บทความ

สิงหาคมไม่ใช่โลว์ซีซัน


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2018/2017

ตลาดโดยรวม  +27.7 %
รถยนต์นั่ง  +26.6 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV)  +58.1 %
รถอเนกประสงค์ (MPV)  +26.1 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ  +19.8 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ  +35.3 %
อื่นๆ  +20.4 %

 

 

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-สิงหาคม 2018/2017

ตลาดโดยรวม  +21.1 %
รถยนต์นั่ง  +20.8 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV)  +37.8 %
รถอเนกประสงค์ (MPV)  -13.9 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ  +21.2 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ  +15.3 %
อื่นๆ  +4.1 %

 

ปกติในวงรอบการซื้อขายรถยนต์ใหม่ของแต่ละปีในช่วงกลางปี หรือในไตรมาสที่ 3 ของปี ที่ประกอบด้วยเดือนสิงหาคม, กันยายน และตุลาคม จะเป็นช่วงที่ตลาดการซื้อขายเงียบเหงาซบเซา แต่นับตั้งแต่มีผู้ใหญ่ใจดีเปิดพื้นที่ในงาน BIG MOTOR SALE ให้บริษัทรถยนต์ที่สนใจนำรถยนต์รุ่นต่างๆ มาจัดแสดงในงาน โดยมีข้อแม้หลักว่าต้องมีพโรโมชันส่งเสริมการขายพิเศษ ที่พิเศษเร้าใจมากกว่าพโรโมชันปกติทั่วไป ติดตัวมานำเสนอภายในช่วงระยะเวลาการจัดงาน ทำให้นับตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกในปี 2557 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เดือนสิงหาคมไม่ได้เป็นโลว์ซีซันสำหรับการซื้อขายรถยนต์ใหม่อีกต่อไป โดยเฉพาะในการจัดงานในปี 2561 นี้ บริษัทรถยนต์หลายบริษัทเลือกใช้เวทีในงานนี้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่แกะกล่อง ที่เป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย อาทิเช่น มิตซูบิชิ เอกซ์แพนเดอร์ และนิสสัน แตร์รา หรือการเริ่มส่งมอบ ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ ลอทแรกให้แก่ผู้สั่งจองไว้ รวมไปถึงรถยนต์เวอร์ชันใหม่พิเศษที่ปรับแต่งใหม่ เพื่อการนำเสนอในงานนี้โดยเฉพาะ ฯลฯ และแน่นอนที่ขาดเสียไม่ได้ คือ พโรโมชันสุดพิเศษที่หาไม่ได้ในช่วงเวลาอื่น นอกจากภายในช่วงระยะเวลาการจัดงาน BIG MOTOR SALE หรืองานมหกรรมยานยนต์เพื่อขายแห่งชาติ นี้เท่านั้น ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ทำให้ตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในเดือนสิงหาคม 2561 ปรับตัวสูงขึ้นกว่าในช่วงเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในทุกๆ เดือนที่ผ่านมาของปี 2561 นี้

