บทความ

รถไฟฟ้า มาแน่ๆ


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนกันยายน 2018/2017

ตลาดโดยรวม  +14.3 %
รถยนต์นั่ง +12.6 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) +37.0 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) +60.1 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ +11.5 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ +35.7 %
อื่นๆ -21.8 %

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-กันยายน 2018/2017

ตลาดโดยรวม +20.3 %
รถยนต์นั่ง +19.8%
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) +37.7 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) -6.1 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ +19.9 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ +17.4 %
อื่นๆ -0.2 %

 

เป็นที่รับทราบกันอย่างไม่เป็นทางการว่าประเทศไทย กำลังจะมีรถยนต์ไฟฟ้า ผลิตในประเทศ จำหน่ายในประเทศ และส่งออก ในเร็ววันนี้ โดยแหล่งข่าวจากสถาบันยานยนต์ คาดว่าจะมีค่ายรถยนต์ 5 ราย ยื่นขอ บีโอไอ ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในสิ้นปี 2561 นี้ แน่นอน

ก่อนหน้านี้ มีค่ายรถยนต์เข้ามายื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนผลิตรถยนต์ไฮบริด และพลัก-อิน ไฮบริด แล้ว 5 ราย และในช่วงสิ้นปีนี้ จะสิ้นสุดมาตรการส่งเสริมการลงทุนพิเศษสำหรับรถยนต์พลัก-อินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) คาดว่าจะมีค่ายรถยนต์สนใจเข้ามาขอรับการส่งเสริมการลงทุนอีก 5 ราย แบ่งเป็นค่ายรถยนต์รายเดิม ที่มีฐานการผลิตในไทยมากกว่า 3 ราย และจะมีค่ายต่างประเทศหน้าใหม่มาขอรับการส่งเสริมฯ ประมาณ 1-2 ราย

 

โดยตำแหน่งหน้าที่ ท่านก็บอกไม่ได้ว่า จะเป็นยี่ห้ออะไรกันบ้าง แต่เอาเป็นว่า เป็นที่รู้ๆ กันก็แล้วกัน

 

“ขณะนี้แต่ละค่ายรถต่างเตรียมตัวตัดสินใจขั้นสุดท้าย คาดว่าจะเข้ามาขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในช่วงท้ายๆ ของเดือนธันวาคมนี้ เหมือนกับในปีที่ผ่านมาที่ค่ายรถยนต์เข้ามาขอรับการส่งเสริมฯ รถยนต์ไฮบริด ในช่วง 2-3 วันสุดท้าย เพราะแต่ละรายก็ต้องทำการบ้านศึกษารายละเอียดของการลงทุนทุกด้านอย่างรอบคอบ แล้วจึงค่อยมายื่นขอต่อ บีโอไอ”

 

แต่สำหรับวิธีคิดของบ้านเรา การที่จะทำให้รถยนต์พลัก-อิน ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นได้ จะต้องทำให้รถยนต์พลัก-อิน ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าต้องมีคุณสมบัติใกล้เคียง หรือดีกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน และจะต้องมีราคาที่คุ้มค่า และไม่ให้แพงกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันมากนัก

 

แต่ก็คาดว่า หากมีการตั้งโรงงานผลิตในไทย บวกกับมาตรการส่งเสริมต่างๆ ของภาครัฐ จะทำให้ราคารถยนต์พลัก-อิน ไฮบริดจะสูงกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันประมาณ 10 % ซึ่งเป็นระดับที่แข่งขันได้ แต่หากเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ราคายังสูงอยู่ และน่าจะแพงกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันประมาณ 30-40 %

 

“แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาแพงกว่า แต่เมื่อเปรียบเทียบในระยะยาว จะคุ้มค่ากว่า เพราะมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน และค่าไฟฟ้าก็ถูกกว่าราคาน้ำมันอยู่มาก ซึ่งหากผู้บริโภคนำต้นทุนในส่วนนี้มาพิจารณา จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีความคุ้มค่ามากขึ้น”

 

อันนั้น ว่าด้วยเรื่องการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า หันกลับมาดูเครื่องอัดประจุไฟฟ้ากันบ้าง ที่ตอนนี้ การไฟฟ้านครหลวง เป็นแนวหน้านำหน้าไปก่อนแล้ว ตามมาด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และก็มาถึง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

 

ล่าสุด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้จัดทำระบบโครงข่ายเครื่องอัดประจุไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว ในเส้นทางหลักไปสู่เมืองใหญ่ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในส่วนภูมิภาค รองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จำนวน 11 สถานี ดังนี้

 

– ภาคเหนือ (กรุงเทพฯ–พระนครศรีอยุธยา) 2 สถานี, – ภาคใต้ (กรุงเทพฯ–หัวหิน) 3 สถานี/- ภาคตะวันออก (กรุงเทพฯ – พัทยา) 2 สถานี/- ภาคตะวันตก (กรุงเทพฯ – นครปฐม) 1 สถานี/- ตะวันออกเฉียงเหนือ (กรุงเทพฯ – โคราช) 2 สถานี และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ กฟภ. 1 สถานี

 

สถานีอัดประจุไฟฟ้าของ กฟภ. ทั้ง 11 สถานี จะรองรับการอัดประจุไฟฟ้าแบบรวดเร็ว (QUICK CHARGE) ซึ่งเป็นการอัดประจุแบบไฟฟ้ากระแสตรง และการอัดประจุไฟฟ้าแบบทั่วไป (NORMAL CHARGE) ซึ่งเป็นการอัดประจุแบบไฟฟ้ากระแสสลับ

 

และล่าสุด ที่สถานีอัดประจุไฟฟ้าปากช่อง เป็นเครื่องอัดประจุไฟฟ้าที่ กฟภ. วิจัยและพัฒนาขึ้นมาเอง โดยเครื่องอัดประจุไฟฟ้าของสถานีฯ ปากช่อง ประกอบด้วย หัวจ่าย 6 หัวจ่าย แบบ MULTI-STANDARD (CHADEMO 2 หัวจ่าย CCS COMBO 2 หัวจ่าย และ AC TYPE II 2 หัวจ่าย) มีพิกัดกำลังไฟฟ้ารวมอยู่ที่ 100 กิโลวัตต์ สามารถอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าได้ โดยติดต่อที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ณ พื้นที่ที่เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2562

 

ก็ต้องยอมรับว่า ด้านราชการ มีการเตรียมตัวกันพอสมควร สำหรับการต้อนรับน้องใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า ในอนาคต นอกเหนือจากการให้บริการของด้านเอกชน ที่เริ่มต้นกันในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง ทั้งที่ให้บริการเฉพาะรถยนต์บางยี่ห้อ หรือบริการหัวจ่ายในหลายๆ แบบ หากราคารถยนต์ไฟฟ้า ไม่แพงจนเกินควร ก็ต้องถือว่าน่าใช้ทีเดียว เมื่อคิดย้อนกลับถึงค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพิง และค่าบำรุงรักษา

 

อีกไม่นาน เราก็จะได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันแล้ว เตรียมตัวกันไว้หน่อยก็ดีนะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2561
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/KeaBy
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th