บทความ

สวยทั้งรูป จูบก็ร้อนแรง


McLaren-600-LT-Spider_Jan-2019_image10

สุภาษิต “สวยแต่รูป จูบไม่หอม” หมายถึง อะไรก็ตามที่ดูฉาบฉวย แต่พอใช้งานจริงกลับไม่ได้เรื่องได้ราว ทว่าสุภาษิตนี้ใช้ไม่ได้กับ ”ท่อไอเสีย” ของ “ซูเพอร์คาร์” แมคลาเรน 600 แอลที

2

 

1

  • เปรียบเทียบความแตกต่างของ “ดิฟฟิวเซอร์» และตำแหน่งของท่อไอเสียระหว่าง แมคลาเรน 570 จีที กับ 600 แอลที

 

รถยนต์แทบทุกรุ่นนั้นจะระบายไอเสียออกบริเวณชายกันชนหลัง บางคันที่เก๋าหน่อย อาจจะปล่อยออกจากด้านข้างของรถ อาทิ คอบรา หรือ เมร์เซเดส-เอเอมจี จี 63 และหากเป็น ซูเพอร์คาร์ ที่วางเครื่องกลางลำหลายรุ่น เลือกที่จะขยับตำแหน่งท่อไอเสียให้ขึ้นมาสูงอยู่ในระดับเดียวกับไฟท้าย ตัวอย่างเช่น แมคลาเรน หลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น 12 ซี, 675 แอลที ไปจนกระทั่ง 720 เอส หรือไม่ก็แหวกเอาท่อไอเสียไปอยู่ที่ มุมกันชนท้ายอย่างรุ่น 570 เอส, 570 จีที และ แฟร์รารี 430 ด้วยเหตุผลด้านอากาศพลศาสตร์ เพื่อเปิดทางให้ด้านท้ายของรถนั้น สามารถติดตั้งครีบ “ดิฟฟิวเซอร์” ขนาดใหญ่ได้

 

แต่การออกแบบท่อไอเสียของ แมคลาเรน 600 แอลที ที่แม้ตำแหน่งในไลน์อัพจะรองลงมาจาก 720 เอส แต่วิศวกรไม่ได้มองว่า มันจะต้องออกแบบให้ด้อยกว่ารุ่นพี่แต่อย่างใด ตรงกันข้ามพวกเขาได้นำเสนอรูปแบบของท่อไอเสียที่บ้าบิ่น และโดดเด่นกว่ารถในพิกัดเดียวกันทั้งหมดในท้องตลาด ด้วยการปล่อยไอเสียขึ้นด้านบน !

 

แน่นอนว่า การติดตั้งท่อไอเสียคู่ หน้าตาคล้ายกับปล่องควันเรือเดินสมุทรย่อส่วน สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากผู้พบเห็นได้เสมอ และช่วยสร้างความแตกต่างด้านรูปลักษณ์ จากรถรุ่นพี่อย่าง 570 เอส/570 จีที ที่หน้าตาคล้ายกันมาก ยิ่งกว่านั้น ในความโฉบเฉี่ยวด้านการออกแบบ ยังมีแนวคิดที่ชาญฉลาดซ่อนไว้มากมาย ได้แก่

 

5

  • ท่อไอเสียที่ซับซ้อนของ แมคลาเรน 570 เอส

 

1. ท่อไอเสียปล่อยขึ้นด้านบนของท้ายรถช่วย “ลดน้ำหนัก” เมื่อเทียบกับ ระบบท่อไอเสียของ 570 เอส/570 จีที ที่เดินลากยาวไปถึงปลายกันชน โดยต้องยกท่อที่ออกมาจากเครื่องยนต์ วี 8 แต่ละฝั่งให้วิ่งข้ามชุดเกียร์ และเพลาล้อ (เพราะวางเครื่องกลางลำ) ก่อนจะแยกซ้าย และขวาอีกครั้งไปยังปลายกันชน การออกแบบท่อไอเสียให้สั้นกว่า สามารถลดน้ำหนักท่อไอเสียลงได้ 8 กก. และยังลดน้ำหนักของอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกันได้อีก 4.6 กก. เพราะไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้พัดลมไฟฟ้าระบายความร้อนที่ติดตั้งอยู่บริเวณกันชนท้าย เพื่อระบายความร้อนจากท่อไอเสีย สรุปว่าลดน้ำหนักไปได้ร่วม 12.6 กก.

 

2. “เพิ่มพละกำลัง” เป็นที่ทราบกันดีว่า “แรงดันย้อนกลับ” ของระบบไอเสีย (BACK PRESSURE) สำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบนั้น เป็นสิ่งที่ต้องพยายามลดให้เหลือน้อยที่สุด การที่ ท่อไอเสียมีทางเดินสั้นลง ส่งผลให้การไหลของไอเสียทำได้รวดเร็วขึ้น ผลที่ได้ คือ กำลังเพิ่มขึ้น 30 แรงม้า เมื่อเทียบกับรุ่น 570 เอส

 

3. “อากาศพลศาสตร์” จะเห็นได้ชัดว่า แมคลาเรน 600 แอลที สามารถติดตั้งแผงดิฟฟิวเซอร์ (ที่เราเห็นเป็นครีบทรงตั้งเรียงรายกันด้านท้ายรถ) ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่มีอะไรมาขวางกั้น และเมื่อทำงานร่วมกันกับแอโรพาร์ทอื่นๆ จะช่วยเพิ่มแรงกดอากาศ (DOWNFORCE) ขณะวิ่งด้วยความเร็ว 250 กม./ชม. ได้มากถึง 100 กก.

