สนทนาธุรกิจ

จิตวุฒิ ศศิบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จํากัด


บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด เกิดจากความร่วมมือระหว่าง 2 บโรเคอร์ คือ บริษัท แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด และบริษัท ฮาวเด้น อินชัวรันซ์ โบรคเกอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด “ฟอร์มูลา” สนทนาธุรกิจกับ จิตวุฒิ ศศิบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จํากัด ถึงการควบรวมบริษัทในครั้งนี้

ฟอร์มูลา : เหตุใด แมกซี่ฯ จึงควบรวมธุรกิจกับ ฮาวเด้นฯ ?

 

จิตวุฒิ : ธุรกิจบโรเคอร์ ในต่างประเทศมีขนาดใหญ่มาก จะทำยังไงให้บริษัทฯ สามารถเติบโตในต่างประเทศ และเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศได้ จึงคิดว่าต้องหาพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งมาร่วมธุรกิจ ประกอบกับ ฮาวเด้นฯ มีความต้องการจะเติบโตในภูมิภาคเอเชียเช่นกัน จึงเกิดการร่วมมือกันขึ้น

 

ฮาวเด้นฯ ในประเทศไทย มีแต่ลูกค้าที่เป็นองค์กร ส่วน แมกซี่ฯ เติบโตมาจากประกันภัยรถยนต์ เพิ่งมามีธุรกิจองค์กรทีหลัง ถ้าทั้ง 2 บริษัทฯ เมื่อรวมกันแล้วน่าจะได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย จะได้ความเป็นสากล ได้เนทเวิร์คทั่วโลก บแรนด์ ฮาวเดน แข็งแกร่งมากในระดับสากล ผลิตภัณฑ์ที่ดีในต่างประเทศ ก็สามารถให้บริการในประเทศไทยได้ พแลทฟอร์มเรื่องการดูแลลูกค้า วิธีบริหารจัดการ สามารถเอามาปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับลูกค้าคนไทย จะทำให้บริษัทฯ เติบโตขึ้น และที่สำคัญเป็นเพราะวัฒนธรรมองค์กรที่ใกล้เคียงกันของทั้ง 2 บริษัทด้วย จึงทำให้รวมกันได้

 

ฟอร์มูลา : แบ่งสัดส่วนการลงทุนอย่างไร ?

 

จิตวุฒิ : เรายุบ 2 บริษัทรวมกัน แมกซี่ฯ ถือหุ้น 51 % ฮาวเด้นฯ 49 % แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จํากัด จัดพนักงาน และลูกค้ามารวมกันทั้งหมด โดยที่ทุนจดทะเบียนยังเท่าเดิม คือ 5 ล้านบาท เพราะมีแต่เรื่องการพัฒนาบุคลากรเพียงอย่างเดียว ธุรกิจบโรเคอร์เป็นเรื่องของคน และระบบเท่านั้นเอง โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

 

ฟอร์มูลา : หลังจากรวมบริษัท มีแผนการดำเนินงานอย่างไร ?

 

จิตวุฒิ : ตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 5 ปี เราจะเติบโตขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ของบริษัทประกันวินาศภัยที่เป็นสากลในประเทศไทย จากเดิมอยู่อันดับ 4 โดยมีแผนงาน คือ 1. จัดผังองค์กรใหม่ ให้สอดคล้องกับการทำงานมากขึ้น โดยแบ่งบุคลากรตามความรู้ความสามารถเฉพาะทางของเขา แบ่งเป็น 7 ประเภท ได้แก่ 1.1. รถยนต์ 1.2. ทรัพย์สิน 1.3. สวัสดิการพนักงาน 1.4. สินค้าและขนส่ง 1.5. อัญมณีและเครื่องประดับ 1.6. วิชาชีพและการเงิน 1.7. ประกันภัยต่อ (การกระจายความเสี่ยงภัยของผู้รับประกันภัยกับผู้รับประกันภัยด้วยกันเอง เนื่องจากบริษัท ฯ สามารถรับเสี่ยงภัยไว้เองมีจำกัด จึงกระจายการเสี่ยงภัยส่วนที่เหลือให้แก่ผู้รับประกันภัยอื่นๆ)

 

2. เน้นขยายธุรกิจเรื่องประกันภัยต่อ เพราะมีเนทเวิร์คต่างประเทศที่แข็งแรง มีความสัมพันธ์กับผู้รับประกันภัยต่อค่อนข้างดี เราเป็นบโรเคอร์ประกันภัยต่อด้วย คิดว่าน่าจะนำพันธมิตรที่อยู่ต่างประเทศมารับงานประกันภัยต่อในประเทศไทยได้

 

3. ขยายการเติบโตด้านประกันชีวิตมูลค่าสูง เพราะมีลูกค้ากลุ่ม เอมจีซี กลุ่มรถยนต์หรู ซึ่งอยากซื้อประกันชีวิตที่มีมูลค่าสูงๆ สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ของเราต่อลูกค้ากลุ่มนี้ได้ เพราะเป็นกลุ่มที่มีทรัพย์สินมาก ทุนประกันก็ต้องสูงมากเช่นกัน

 

4. เสนอขายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในเมืองไทย หาบริษัทประกันภัย และขออนุญาต คปภ.

