บทความ

อาการเหินน้ำ คืออะไร ?


รู้หรือไม่ ช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงจะเกิดอาการรถเหินน้ำสูงสุด คือ 10 นาทีแรก หลังฝนตก เนื่องจากน้ำ จะผสมกับน้ำมัน และฝุ่น ที่ตกค้างอยู่บนถนน

ฝนตกที่ดูเหมือนจะไม่มีอันตราย แต่อาจจะเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่บนถนนได้

 

AQUAPLANING หรือ HYDROPLANING หรืออาการเหินน้ำ เป็นปัญหาที่ทำให้การขับรถฝ่าสายฝนเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวได้ ปรากฏการณ์ที่เป็นอันตรายนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อฝนตกลงบนถนน และเกิดเป็นชั้นน้ำระหว่างพื้นถนนกับยางรถ ซึ่งทำให้ยางรถสูญเสียการเกาะถนน เป็นสาเหตุให้ผู้ขับไม่สามารถควบคุมบังคับรถ หรือเบรคได้ และยางก็ไม่สามารถยึดเกาะพื้นถนน ทำให้รถหมุน หรือไม่ก็ลื่นไถลไปตามถนน ก่อให้เกิดอุบัติเหตุตามมา

 

หากคุณโชคร้าย ไม่สามารถบังคับรถบนถนนที่มีแอ่งน้ำขนาดน้ำ 2.5 มม. ได้ ในขณะที่ใช้ความเร็ว 70 กม./ชม. น้ำที่คั่นกลางระหว่างล้อ และถนน ทำให้หน้ายางไม่สามารถสัมผัสถนนได้โดยตรง และทำให้รถลื่นไถลไปบนถนน

 

สาเหตุของปัญหานี้ เกิดจากยางไม่สามารถรีดน้ำออกจากถนนได้ หมายถึง ล้อรถไม่สามารถกำจัดน้ำออกจากทางได้รวดเร็วพอ เพื่อให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนน ซึ่งยางที่มีคุณภาพดีจะสามารถกำจัดน้ำประมาณ 1 ถังออกจากพื้นถนนได้ทุกๆ 7 วินาที

 

ในปี 2015 มีผู้เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 2,918 คน ในประเทศอังกฤษ สาเหตุมาจากพื้นถนนที่มีน้ำเจิ่งนอง

 

 

จะรับมืออย่างไรเมื่อรถเหินน้ำ

 

Photo Taken In Germany, Berlin

 

ผู้ขับจะรับรู้ได้ทันทีเมื่อเกิดการเหินน้ำ เพราะทิศทางของรถจะผิดปกติ เครื่องยนต์จะส่งเสียงดังขึ้น พวงมาลัยจะเบาขึ้น และช่วงท้ายรถจะปัด ส่วนใหญ่ผู้ใช้รถจะตื่นตระหนกกับเหตุการณ์นี้ และสัญชาตญาณจะสั่งให้เหยียบเบรค แต่การเหยียบเบรคยิ่งจะทำให้สถานการณ์แย่ลง

 

วิธีแก้ไข คุณจะต้องค่อยๆ ถอนคันเร่ง และประคองพวงมาลัย จนกว่าล้อรถจะจับพื้นถนนอีกครั้ง หากต้องการลดความเสี่ยง คุณสามารถลดความเร็วลง เมื่อเจอพื้นถนนที่เปียก และมั่นใจว่ายางรถยนต์อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ

 

สิ่งสำคัญที่ผู้ขับต้องระมัดระวัง คือ แอ่งน้ำขนาดเล็กบนพื้นถนน เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดอาการเหินน้ำได้

 

ข้อมูลวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอาการเหินน้ำ

การลื่นไถลที่เป็นอันตรายนี้ มีสาเหตุหลักมาจากการตอบสนอง (หรือไม่ตอบสนอง) ตามระดับ ความเร็วของรถ

 

ความเร็วต่ำ

ยางรถจะสามารถรีดน้ำออกจากพื้นถนน และผิวล้อรถได้

 

สัมผัสพื้นถนนโดยสมบูรณ์

เมื่อใช้ความเร็วต่ำ ล้อจะสามารถยึดเกาะถนนได้อย่างแนบสนิท รถจึงเคลื่อนที่ได้อย่างปลอดภัย บนสภาพถนนเปียก

 

ความเร็วปานกลาง

ยางรถยังสามารถรีดน้ำส่วนมากออกไปได้ ในขณะที่แรงยึดเกาะน้อยลง แต่ความสามารถในการยึดเกาะยังมี

 

สัมผัสพื้นถนนน้อยลง

หากล้อรถไม่สัมผัสกับพื้นถนนอย่างแนบสนิทอาจทำให้สูญเสียการควบคุม และทำให้รถไถลลื่นเล็กน้อย

 

ความเร็วสูง

ยางรถจะไม่สามารถรีดน้ำที่คั่นกลางระหว่างยางรถ กับพื้นถนนออกไป ทำให้ยางรถสูญเสียแรงยึดเกาะถนน และผู้ขับจะไม่สามารถควบคุมรถได้

 

อาการเหินน้ำ

เมื่อยางรถไม่สามารถรีดน้ำออกไปได้ แรงดันน้ำที่หน้าผิวยางรถจะเพิ่มมากขึ้น น้ำที่เป็นแผ่นฟีล์มบางๆ อยู่ใต้ยางรถจะทำให้ยางรถไม่สามารถสัมผัสพื้นถนนโดยตรงได้ เป็นเหตุให้รถลื่นไถลไปตามถนน



------------------------------
เรื่องโดย : HOW IT WORKS MAGAZINE
ภาพโดย : HOW IT WORKS MAGAZINE
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2562
คอลัมน์ : เรื่องเด่นจาก GADGET/HOW IT WORKS
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/YlyRF
อัพเดทล่าสุด
20 Jun 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
679,000
2.
1,079,000
4.
1,269,000
5.
765,000
6.
640,000
7.
1,475,000
8.
14,790,000
9.
1,180,000
10.
970,000
11.
22,500,000
12.
5,499,000
13.
2,490,000
14.
5,099,000
15.
8,999,000
18.
5,260,000
19.
4,310,000
20.
1,550,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th