 

4. หลายคนคงสงสัยว่า การระบายไอเสีย ไปด้านบน จะรบกวนการไหลของอากาศที่ส่งผลกับแรงกดหรือไม่ ?

 

4

  • ตัวอย่างของสปอยเลอร์ท้ายที่มีเฉพาะปลายปีก ของ แฟร์รารี เอฟเอกซ์เอกซ์-เค

 

เรื่องนี้ทีมวิศวกรของ แมคลาเรน ได้วิจัยแล้วพบว่า รถเครื่องวางกลางลำที่มีรูปทรงคุ้นตา ส่วนกลางของสปอยเลอร์แทบจะไม่มีผลต่อการสร้างแรงกดเลย ทั้งนี้ เพราะอากาศที่ไหลข้ามหลังคามานั้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากการ “อลวน” หรือ เทอร์บูแลนศ์ (TURBULENCE) เป็นกระแสอากาศที่เบาบาง (นี่คือ เหตุผลที่รถแข่งจำเป็นต้องยกปีกสปอยเลอร์ขึ้นสูง เพื่อรับกระแสอากาศที่หนาแน่นกว่า) ดังนั้น การสร้างแรงกดหน้าที่หลักเป็นของ “ปลายปีก” ทั้ง 2 ด้าน เพราะอากาศที่สามารถนำมาใช้ได้จริงๆ เป็นกระแสอากาศที่ไหลอย่างเป็นระเบียบมาอย่างต่อเนื่องโดยผ่าน “บ่า” (SHOULDER) ของตัวรถมาเจอกับปลายปีก สังเกตว่า ไฮเพอร์ คาร์ อย่าง “แฟร์รารี เอฟเอกซ์เอกซ์-เค” มีการติดตั้งเพียงปีกเล็กๆ ที่มุมท้ายรถเท่านั้น

 

ทั้งหมดนี้ จึงไม่ต้องกังวลว่าการปล่อยไอเสียพุ่งขึ้นไป จะไปรบกวนเรื่องอากาศพลศาสตร์ สิ่งที่ควรกลัว น่าจะเป็นความร้อนของไอเสียที่ปล่อยออกมาทำอันตรายกับพื้นผิวของสปอยเลอร์หลังที่อยู่ใกล้กันมากกว่า เรื่องนี้นักออกแบบได้เล็งเห็นปัญหานี้แล้ว จึงได้เคลือบผิวสปอยเลอร์ส่วนกลางด้วย “เซรามิคส์ โคทิง” (CERAMICS COATING) ที่เราเห็นเป็นพื้นที่สีด้าน (MATT SURFACE) นั่นคือ วิธีการป้องกันมิให้ความร้อนทำอันตรายกับสปอยเลอร์หลังนั่นเอง

 

5. ไม่เสี่ยงกับ “น้ำ” ย้อนกลับเข้าไปข้างในแล้วไหลลงเวลาที่จอดรถ หรือสำหรับเรื่องนี้ ทีมวิศวกรได้คิดเผื่อไว้แล้วเช่นกัน โดยเปิดช่องระบายน้ำเอาไว้บนผนังของปลายท่อ เพื่อให้น้ำที่อาจไหลย้อนเข้าไปในท่อไอเสียระบายออก ซึ่งแนวคิดนี้ ได้ผ่านการทดสอบในห้องทดสอบเรื่องน้ำฝนที่มีชื่อว่า “ห้องมรสุม” (MONSOON ROOM) เรียบร้อย

 

3

  • แมคลาเรน 600 แอลที สไปเดอร์ สามารถลดกระจกหลังที่กั้นห้องโดยสารกับด้านท้ายรถ เพื่อให้ผู้ขับ “เสพ” เสียงคำรามกึกก้องของท่อไอเสีย

 

6. สุดท้าย เป็นเรื่องสุดพิเศษของท่อไอเสีย ที่ปล่อยขึ้นด้านบน เฉพาะในรุ่น 600 แอลที สไปเดอร์ หรือรุ่นเปิดประทุน ที่มีจุดเด่นในการที่สามารถลดกระจกหลังที่กั้นห้องโดยสารกับด้านท้ายรถได้ (ทั้งตอนเปิด/ปิดหลังคา) นั่นคือ คนขับสามารถจะเปิดหน้าต่างบานเล็กๆ เพื่อฟังเสียงคำรามกึกก้องของท่อไอเสียได้ทุกเมื่อ

 

เห็นได้ชัดว่า แม้กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคของรถพลังไฟฟ้า แต่เราก็ยังหลงใหลไปกับ “เสียง” และ “ความร้อนแรง” ของเครื่องยนต์แบบนี้อยู่ ซึ่ง แมคลาเรน ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า รถยนต์ที่เหมือนจะรู้จักกันดีแล้วนี้ยังสามารถคิดพลิกแพลง กับมันได้อีกเยอะ !



------------------------------
เรื่องโดย : ภัทรกิติ์ โกมลกิติ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2562
คอลัมน์ : รู้ลึกเรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/C4B1B
อัพเดทล่าสุด
9 Sep 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
999,000
2.
13,499,000
4.
2,090,000
5.
1,849,000
7.
568,000
8.
2,490,000
9.
1,709,000
10.
385,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th