 

5. พัฒนาเรื่องระบบดิจิทอล ยิ่งเราเป็นบโรเคอร์ หรือตัวกลาง ดิจิทอลเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้บริษัทประกันภัยเข้าไปพบลูกค้าโดยตรง ความสำคัญของบโรเคอร์ก็จะน้อยลงไป ฉะนั้น เราต้องเป็นตัวกลางที่สามารถรวบรวมผลิตภัณฑ์จากบริษัทประกันภัยหลายๆ แห่ง ให้ลูกค้าเลือก และเปรียบเทียบได้

 

ฟอร์มูลา : จุดเด่นของ บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จํากัด ที่จะทำให้ลูกค้ายอมรับคืออะไร ?

 

จิตวุฒิ : ความเชื่อมั่นในบแรนด์และการบริการของพนักงาน เพราะ ฮาวเด้นฯ มีเครือข่าย 90 ประเทศทั่วโลก มีความมั่นคงทางการเงินสูง เมื่อรวมกับ แมกซี่ฯ มีพนักงานที่ชำนาญการ 7 ทีม มีทีมเฉพาะทาง สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยง และหาราคาที่ดีที่สุดให้ลูกค้าได้

 

ฟอร์มูลา : ตั้งเป้ารายได้ไว้อย่างไร ?

 

จิตวุฒิ : ตั้งเป้าเติบโตขึ้นปีละ 10 % ไปเรื่อยๆ จากฐานเดิม จริงๆ ก็หนักเหมือนกัน เพราะลูกค้าเดิม เบี้ยก็จะลดลงเวลาต่ออายุ หรือลูกค้าเดิมอาจจะไม่ต่อกับเราก็เป็นไปได้ ดังนั้น ต้องหาลูกค้าใหม่มาเติมด้วย จริงๆ ต้องทำมากกว่าประมาณ 30 % เพื่อให้เติบโต 10 % ตอนนี้บริษัทฯ มีมาร์เกทแชร์ประกันวินาศภัยอยู่แค่ 3 % จากตลาดบโรเคอร์ 50,000 ล้านบาท ยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกเยอะ

 

ฟอร์มูลา : การแข่งขันในตลาดประกันภัยรถยนต์เป็นอย่างไร ?

 

จิตวุฒิ : น่าจะใกล้ถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เพราะ 4-5 ปีที่ผ่านมา สู้กันดุเดือด ทั้งลดราคา และพโรโมชัน แต่ปีที่แล้ว คปภ. ประกาศให้บริษัทประกันภัย เริ่มจ่ายค่าขาดประโยชน์ ทำให้มีบรรทัดฐานมากขึ้น เคลมง่ายขึ้น รายจ่ายค่าเคลมประกันเลยสูงขึ้น ฉะนั้น ก็อาจต้องขึ้นเบี้ยแล้ว ปีนี้คงไม่แข่งขันเรื่องเบี้ยประกัน แต่จะหันมาแข่งกันเรื่องการบริการ และระบบดิจิทอล ให้ลูกค้าเข้าถึงและสามารถซื้อได้ง่ายขึ้น

 

ซึ่งเรื่องดิจิทอล บริษัทฯ วางแผนไว้แล้วว่าจะเปิดตัวประมาณเดือนกรกฎาคม ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนหาชื่อเวบไซท์ที่เหมาะสม เพราะจะเป็นลูกค้ารายเดี่ยว และเข้าถึงได้ง่ายกว่า ดังนั้น ชื่อต้องสะดุดหู จำง่าย แต่จริงๆ แล้วลูกค้าก็ยังคงนิยมระบบคอลล์เซนเตอร์อยู่ คนไทยยังอยากต่อรอง และกังวลว่าถ้าซื้อผ่านแอพพลิเคชันแล้วใครจะบริการ ถ้าเราไม่เริ่มตอนนี้ ก็อาจจะช้าไป อย่างไรก็ตาม คอลล์เซนเตอร์ยังมีอยู่แน่นอน

 

ฟอร์มูลา : กิจกรรมส่งเสริมการขายของบริษัทฯ เป็นอย่างไร ?

 

จิตวุฒิ : จัดพโรโมชันเรื่อยๆ เช่น ผ่อน 0 % 10 เดือน มีของแจก และบัตรกำนัลจากกิจการในเครือ เช่น ส่วนลดค่าเช่ารถของ SIXT และค่าตรวจสภาพรถของ เอมเอมเอส โบช คาร์ เซอร์วิศ เป็นต้น



------------------------------
เรื่องโดย : สุดาภรณ์ ไกรแก้ว
ภาพโดย : สายชล อรรถาเวช
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2562
คอลัมน์ : สนทนาธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/RkyHf

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน