ผลทดสอบต่างแดน

ฮันเด ซันตา เฟ รถลุยจากแดนโสม


ฮันเด ซันตา เฟ รุ่นแรกเปิดตัวในปี 2000 ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง จนถึงปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 4 เผยโฉมต่อสาธารณชนในงานมหกรรมยานยนต์เจนีวา 2018 ด้วยตัวรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มิติความยาว 4,770 มม. เพิ่มขึ้นจากเดิม 70 มม. กว้างขึ้น 10 มม. ฐานล้อมีความยาวมากกว่าตัวเดิมถึง 65 มม. มีผลทำให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเพียงพอสำหรับผู้โดยสารถึง 7 ที่นั่ง

รูปลักษณ์ภายนอกออกแบบใหม่ ให้ทั้งความหรูหรา แฝงไว้ด้วยความสปอร์ท บึกบึน กระจังและกันชนด้านหน้ารวมเป็นชิ้นเดียวกัน กระจกบานหลังปรับองศาให้ตั้งตรงมากขึ้น พื้นที่เหนือศีรษะสูงโปร่งขึ้นเพื่อรองรับกับที่นั่งแถวที่ 3 รวมไปถึงการเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายรถ ระยะโอเวอร์แฮงสั้นลงเพื่อความสะดวกในการใช้งานบนสภาพเส้นทางที่ต้องลุย

 

การออกแบบพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ทำได้หรูหรา สะดวกสบาย มีที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง แผงหน้าปัดรูปทรงปกติธรรมดา เป็นที่ติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนท์ ประกอบด้วย จอแบบทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว (ขนาด 8 นิ้ว สำหรับการเลือกใช้ระบบนำทาง) จอที่มาตรวัดจะเปลี่ยนสีตามโหมดการขับขี่ โหมดปกติจะเป็นสีฟ้า โหมดสปอร์ทจะเป็นสีแดง โหมดอีโคจะเป็นสีเขียว เพิ่มทัศนวิสัยในการมองรอบคันจากการที่มีเนื้อที่ของกระจกเพิ่มขึ้นกว่าตัวเดิมถึง 41 % โดยตั้งเป้าจำหน่ายไว้สำหรับครอบครัวที่อยากจะขยับจากรถเก๋งมาสู่รถสปอร์ทอเนกประสงค์

 

ขุมกำลังแบ่งออกเป็น 4 ระดับ โดยในเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร ให้กำลัง 185 แรงม้า ถ้าติดตั้งเทอร์โบเพิ่มเข้าไปจะได้ม้าถึง 235 ตัว นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2 ขนาด คือ 2.0 ลิตร 186 แรงม้า และในปี 2020 จะเริ่มจำหน่ายเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร ดีเซลเทอร์โบแบบแปรผัน ให้กำลัง 202 แรงม้า ระบบถ่ายทอดกำลังแบบอัตโนมัติ 8 จังหวะ ระบบขับเคลื่อนจะมีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้า กับขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD

 

การทดลองขับส่วนใหญ่ในบริเวณชานเมืองของกรุงโซล เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ให้พละกำลังเพียงพอต่อการใช้งานโดยเฉพาะในเกาหลีที่มีป้ายเตือนเรื่องจำกัดความเร็วอยู่ตลอดเส้นทาง กำลังเครื่องยนต์ระดับ 186 ม้า น่าจะเหมาะกับการใช้งานในสหรัฐอเมริกา อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. อยู่ที่ราวๆ 7 วินาที และถ้าเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร เริ่มออกจำหน่าย น่าจะทำงานด้วยความราบรื่น เสียงเงียบ มีผลให้ยอดจำหน่ายในตลาดสหรัฐอเมริกาน่าจะดีตามไปด้วย อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ทาง ฮันเด ได้แจ้งว่าได้ระยะทางเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3-4 % ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ 10.2 กม./ลิตร สำหรับรุ่น 2.4 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหน้า และ 9.4 กม./ลิตร สำหรับรุ่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

 

พวงมาลัยไฟฟ้ายังสามารถถ่ายทอดการตอบสนองของล้อขนาด 19 นิ้วมายังผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี (ล้อมาตรฐานจะมีขนาด 17 นิ้ว โดยมีล้อขนาด 18-19 นิ้วเป็นอุปกรณ์พิเศษ) ถึงแม้ว่าล้อจะมีเส้นรอบวงขนาดใหญ่ แต่ความรู้สึกที่นุ่มนวล สะดวกสบายในการขับขี่ยังมีมาให้เป็นอย่างดี

 

ประตู ระบบจะตรวจสอบว่ามีรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือจักรยาน ขับขี่มาในระยะใกล้ประตูหรือไม่ ถ้าพบว่ามี ระบบจะทำการลอคประตูไม่ให้สามารถเปิดได้ เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีระบบ REAR OCCUPANT ALERT แจ้งเตือนเพื่อป้องกันการลืมเด็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ที่เบาะหลัง เมื่อผู้ขับดับเครื่องยนต์ ระบบจะตรวจสอบทันทีและแจ้งเตือนไปที่หน้าจอแสดงข้อมูล ถ้ายังไม่มีใครสังเกตเห็น เซนเซอร์จะจับการเคลื่อนไหวหลังจากการลอคประตูและส่งสัญญาณแตรดังขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อแจ้งเตือนไปยังผู้ขับขี่ได้อีกด้วย ระบบนี้ถือว่าทาง ฮันเด นำมาใช้เป็นเจ้าแรก

 

รถยนต์จากเกาหลีได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งในยุโรป และสหรัฐอเมริกา ให้การขับขี่ที่ดี สะดวกสบาย มีอุปกรณ์ทันสมัยติดตั้งมาให้มากมาย ให้ความปลอดภัยสูงในการใช้งาน ซันตา เฟ ก็น่าจะเป็นรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งของ ฮันเด ที่ครองใจผู้ใช้รถประเภทอเนกประสงค์ได้อย่างไม่ยากเย็น

 

คุณรู้หรือไม่ ?

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD จะมีระบบ HTRAC ที่คอยกระจายแรงบิดสู่เพลาหน้าและหลังให้มีความเหมาะสมแปรผันตามโหมดการขับขี่ เช่น โหมดสปอร์ท (SPORT) เมื่อวิ่งอยู่บนทางตรงจะถ่ายเทแรงบิด หน้า 20 หลัง 80 และสามารถลดลงเหลือหน้า 10 หลัง 90 ขึ้นอยู่กับระบบจะคำนวณว่า ต้องการการยึดเกาะผิวถนนมากน้อยเพียงใด ส่วนบนเส้นทางวิบาก หรือพื้นผิวถนนที่ลื่น จะปรับการกระจายกำลังเป็น 50:50 เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย



------------------------------
เรื่องโดย : จูลีเอตตา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2561
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/4uFiO

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน