั้งแบบขับล้อหลัง และแบบขับทุกล้อ ห้องโดยสารก็มีทั้งแบบติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 2 แถว นั่งได้รวม 5 คน และแบบมีเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว นั่งได้รวม 7 คน ส่วนเครื่องยนต์ก็เลือกได้ระหว่างเครื่องเบนซิน 1.3 ลิตร 163 แรงม้า กับเครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร 169 แรงม้า ระบบเกียร์ก็เลือกได้ว่าจะใช้เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์คลัทช์คู่ 7 จังหวะ ที่ไม่ต้องเลือกและน่าจะเป็นจุดขายสำคัญ คือ LEVEL 2.5 AUTONOMOUS DRIVING หรือ ระบบขับด้วยตัวเองระดับ 2.5

 

 

EXEED TX/EXEED TXL

 

33

 

EXEED รถยี่ห้อใหม่ของค่าย CHERY AUTOMOBILE ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีรถอยู่แล้วมากมายหลายยี่ห้อ วางจุดดึงดูดความสนใจไว้ที่ เอกซีด ทีเอกซ์/เอกซีด ทีเอกซ์แอล (EXEED TX/EXEED TXL) รถแบบแรกของค่ายซึ่งเพิ่งเริ่มการผลิตเมื่อปลายเดือนมกราคม 2019 เป็น PREMIUM MID-SIZE SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดกลางระดับ “พรีเมียม” ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบขับล้อหน้า และแบบขับทุกล้อ แต่มีเครื่องยนต์ขนาดเดียว เป็นเครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 4 สูบเรียง 1,598 ซีซี 145 กิโลวัตต์/197 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ โมเดลแรก คือ EXEED TX ซึ่งตัวถังมีขนาด 4.690×1.885×1.706 ม. และค่าตัวเริ่มต้นที่ระดับ 150,000 หยวน หรือประมาณ 750,000 บาทไทย สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 10.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. ส่วน EXEED TXL นั้นก็เหมือนกันทุกอย่าง นอกจากตัวถังที่ยาวขึ้น 8.5 ซม.

 

 

PORSCHE CAYENNE COUPE

 

34

 

35

 

ปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” เช่นกัน คือ รถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดกลางระดับสุดหรู โพร์เช คาเยนน์ คูเป (PORSCHE CAYENNE COUPE) ผลงานใหม่ของยอดผู้ผลิตรถสปอร์ท และรถ เอสยูวี ของเมืองเบียร์ อธิบายอย่างง่ายๆ ได้ว่า เป็นรถ โพร์เช คาเยนน์ (PORSCHE CAYENNE) รุ่นปัจจุบัน (รุ่นที่ 2) ซึ่งผู้ผลิตดัดแปลงตัวถังส่วนท้ายให้มีลักษณะเหมือนคูเปแล้วแปะป้ายชื่อใหม่นั่นเอง เป็นรถที่จะมีขายทั่วโลกไม่ใช่มีเฉพาะเมืองจีน และในระยะแรกจะมีรถเพียง 2 โมเดล คือ PORSCHE CAYENNE COUPE ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดตรง DOHC วี 6 สูบ 2,995 ซีซี 250 กิโลวัตต์/340 แรงม้า ส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้าคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ TIPTRONIC กับ PORSCHE CAYENNE TURBO COUPE เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง DOHC วี 8 สูบ 3,996 ซีซี 404 กิโลวัตต์/550 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะเช่นกัน

 

 

BMW X3 M

 

36

 

ค่าย “ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว” นำรถใหม่ออกอวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” หลายคัน คันแรกที่เลือกมาให้ชื่นชมกัน คือ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 3 เอม (BMW X3 M) ซึ่งแค่เห็นชื่อโมเดลคนรักรถย่อมทราบกันดีว่า เป็นรถแรงรถเร็วและเป็นโมเดลหัวกะทิของรถ เอสยูวี บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 3 (BMW X3) นั่นเอง เป็นรถที่ใช่ว่าจะมีเฉพาะในเมืองจีน แต่จะมีขายทั่วโลก (เมืองไทยจะมีหรือไม่ ? ไม่สามารถยืนยัน !) และจะมีรถให้เลือก 2 โมเดล คือ BMW X3 M ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดตรง DOHC 6 สูบเรียง 2,993 ซีซี 353 กิโลวัตต์/480 แรงม้า ส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ DRIVELOGIC อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 4.2 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. กับ BMW X3 M COMPETITION ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์บลอคเดิมระบบเกียร์ชุดเดิม แต่ปรับแต่งจนกำลังสูงสุดพุ่งขึ้นเป็น 375 กิโลวัตต์/510 แรงม้า คือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.25

 

 

BMW X4 M

 

37

 

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของค่ายใบพัดเครื่องบินซึ่งปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ คือ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 4 เอม (BMW X4 M) โมเดลหัวกะทิของรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดเล็กกะทัดรัดที่มีรูปทรงส่วนท้ายเหมือนรถคูเป เป็นรถที่จะมีขายทั่วโลกไม่ใช่มีเฉพาะในเมืองจีน และก็เช่นกันรถแบบนี้มีจะให้เลือก 2 โมเดล คือ BMW X4 M ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ชุดเดียวกันกับรถ BMW X3 M ที่เพิ่งผ่านตาไป คือ เครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดตรง DOHC 6 สูบเรียง 2,993 ซีซี 353 กิโลวัตต์/480 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 4.2 วินาทีความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. (จำกัด) กับ BMW X4 M COMPETITION ซึ่งก็เหมือนกันกับ BMW X3 COMPETITION คือ ติดตั้งเครื่องยนต์บลอคเดิมระบบเกียร์ชุดเดิม แต่ปรับแต่งจนกำลังสูงสุดพุ่งขึ้นเป็น 375 กิโลวัตต์/510 แรงม้า ซึ่งทำให้เวลาในการทำ 0-100 กม./ชม. ลดเป็น 4.1 วินาที

 

 

CHEVROLET TRACKER

 

38

 

ค่าย เชฟโรเลต์ ซึ่งหากินในเมืองมังกรมานมนาน ใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัวรถ เชฟโรเลต์ ทแรคเคอร์ (CHEVROLET TRACKER) รุ่นใหม่ ซึ่งค่ายนี้ยืนยันว่าจะมีการผลิตทั้งในสาธารณรัฐประชาชนจีนกับในบราซิล และจะไม่ส่งไปขายในตลาดอเมริกาเหนือ เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดเล็กกว่าเล็กกะทัดรัด ในตัวถัง 4.270×1.791×1.602 ม. ที่ไม่มีจุดใดสะดุดตาสะดุดใจจนสมควรบอกเล่ากันอย่างละเอียด ยังไม่มีการให้ข้อมูลด้านเครื่องยนต์ แต่สื่อมวลชนบางรายในเมืองมังกรกะเก็งว่า น่าจะเป็นเครื่องเทอร์โบเบนซิน 3 สูบเรียง 1.0 ลิตร 85 กิโลวัตต์/116 แรงม้า ที่ค่ายนี้เคยใช้มาก่อนแล้วในรถบางแบบบางรุ่น ส่วนระบบเกียร์ก็คงจะเป็นเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 6 จังหวะ ซึ่งก็มีใช้อยู่แล้วเช่นกัน สื่อมวลชนจีนรายเดียวกันนี้บอกด้วยว่า รถรุ่นเดิมที่กำลังจะถูกแทนที่โดยรถรุ่นใหม่นี้ คือ รถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กกว่าเล็กกะทัดรัดติดป้ายชื่อ เชฟโรเลต์ ทแรค (CHEVROLET TRACK)

 

 

HYUNDAI IX25

 

39

 

