บทความ

PORSCHE 911 CARRERA/911 CARRERA CABRIOLET


เดือนนี้ “ระเบียงรถใหม่” เป็นเรื่องราวของรถสปอร์ทล้วนๆ และเป็นการชุมนุมของรถนานาชาติ เพราะมีทั้งรถสปอร์ทสายพันธุ์ เยอรมัน รถสปอร์ทจากเมืองมะกะโรนี รถสปอร์ทจากเกาะอังกฤษ รถสปอร์ทจากประเทศที่กำลังก่อกำแพง และรถสปอร์ท สายเลือดซามูไร เริ่มต้นที่รถสปอร์ทอภิมหาอมตะตลอดกาลที่คนรักรถทั่วโลกรู้จักกันดีก่อน

ยอดผู้ผลิตรถเมืองเบียร์ ซึ่งหากินกับการผลิต และจำหน่ายรถสปอร์ทเพียงอย่างเดียวอยู่หลายทศวรรษ ก่อนบรรลุสัจธรรมเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ว่าทำรถกิจกรรมกลางแจ้งก็หาเงินได้คล่องไม่แพ้รถ สปอร์ทเลย เริ่มธุรกิจผลิตรถยนต์เมื่อปี 1950 ด้วยรถสปอร์ทติดป้ายชื่อ โพร์เช 356 (PORSCHE 356) ซึ่งอยู่ในสายการผลิตมายาวนานประมาณ 6 ปี มียอดผลิตประมาณ 76,000 คัน และมีข้อมูลยืนยันว่าครึ่งหนึ่งของรถจำนวนนี้ยังมีชีวิตจนถึงปัจจุบัน

 

ที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท เมื่อวันที่ 12 กันยายน 1963 ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทรายนี้ นำรถใหม่อีกรุ่นหนึ่งออกอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกพร้อมกับป้ายชื่อ โพร์เช 901 (PORSCHE 901) และประกาศยืนยันว่านี่คือ ทายาทสายตรงของรถ โพร์เช 356 (PORSCHE 356) ปรากฏว่าทำรถชื่อนี้ได้เพียง 82 คัน ก็ต้องตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเป็น โพร์เช 911 (PORSCHE 911) เพราะการประท้วงของค่าย เปอโฌต์ (PEUGEOT) แห่งฝรั่งเศส ซึ่งยืนยันว่าเป็นผู้ถือสิทธิ์การตั้งชื่อรุ่นของรถด้วยตัวเลข 3 ตัว โดยมีเลข 0 อยู่ตรงกลาง

 

รถติดป้ายชื่อใหม่ดังกล่าวนี้ เริ่มการผลิตเมื่อเดือนกันยายน 1964 มีโครงสร้างเป็นรถวางเครื่องท้าย/ขับเคลื่อนล้อหลัง ติดตั้งเครื่องยนต์ 6 สูบนอนยัน (บอกเซอร์) 1,991 ซีซี 96 กิโลวัตต์/130 แรงม้า ระบายความร้อนด้วยอากาศ และส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 4 หรือ 5 จังหวะ ห้องโดยสารติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 2 แถว แต่เก้าอี้แถวหลังมีขนาดเล็กมาก จึงถือว่าเป็นรถ 2+2 ที่นั่ง ไม่ใช่รถ 4 ที่นั่ง รถรุ่นนี้อยู่ในสายการผลิตมายาวนานถึง 10 ปี (1963-1973) มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง และมียอดผลิตรวม 111,995 คัน

 

ความสำเร็จของรถรุ่นแรก ด้วยสมรรถนะการขับขี่อันเยี่ยมยอด ด้วยรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครกล้าทำให้เหมือน นำมาซึ่งทายาทสายตรงอีก 7 รุ่น กล่าวคือ รุ่นที่ 2 ซึ่งมีรหัสโรงงาน G SERIES อยู่ในสายการผลิตระหว่างปี 1973-1989 และมียอดผลิต 198,496 คัน รุ่นที่ 3 ซึ่งมีรหัสโรงงาน 964 อยู่ในสายการผลิตระหว่างปี 1988-1994 และมียอดผลิต 63,762 คัน รุ่นที่ 4 ซึ่งมีรหัสโรงงาน 993 อยู่ในสายการผลิตระหว่างปี 1993-1998 และมียอดผลิต 68,881 คัน รุ่นที่ 5 ซึ่งมีรหัสโรงงาน 996 และเป็นรุ่นแรกที่ติดตั้งเครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำ อยู่ในสายการผลิตระหว่างปี 1997-2005 และมียอดผลิต 175,262 คัน รุ่นที่ 6 ซึ่งมีรหัสโรงงาน 997 อยู่ในสายการผลิตระหว่างปี 2004-2012 และมียอดผลิต 213,004 คัน รุ่นที่ 7 ซึ่งมีรหัสโรงงาน 991 เริ่มเข้าสู่สายการผลิตเมื่อปี 2011 และนับจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2018 มียอดผลิตรวม 217,930 คัน

 

และล่าสุดคือ รถรุ่นที่ 8 ซึ่งมีรหัสโรงงาน 992 เพิ่งปรากฏตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิส ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2018 เป็นการอวดตัวหลังจากรถ 7 รุ่นแรกทำยอดขายทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 1,000,000 คัน

 

เป็นรถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่ยังใช้โครงสร้างเดิม หน้าตาคล้ายแบบเดิม รูปทรงองค์เอวสไตล์เดิมแต่เปลี่ยนรายละเอียดไปบ้างในหลายจุด เป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า EVOLUTIONARY STYLING หรือ “วิวัฒน์” ไม่ใช่ REVOLUTIONARY STYLING หรือ “ปฏิวัติ” คือ เห็นที่ไหนใครๆ ก็รู้ว่าเป็นรถ 911 ที่เปลี่ยนแปลงไปแน่นอน แต่เห็นไม่ได้ และพิสูจน์ไม่ได้หากไร้ไม้วัด คือ ขนาดตัวถังซึ่งยาว 4.519 ม. กว้าง 1.852 ม. และสูง 1.300 ม. คือ ยาวขึ้น 2.0 ซม. และกว้างขึ้นถึง 4.4 ซม. เมื่อเทียบกับตัวถังของรถรุ่นเดิม เป็นตัวถังที่วางตัวอยู่บนโครงสร้างพแลทฟอร์มที่ค่ายนี้ออกแบบขึ้นใหม่ ใช้ชิ้นส่วนอลูมิเนียมจำนวนมากโดยเฉพาะส่วนท้าย เพื่อผลในการกระจายน้ำหนักลงสู่ล้อคู่หน้า/คู่หลัง นอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรกของรถแบบนี้ที่มีการติดตั้งระบบ REAR-WHEELSTEERING หรือบังคับเลี้ยวด้วยล้อหลัง ซึ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัว และเสถียรภาพขณะใช้ความเร็วสูงได้อย่างดี ส่วนรูปทรงองค์เอวของรถรุ่นนี้ นับเป็นผลงานชิ้นที่ 2 ของทีมงานที่มี มิคาเอล เมาเอร์ (MICHAEL MAUER) นักออกแบบชาวเยอรมันวัย 57 ปี ซึ่งเคยทำงานกับค่าย เมร์เซเดส-เบนซ์ (MERCEDES-BENZ) และ ซาบ (SAAB) มาก่อนแล้วเป็นผู้นำรถรุ่นใหม่ซึ่งปรากฏตัวที่ลอสแองเจลิสมีอยู่ 2 โมเดล คือ โพร์เช 911 คาร์เรรา เอส (PORSCHE 911 CARRERA S) กับ โพร์เช 911 คาร์เร-รา 4 เอส (PORSCHE 911 CARRERA 4S) ทั้งคู่เป็นรถ 2 ประตูคูเป 2+2 ที่นั่ง มีขนาดตัวถัง 4.519×1.852×1.300 ม. มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.29 ติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 6 สูบนอนยัน (บอกเซอร์) 2,981 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 331 กิโลวัตต์/450 แรงม้า ที่ 6,500 รตน. ให้แรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร/54.1 กก.-ม. ที่ 2,300-5,000 รตน. และส่งกำลัง เครื่องยนต์สู่ล้อผ่านระบบเกียร์ อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ PDK ที่เพิ่งพัฒนาขึ้นใหม่

 

ที่แตกต่างกันก็คือ โมเดลแรกซึ่งค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 ในเยอรมนี เริ่มต้นที่ 120,125 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 4.565 ล้านบาทไทย เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.7 วินาที ทำ 0-200 กม./ชม. ใน 12.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 308 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 8.9 ลิตร/100 กม. หรือ 11.2 กม./ลิตร และมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 205 กรัม/กม. ส่วนโมเดลหลังซึ่งค่าตัวเริ่มต้นที่ 127,979 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 4.863 ล้านบาทไทย เป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.6 วินาที 0-200 กม./ชม. ทำได้ใน 12.7 วินาที และทำความเร็ว สูงสุด 306 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 9.0 ลิตร/100 กม. หรือ 11.1 กม./ลิตร และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 206 กรัม/กม.

 

1 เดือนเศษหลังการปรากฏตัวของรถ 2 โมเดลแรก คือ เมื่อวันพุธที่ 9 มกราคม 2019 นี่เอง ยอดผู้ผลิต รถสปอร์ท และรถกิจกรรมกลางแจ้งของเมืองเบียร์ก็เปิดเผยโฉมหน้า และรายละเอียดของรถใหม่อีก 2 โมเดล ผ่านสื่อต่างๆ พร้อมประกาศรับการสั่งจอง แต่ไม่บอกว่าจะเริ่มการส่งมอบรถเมื่อไหร่ ? เป็นรถเปิดประทุนขับล้อหลังติดป้ายชื่อ โพร์เช 911 คาร์เรรา เอส กาบริโอ-เลต์ (PORSCHE 911 CARRERA S CABRIOLET) กับรถเปิดประทุนขับทุกล้อติดป้ายชื่อ โพร์เช 911 คาร์เร-รา 4 เอส กาบริโอเลต์ (PORSCHE 911 CARRERA 4S CABRIOLET) ทั้งคู่ติดตั้งประทุนหลังคาแบบอ่อน เปิด/ปิดโดยการกดปุ่ม และทำได้เมื่อรถยังวิ่งเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ส่วนเครื่องยนต์กลไกต่างๆ ยกมาทั้งชุดจากรถคูเป 2 โมเดลแรก

 

PORSCHE 911 CARRERA

  • มีให้เลือกทั้งรถขับล้อหลัง และรถขับทุกล้อ
  • มิติตัวถัง 4.519×1.852×1.300 ม. ห้องโดยสาร 2+2 ที่นั่ง
  • เครื่องทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง 331 กิโลวัตต์/450 แรงม้า
  • ระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ PDK
  • ราคาในเยอรมนีเริ่มต้นที่ 120,125 ยูโร (4.565 ล้านบาท)

 

PORSCHE 911 CARRERA CABRIOLET

  • รถเปิดประทุน (แบบอ่อน) ขับล้อหลัง และขับทุกล้อ
  • มิติตัวถัง 4.519×1.852×1.299 ม. ห้องโดยสาร 2+2 ที่นั่ง
  • เครื่องทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง 331 กิโลวัตต์/450 แรงม้า
  • ระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ PDK
  • ราคาในเยอรมนีเริ่มต้นที่ 134,405 ยูโร (5.107 ล้านบาท)


------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2562
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/fge1E
อัพเดทล่าสุด
27 Mar 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,180,000
2.
970,000
3.
22,500,000
4.
5,499,000
5.
2,490,000
6.
1,500,000
7.
5,099,000
9.
2,379,000
10.
3,999,000
11.
16,900,000
12.
689,000
14.
655,000
15.
1,350,000
16.
5,350,000
17.
8,999,000
18.
1,550,000
20.
6,990,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th