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีงาน BIG MOTOR SALE เป็นป๋าดันให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ในเดือนสิงหาคมนี้สวยหรูดูดีมากขึ้น แต่เนื่องจากรถยนต์ซึ่งเป็นที่สนใจของผู้ซื้อ เป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก ทำให้ถึงแม้ว่าจะมียอดสั่งจองอย่างล้นหลามเกินคาด แต่ในความเป็นจริงการส่งมอบยังไม่เกิดขึ้นจริง ทั้งจากการติดขัดในเรื่องของกำลังการผลิต และเรื่องของการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ตัวเลขยอดจำหน่ายที่เกิดขึ้นในเดือนนี้ ลดน้อยลงจากในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับตัวเลขยอดจำหน่ายในเดือนสิงหาคมปี 2560 เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ที่ปรับตัวเพิ่มมากขึ้นถึง 27.7 % โดยรถยนต์ทุกประเภททุกยี่ห้อมียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 86,814 คัน ซึ่ง โตโยตา ยังคงยืนหยัดในความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ในประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งจากตัวเลข 86,814 นี้ เป็นยอดจำหน่ายรถยนต์โมเดลรุ่นต่างๆ ของ โตโยตา ถึง 27,086 คัน หรือคิดเป็น 31.2 % ของยอดจำหน่ายรถยนต์ทั้งหมด อันดับ 2 อีซูซุ มียอดจำหน่ายที่ 13,135 คัน เท่ากับ 15.1 % ของยอดจำหน่ายทั้งหมด อันดับ 3 ฮอนดา 11,307 คัน เท่ากับ 13.0 % อันดับ 4 มิตซูบิชิ 7,020 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 8.1 % และอันดับ 5 ฟอร์ด 5,927 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 6.8 % และเมื่อนำตัวเลขยอดจำหน่ายของเดือนสิงหาคมนี้ไปรวมกับตัวเลขยอดจำหน่าย 7 เดือนของปี 2561 ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามียอดจำหน่ายรวมแล้วทั้งสิ้น 657,875 คัน เพิ่มขึ้นจากห้วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2560 ถึง 21.1 % รถยนต์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในช่วงเวลาที่ผ่านไปนี้เป็น โตโยตา มีส่วนแบ่งการตลาด 29.6 % จากยอดจำหน่ายรวม 194,956 คัน เพิ่มขึ้น 34.8 % เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2560 ตามด้วย อีซูซุ ส่วนแบ่งการตลาด 17.1 % ยอดจำหน่ายรวม 112,638 คัน เพิ่มขึ้น 10.4 % อันดับ 3 ฮอนดา ส่วนแบ่งการตลาด 12.4 % จากยอดจำหน่ายรวม 81,633 คัน ลดลง 1.2 % อันดับ 4 มิตซูบิชิ ส่วนแบ่งตลาด 8.2 % ยอดจำหน่ายรวม 54,129 คัน เพิ่มขึ้น 25.2 % และอันดับ 5 มาซดา ส่วนแบ่งการตลาด 7.0 % จากยอดจำหน่ายรวม 45,875 คัน เพิ่มขึ้นถึง 42.5 %

 

พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ เดือนสิงหาคมนี้มียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 32,191 คัน เพิ่มขึ้น 19.8 % เมื่อเทียบกับยอดจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2560 จำหน่ายได้มากสุดเป็น โตโยตา 10,840 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 33.7 % ตามด้วย อีซูซุ 10,210 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 31.7 % ฟอร์ด 3,483 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 10.8 % มิตซูบิชิ 2,860 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 8.9 % และนิสสัน 2,143 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 6.7 %

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำตัวเลขยอดจำหน่ายในเดือนสิงหาคมนี้ไปรวมกับตัวเลขยอดจำหน่ายสะสมก่อนหน้านี้ อีซูซุ ยังคงความเป็นพิคอัพขวัญใจมหาชนอันดับ 1 อยู่ โดยผ่านไป 8 เดือน ตัวเลขยอดจำหน่ายสะสมของรถยนต์ประเภทนี้อยู่ที่ 255,219 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 ถึง 21.2 % และอีซูซุ มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 35.3 % จากยอดจำหน่ายรวม 90,176 คัน เพิ่มขึ้น 12.1 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 ตามด้วย โตโยตา ยอดจำหน่ายรวม 75,158 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 29.4 % เพิ่มขึ้น 28.6 % อันดับ 3 ฟอร์ด ยอดจำหน่าย 32,532 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 12.7 % เพิ่มขึ้น 35.5 % มิตซูบิชิ ยอดจำหน่ายรวม 24,260 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 9.5 % เพิ่มขึ้น 34.0 % และนิสสัน 14,293 คัน ส่วนแบ่งตลาด 5.6 % เพิ่มขึ้น 17.4 %

 

mart 1812

 

สำหรับพิคอัพ 4×4 เซกเมนต์ย่อยที่แตกออกมาจากพิคอัพ 4×2 เดือนสิงหาคมนี้มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 3,639 คัน เพิ่มขึ้นถึง 35.3 % ผู้นำในตลาดนี้ยังคงเป็น โตโยตา อย่างเหนียวแน่นยั่งยืน โดยเดือนนี้โกยยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นอีก 1,570 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 43.1 % อันดับ 2 ฟอร์ด จำหน่ายได้ 1,130 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 31.1 % อันดับ 3 อีซูซุ ยอดจำหน่าย 568 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 15.6 % อันดับ 4 มิตซูบิชิ 265 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 7.3 % และอันดับ 5 นิสสัน 81 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 2.2 % ซึ่งเมื่อรวมตัวเลขยอดจำหน่ายทั้งหมดจนถึงเดือนสิงหาคม พิคอัพประเภทนี้จำหน่ายไปแล้วรวม 24,568 คัน เพิ่มขึ้น 15.3 % ตัวเลขสะสมสูงสุดเป็นของ โตโยตา จำหน่ายแล้ว 13,237 คัน เพิ่มขึ้น 21.0 % ส่วนแบ่งการตลาด 53.9 % ตามด้วย อีซูซุ 4,650 คัน เพิ่มขึ้น 4.1 % ส่วนแบ่งการตลาด 18.9 % ฟอร์ด 3,820 คัน เพิ่มขึ้น 15.2 % ส่วนแบ่งการตลาด 15.5 % มิตซูบิชิ 2,069 คัน เพิ่มขึ้น 14.6 % ส่วนแบ่งการตลาด 8.4 % และนิสสัน 560 คัน เพิ่มขึ้น 17.2 % ส่วนแบ่งการตลาด 2.3 %

 

รถเอสยูวี เดือนสิงหาคมปี 2561 มียอดจำหน่ายรวมกันทั้งสิ้น 12,774 คัน ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมปี 2560 แล้วเป็นตัวเลขยอดจำหน่ายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 58.1 % โตโยตา ยังคงเหนียวแน่นกับการเป็นทางเลือกอันดับ 1 ของรถยนต์ประเภทนี้ โดยสามารถจำหน่ายไปได้ถึง 4,003 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่สูงถึง 31.3 % โดยมี ฮอนดา ทำยอดจำหน่ายได้มากเป็นอันดับที่ 2 จำหน่ายได้รวม 2,756 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 21.6 % อันดับ 3 เอมจี จำหน่ายได้ 1,442 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 11.3 % อันดับ 4 ฟอร์ด จำหน่ายได้ 1,306 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 10.2 % และอันดับ 5 มิตซูบิชิ ยอดจำหน่าย 1,006 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 7.9 % ซึ่ง 8 เดือนผ่านไปรถยนต์ประเภทนี้มียอดจำหน่ายสะสมรวมทั้งสิ้น 90,601 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 ถึง 37.8 % รถเอสยูวีที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็น โตโยตา จำหน่ายได้ 28,070 คัน เป็นยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 114.8 % เมื่อเทียบยอดจำหน่ายใน 8 เดือนแรกของปี 2560 อันดับ 2 ฮอนดา จำหน่ายแล้วรวม 16,221 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 17.9 % ลดลงจากเดิม 4.9 % อันดับ 3 รถยนต์จากแดนมังกร เอมจี จำหน่ายไปแล้วรวม 11,705 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 12.9 % เพิ่มขึ้นถึง 710.0 % อันดับ 4 มิตซูบิชิ 8,184 คัน ลดลง 10.7 % ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 9.0 % และอันดับ 5 อีซูซุ จำหน่ายแล้วรวม 7,826 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 8.6 % ลดลง 5.1 %

 

รถเอมพีวี เดือนสิงหาคม 2561 มียอดจำหน่ายรวมกันที่ 2,055 คัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมปีก่อนหน้านี้ 26.1 % แชมพ์ขายดีในกลุ่มก้อนนี้เป็นน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ที่นำเสนอโดยค่าย มิตซูบิชิ เปิดตัวด้วยยอดจำหน่าย 686 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 33.4 % ตามด้วย โตโยตา 627 คัน ส่วนแบ่งตลาด 30.5 % และฮอนดา 547 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 26.6 % เกีย 151 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 7.3 % และซูซูกิ 30 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 1.5 % รวม 8 เดือนรถยนต์ประเภทนี้มียอดจำหน่ายแล้วทั้งสิ้น 11,680 คัน ลดลง 13.9 % เป็นการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดกันอย่างเข้มข้นเร้าใจ โดยมี โตโยตา อยู่ในหัวแถว จำหน่ายแล้ว 4,974 คัน ลดลง 24.5 % ส่วนแบ่งการตลาด 42.6 % ต่อด้วย ฮอนดา 4,721 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 40.4 % ลดลง 16.5 % อันดับ 3 เกีย 839 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 7.2 % เพิ่มขึ้นถึง 61.7 % อันดับ 4 มิตซูบิชิ 686 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 5.9 % และอันดับ 5 ซูซูกิ 284 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 2.4 % ลดลงถึง 46.7 %

 

รถยนต์เพื่อการพาณิชย์อื่นๆ เดือนสิงหาคม 2561 ยอดจำหน่ายรวม 3,635 คัน เพิ่มขึ้น 20.4 % รวม 8 เดือน 27,030 คัน เพิ่มขึ้น 4.1 %



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2561
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/GtyOS
อัพเดทล่าสุด
9 Sep 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
999,000
2.
13,499,000
4.
2,090,000
5.
1,849,000
7.
568,000
8.
2,490,000
9.
1,709,000
10.
385,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th