เอสยูวี หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งแบบสุดท้ายที่เลือกมาบรรจุไว้ในรายงานนี้เป็นรถพลังโสมขาว คือ ฮันเด ไอเอกซ์ 25 (HYUNDAI IX25) รุ่นใหม่ (รุ่นที่ 2) ซึ่งปรากฏตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ และต้องรอจนถึงเดือนสิงหาคม 2019 นั่นแหละจึงจะเริ่มการจำหน่ายในสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็น SUBCOMPACT CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดเล็กกว่าเล็กกะทัดรัด ในตัวถังขนาด 4.270×1.780×1.630 ม. ซึ่งผลิตที่โรงงานในกรุงปักกิ่ง ไม่ใช่นำเข้าจากเกาหลีใต้ เป็นรถวางเครื่องหน้า/ขับล้อหน้า หรือขับทุกล้อ ซึ่งจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบเบนซิน 4 สูบเรียง ความจุ 1.4 ลิตร กับเครื่องเบนซิน 4 สูบเรียง ความจุ 1.6 ลิตร ระบบเกียร์ก็จะมีให้เลือก 2 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ (ในรอบปี 2018 ตลาดรถใหม่ในเมืองมังกรขายรถยี่ห้อเกาหลีได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,180,500 คัน หรือร้อยละ 4.98 ของตลาด)

 

 

ICONIQ MUSE

 

41

 

40

 

6 หน้าที่เหลืออยู่นี้เป็นเรื่องราวของรถตลาดสารพัดประเภทยกเว้นรถ เอสยูวี เริ่มกันด้วย ไอโคนิก มูเซ (ICONIQ MUSE) รถสุดอลังการผลงานของค่าย W MOTORS บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2012 และมีบริษัทพี่บริษัทน้อง คือ ICONIQ MOTORS อยู่ในเมืองมังกร เป็นรถ 4 ที่นั่งประตูปีกนก ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ และขับได้ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ (LEVEL 5 AUTONOMOUS DRIVING) ที่ออกแบบ/พัฒนาเพื่อให้ทันใช้งานในมหกรรมเอกซ์โป 2020 ซึ่งจะมีขึ้นที่นครดูไบในปี 2020 นี้ เป็นผลงานที่ร่วมกันพัฒนากับค่ายไมโครซอฟท์ (MICROSOFT) และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ แมกนา ชไตร์ (MAGNA STEYR) ของออสเตรีย ติดตั้งระบบขับด้วยพลังไฟฟ้าไฮเทคที่ค่ายนี้ยังไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียด ส่วนชื่อรุ่นของรถ คือ MUSE นั้น ผู้ผลิตบอกว่า ได้มาจากชื่อธิดา 9 องค์ของเทพ เซอุส (ZEUS) ซึ่งถือกันว่าเป็นเทพีแห่งการดลบันดาลใจ !

 

 

ORA R1

 

42

 

มีรถพลังไฟฟ้าขนาดกระจิ๋วหลิวอยู่มากมายในงานนี้ ตัดสินใจเลือกมาให้ชม 3-4 คัน คันแรกที่เห็นในภาพบนซ้ายมือ คือ โอรา อาร์ 1 (ORA R1) ผลงานใหม่ของค่าย GREAT WALL MOTORS บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ระดับ “ทอพเทน” ของเมืองมังกร และเป็นผู้ผลิตเอกชน เป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 33 กิโลวัตต์/45 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับแบท เตอรีขนาด 33 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งชาร์จไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลประมาณ 240 กม. เมื่อวัดตามมาตรฐานเก่า คือ NEDC ของยุโรป โดยจำกัดความเร็วสูงสุดของรถไว้ที่ 100 กม./ชม. เพราะวิ่งเร็วกว่านี้จะเปลืองไฟมาก เป็นรถที่รับประกันการใช้งาน 3 ปี หรือระยะทาง 120,000 กม. สำหรับรถทั้งคัน และรับประกัน 5 ปี หรือ 150,000 กม. เฉพาะชิ้นส่วนหลัก เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า สนนราคาค่าตัวเมื่อหัก SUBSIDY หรือเงินอุดหนุนของรัฐไปแล้วอยู่ระหว่าง 59,800-77,800 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 299,000-389,000 บาทไทย

 

 

CHANGAN OSHAN E01

 

43

 

รถพลังไฟฟ้าขนาดจิ๋วแบบที่ 2 ที่เลือกมาบรรจุไว้ในรายงานนี้ คือ รถติดป้ายชื่อ ฉางอัน โอชัน อี 02 (CHANGAN OSHAN E01) ผลงานใหม่ของค่าย CHANGAN AUTOMOBILE บริษัทรถยนต์รายใหญ่ระดับ “ทอพเทน” อีกรายหนึ่งและเป็นผู้ผลิตรถยนต์ของรัฐบาลจีน ห้องโดยสารมีให้เลือก 2 แบบ คือ แบบ 2 ที่นั่ง สำหรับผู้ต้องการพื้นที่สำหรับบรรทุกสัมภาระหีบห่อ กับแบบ 4 ที่นั่ง สำหรับผู้ไม่หวงสมบัติไปไหนต้องเอาไปด้วย นอกจากนั้นเพื่อเอาใจผู้ใช้รถวัยหนุ่มวัยสาวที่ชอบเหลือเกินในเรื่องแฟชัน ทั้ง 2 แบบของห้องโดยสารที่ว่านี้ผู้ซื้อรถสามารถเลือกการตกแต่ง และโยกย้ายถ่ายเทอุปกรณ์ต่างๆ ในลักษณะ DIY หรือ DO-IT-YOURSELF ได้ถึง 128 แบบที่ไม่ซ้ำกัน รวมทั้งมีอุปกรณ์ไฮเทคอย่าง FACE RECOGNITION SYSTEM หรือระบบจดจำใบหน้ามนุษย์ติดตั้งอยู่ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้คนแปลกหน้าเข้ามายุ่มย่ามในตัวรถ ทั้งหลายที่ว่านี้ เป็นผลงานรังสรรค์ของทีมออกแบบอิตาลี

 

 

BJEV LITE-R300

 

44

 

บีเจอีวี ไลท์-อาร์ 300 (BJEV LITE-R300) ที่กำลังอวดโฉมอยู่นี้ก็เป็นรถพลังไฟฟ้าขนาดจิ๋วอีกแบบหนึ่งที่น่าสนใจและสมควรนำมาบรรจุไว้ในรายงานนี้ เป็นผลงานใหม่ของค่าย BAIC หรือ BEIJING AUTOMOBILE บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของรัฐรายใหญ่อันดับ 3 รองจากค่าย SAIC และ FAW เป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ในตัวถังขนาด 2.936×1.676×1.517 ม. ที่ออกแบบให้นั่งได้เพียง 2 คน ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 40 กิโลวัตต์/54 แรงม้า และแบทเตอรี นิคเคิล-โคบอลท์ ลิเธียม แมงกานีส ออกไซด์ (NICKEL-COBALT LITHIUM MANGANESE OXIDE) มีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้าที่ต่ำเพียง 12 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. เมื่อชาร์จไฟแต่ละครั้งจึงวิ่งได้ไกลถึง 300 กม. เมื่อวัดตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งเป็นมาตรฐานเดิมของยุโรป ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 120 กม./ชม. ซึ่งก็น่าจะพอเพียงแล้วสำหรับการใช้งานในเขตเมือง เพราะวิ่งเร็วกว่านี้รถจะกินไฟมาก ทำให้ไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร

 

 

ZEDRIV GC2

 

45

 

รถพลังไฟฟ้าขนาดจิ๋วสายพันธุ์มังกรแบบสุดท้ายที่เลือกมาให้ชื่นชมกัน คือ เซดไรฟ์ จีซี 2 (ZEDRIV GC2) เป็นผลงานใหม่ของค่าย GUOJI ZHIJUN AUTOMOTIVE ผู้ชำนาญการด้านรถไฟฟ้าซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ในเมืองกันเซาในภาคใต้ของจีน กับมีศูนย์วิจัยและพัฒนาทั้งในยุโรป และสหรัฐอเมริกา เป็นรถ 2 หรือ 4 ที่นั่ง ในตัวถังขนาด 3.310×1.670×1.530 ม. ติดตั้งระบบขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งยังไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขกิโลวัตต์หรือแรงม้า แต่บอกว่าใช้แบทเตอรีขนาด 36.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งชาร์จไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลกว่า 300 กม. และสามารถทำความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม. การชาร์จไฟแบทเตอรีที่ว่านี้ หากใช้ไฟบ้านซึ่งเป็นไฟ AC คือ ไฟฟ้ากระแสสลับ จะใช้เวลาไม่เกิน 12 ชั่วโมง แต่เมื่อใช้วิธีชาร์จไฟแบบเร่งด่วน หรือ DC FAST CHARGE ในสถานที่ที่จัดไว้โดยเฉพาะซึ่งเป็นไฟ DC คือ ไฟฟ้ากระแสตรง จะใช้เวลาเพียง 30 นาที แต่จะได้ปริมาณไฟฟ้าร้อยละ 80 ไม่ใช่ร้อยละ 100

 

 

XPENG P7

 

46

 

47

 

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของค่าย XIAOPENG MOTORS ซึ่งมีโรงงานอยู่ในเมืองกวางโจว คือ เอกซ์เผิง พี 7 (XPENG P7) รถแบบที่ 2 ของค่ายซึ่งเป็นรถจีนอีกแบบหนึ่งที่ปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถเก๋ง 4 ประตูคูเป ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ที่ผู้ผลิตยังไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดอย่างชัดเจน บอกแต่เพียงว่าเป็นระบบที่ได้พลังไฟฟ้าจากแบทเตอรีเหมือนรถไฟฟ้าส่วนใหญ่ในขณะนี้ เป็นระบบขับทุกล้อซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 4.0 วินาที และชาร์จไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลกว่า 600 กม. ที่พิเศษมาก คือ มีระบบขับด้วยตนเองที่ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์แบบ อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า LEVEL 3 AUTONOMOUS DRIVE ติดตั้งอยู่ด้วย แถมยังบอกด้วยว่าตั้งใจจะเริ่มการผลิตกับส่งมอบรถพลังไฟฟ้าแบบนี้ในไตรมาส 2 ของปี 2020 และขณะนี้มีผู้วางเงินจองไว้แล้วมากกว่า 3,000 ใบสั่ง

 

 

BJEV EU5

 

48

 

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของค่าย BAIC หรือ BEIJING AUTOMOBILE ที่เลือกมาบรรจุไว้ในรายงานนี้ คือ รถพลังไฟฟ้าติดป้ายชื่อ บีเจอีวี อียู 5 (BJEV EU5) ซึ่งออกโชว์รูมในเมืองมังกรไปเรียบร้อยแล้วก่อนสิ้นปีน้องหมาไม่กล้าถือหุ้น เป็นรถเก๋งซีดานขนาดเล็กกะทัดรัด ในตัวถัง 4.650×1.820×1.510 ม. ติดตั้งระบบขับซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 160 กิโลวัตต์/218 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับแบทเตอรีขนาด 54 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 155 กม./ชม. และชาร์จไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลมาก คือ 400-450 กม. ค่าตัวอยู่ระหว่าง 220,650-239,650 หยวน หรือประมาณ 1,100,000-1,200,000 บาทไทย แต่เมื่อหัก SUBSIDY หรือเงินอุดหนุนของรัฐออกแล้วจะเหลือเพียง 129,900-148,900 หยวน หรือประมาณ 650,000-745,000 บาทไทยเท่านั้นเอง (ชื่อยี่ห้อ BJEV ย่อมาจาก BEIJING ELECTRIC VEHICLE หรือรถไฟฟ้าของปักกิ่งนั่นเอง)

 

 

BORDRIN EV6

 

49

 

BORDRIN MOTORS บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของเอกชนซึ่งเพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2016 เจ้าของกิจการเป็นคนจีนซึ่งเรียนในเมืองมะกันจนได้ดอคเตอร์นำหน้าชื่อ และเคยทำงานกับค่าย ฟอร์ด (FORD) ยาวนานกว่า 10 ปี แต่งแต้มสีสันอันสดใสให้กับงานนี้ด้วยรถพลังไฟฟ้าติดป้ายชื่อ โบร์ดริน อีวี 6 (BORDRIN EV6) ซึ่งกำลังจะออกตลาดพร้อมกับป้ายราคาค่าตัวซึ่งอยู่ระหว่าง 300,000-400,000 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 1.50-2.00 ล้านบาทไทย ยังค้นหารายละเอียดของระบบขับไม่พบ ทราบแต่เพียงว่า สามารถทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ในเวลาประมาณ 6.0 วินาที ชาร์จไฟแบทเตอรีแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกล 550 กม. เมื่อวัดตามมาตรฐานเดิมของยุโรป คือ NEDC (NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE) และสิ่งที่น่าจะเป็นจุดขายสำคัญจุดหนึ่ง คือ มีการติดตั้งระบบขับด้วยตนเองระดับอนุบาล อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า LEVEL 2 AUTONOMOUS DRIVE ไว้ด้วย

 

 

HONGQI H5 FCEV

 

50

 

HONGQI รถยนต์ยี่ห้อเก่าแก่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเริ่มกิจการเมื่อปี 1958 และมี FAW GROUP CORPORATION กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ระดับยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลจีนเป็นเจ้าสังกัด เปิดตัวรถใหม่หลายรุ่นหลายแบบที่งานนี้ คันที่เลือกมานี้ คือ หงฉี เอช 5 เอฟซีอีวี (HONGQI H5 FCEV) เป็นรถพลังไฟฟ้าที่ยังไม่แน่ชัดว่าจะเริ่มการจำหน่ายเมื่อใด ? ไม่ใช่รถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งคัน แต่พัฒนาต่อกิ่งต่อยอดมาอีกทอดหนึ่งจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน หงฉี เอช 5 (HONGQI H5) ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2018 ในตัวถังขนาด 4.945×1.845×1.470 ม. ที่มีพื้นฐานมาจากรถ มาซดา อเทนซา (MAZDA ATENZA) ของค่ายญี่ปุ่น การพัฒนาต่อยอดที่กล่าวข้างต้น ยังค้นไม่พบว่ามีรายละเอียดอย่างไร ? แต่จากชื่อ FCEV ซึ่งย่อจาก FUEL CELL ELECTRIC VEHICLE ก็ทำให้แน่ใจได้ว่า เป็นรถไฟฟ้าที่ได้พลังไฟจากเซลล์เชื้อเพลิงแน่นอน ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้

 

 

VOLKSWAGEN E-LAVIDA

 

51

 

ยักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์ที่ตั้งหลักปักฐานในเมืองมังกรมานมนานและขายรถในประเทศนี้ไปแล้วไม่แน่ชัดว่ากี่สิบกี่ร้อยล้านคัน ? นำรถใหม่ออกอวดตัวในงานนี้เป็นกองทัพ เลือกคันที่เจ๋งที่สุดมาบรรจุไว้ในรายงานนี้ คือ รถพลังไฟฟ้าติดป้ายชื่อ โฟล์คสวาเกน อี-ลาวีดา (VOLKSWAGEN E-LAVIDA) ซึ่งไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหาในเยอรมนี เพราะเป็นรถที่ทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับตลาดจีน ไม่มีขายในเมืองแม่ ไม่ใช่รถที่ทำขึ้นใหม่ทั้งหมดเช่นกัน แต่พัฒนาต่อกิ่งเติมก้านจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน โฟล์คสวาเกน ลาวีดา (VOLKSWAGEN LAVIDA) ที่ในรอบปี 2018 ครองตำแหน่งรถขายดีอันดับ 3 ของเมืองมังกรด้วยยอดขายที่สูงถึง 468,792 คัน เป็นการพัฒนาเพื่อให้เป็นรถที่ขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ใดๆ เป็นระบบขับล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 100 กิโลวัตต์/136 แรงม้า ซึ่งชาร์จไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกล 280 กม. และทำความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม.

 

 

BUICK VELITE 6 MAV

 

52

 

53

 

ค่าย บิวอิค ซึ่งนับแต่ปี 1998 ที่ย่างเท้าก้าวแรกเข้าสู่เมืองมังกร สามารถขายรถในประเทศนี้ไปแล้วมากกว่า 10 ล้านคัน นำรถใหม่ 2 แบบ 2 รุ่น ออกอวดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ แต่ตัดสินใจเลือกมาเพียงแบบเดียว คือ รถติดป้ายชื่อ บิวอิค วีไลท์ 6 เอมเอวี (BUICK VELITE 6 MAV) ที่กำลังอวดรูปทรงองค์เอวอยู่นี้ เป็นผลงานจากความร่วมมือกับค่าย SAIC MOTOR กลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน และเป็นรถเก๋งตรวจการณ์ในตัวถังขนาด 4.650×1.817×1.510 ม. ที่ขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ เป็นระบบขับล้อหน้าโดยมอเตอร์ไฟฟ้า 85 กิโลวัตต์/116 แรงม้า มีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟ 13.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กม. ชาร์จไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกล 300 กม. เมื่อขับในเขตเมือง ค่าตัวเมื่อหัก SUBSIDY หรือเงินอุดหนุนของรัฐออกแล้วทำให้น่าซื้อมาก คือ อยู่ระหว่าง 165,800-185,800 หยวน หรือประมาณ 829,000-929,000 บาทไทยเท่านั้นเอง

 

 

LYNK & CO 03 PHEV

 

54

 

LYNK & CO ผู้ผลิตรถยนต์ซึ่งเริ่มกิจการเมื่อปี 2016 จากความร่วมมือของฝ่ายจีนและสวีเดน โดยมีค่าย GEELY AUTO GROUP กลุ่มบริษัทรถยนต์ระดับ “ทอพธรี” ของเมืองมังกรเป็นเจ้าของ เปิดตัวรถไฮบริด ลิงค์ แอนด์ โค 03 พีเอชอีวี (LYNK & CO 03 PHEV) ซึ่งจะออกตลาดในไตรมาสที่ 3 ของปีหมูทองร้องอู๊ดอู๊ดนี้ เป็นรถสปอร์ทซีดานในตัวถังขนาด 4.657×1.840×1.460 ม. ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดหาง ติดตั้งระบบขับไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ หรือ PLUG-IN HYBRID ซึ่งใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซิน 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ชุด ได้กำลังสุทธิสูงสุด 132 กิโลวัตต์/180 แรงม้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่เยี่ยมยอดมาก คือ แค่ 1.7 ลิตร/100 กม.หรือ 58.8 กม./ลิตร เท่านั้นเอง นอกจากรถไฮบริด รถใหม่อนุกรมนี้ยังมีรถเครื่องยนต์เบนซินให้เลือกอีก 3 ขนาด คือ 115 กิโลวัตต์/156 แรงม้า 132 กิโลวัตต์/180 แรงม้า และ 140 กิโลวัตต์/190 แรงม้า

 

 

MINI CLUBMAN

 

55

 

ปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้เช่นกัน คือ มีนี คลับแมน (MINI CLUBMAN) รุ่นปัจจุบัน (รุ่นที่ 2) ซึ่งได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” เป็นครั้งแรกนับแต่การออกตลาดเมื่อปลายปี 2015 ส่วนใหญ่ของการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กระทำกับตัวถัง ตัวอย่าง คือ ส่วนหน้าของตัวรถที่ปรับแต่งใหม่รวมทั้งแผงกระจังหน้าที่ออกแบบใหม่หมด ช่องดักลมด้านหน้าที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ไปมาก ติดตั้งไฟหน้าแอลอีดีเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ฯลฯ ส่วนเครื่องยนต์กลไกแทบไม่มีการแตะต้องอะไร โดยสรุปรถรุ่นใหม่นี้มีให้เลือกรวม 8 โมเดล แยกเป็นรถเบนซิน 4 โมเดล คือ MINI ONE CLUBMAN-MINI COOPER CLUBMAN-MINI COOPER S CLUBMAN-MINI COOPER S CLUBMAN ALL4 และเป็นรถดีเซล 4 โมเดล คือ MINI ONE D CLUBMAN-MINI COOPER D CLUBMAN-MINI COOPER SD CLUBMAN-MINI COOPER SD CLUBMAN ALL4

 

 

MAXUS G20

 

56

 

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของค่าย MAXUS ที่เลือกมาบรรจุไว้ในรายงานนี้ คือ รถ แมกซัส จี 20 (MAXUS G20) ซึ่งก็เป็นรถสายพันธุ์มังกรอีกแบบหนึ่งซึ่งอวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ในงานนี้ เป็น LARGE LUXURY MPV หรือรถอเนกประสงค์ระดับหรูขนาดใหญ่ ในตัวถัง 5.198×1.980×1.928 ม. ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด และเป็น FRONT-ENGINE/REAR WHEEL DRIVE VEHICLE หรือรถวางเครื่องหน้า/ขับเคลื่อนล้อหลัง ที่มีเครื่องยนต์ให้เลือกอย่างหลากหลายถึง 3 ขนาด คือ เครื่องเบนซิน 2.4 ลิตร 107 กิโลวัตต์/143 แรงม้า เครื่องเทอร์โบเบนซิน 2.0 ลิตร 167 กิโลวัตต์/224 แรงม้า เครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 1.9 ลิตร 112 กิโลวัตต์/150 แรงม้า เครื่องยนต์ทุกขนาดทำงานร่วมกันกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะขณะนี้รถออกโชว์รูมในสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว พร้อมกับป้ายราคาค่าตัวซึ่งอยู่ระหว่าง 159,800-183,800 หยวน หรือประมาณ 799,000- 919,000 บาทไทย

 

 

LEXUS LM

 

57

 

ปิดรายงานมหกรรมยานยนต์รายการยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยรถพลังไฟฟ้านี้ด้วยผลงานใหม่ป้ายแดงของยอดผู้ผลิตรถหรูเมืองยุ่น คือ เลกซัส แอลเอม (LEXUS LM) ซึ่งก็เป็นรถอีกแบบหนึ่งซึ่งอวดตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” เป็น LARGE LUXURY MPV หรือรถอเนกประสงค์ระดับหรูขนาดใหญ่ ที่ควรคู่เป็นอย่างยิ่งกับคำว่า “เหล้าเก่าในขวดใหม่และติดฉลากใหม่” เพราะไม่ใช่รถใหม่แท้ แต่พัฒนาต่อยอดมาอีกทอดหนึ่งจากรถอเนกประสงค์สายพันธุ์ยุ่นร่วมเครือ ที่คนรักรถในบ้านเราคงคุ้นเคยกันดี คือ โตโยตา อัลฟาร์ด/โตโยตา เวลล์ไฟร์ (TOYOTA ALPHARD/TOYOTA VELLFIRE) รุ่นปัจจุบันซึ่งเป็นรถรุ่นที่ 3 และเริ่มการจำหน่ายในญี่ปุ่นเมื่อต้นปี 2015 เป็นการพัฒนาเพื่อเพิ่มความหรูหรา เพิ่มคุณค่า และที่สำคัญมาก คือ เพิ่มค่าตัว คาดกันว่าจะมีทั้งรถขับล้อหน้า รถขับทุกล้อ และในระยะแรกจะมีรถให้เลือก 2 โมเดล คือ LEXUS LM350 กับ LEXUS LM300H



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2562
คอลัมน์ : มหกรรมยานยนต์ต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/lQfvQ
อัพเดทล่าสุด
19 Nov 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
474,000
4.
494,000
6.
2,149,000
7.
1,299,000
8.
539,000
9.
499,000
10.
1,599,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th