รถใหม่ 4×4

มิตซูบิชิ ปาเจโร ใหม่ รุ่นใหญ่จัดเต็ม ทั้งเบนซินและดีเซล


ยกมาตรฐานความสบาย โดยเฉพาะรุ่น จีอาร์

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ทำการปรับปรุงเอสยูวีรุ่นใหญ่อย่าง ปาเจโร (PAJERO) เพิ่มเติมอุปกรณ์เสริมยอดนิยมให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานและเริ่มวางจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายในเครือทั่วญี่ปุ่น

 

มิตซูบิชิ ปาเจโร ในรุ่น จีอาร์ (GR) ซึ่งถือเป็นรุ่นมาตราฐาน ดูจะเป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงมากที่สุด เพื่อเป็นการยกระดับและเพิ่มความสะดวกสบาย โดยติดตั้งอุปกรณ์เสริมยอดนิยมหลากหลายรายการให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

 

ภายนอกตัวรถ เช่น ไฟหน้าถอดหลอดได้แบบพโรเจคเตอร์(พร้อมกลไกปรับระดับไฟต่ำโดยอัตโนมัติ) หัวฉีดทำความสะอาดไฟหน้า ระบบควบคุมการเปิด/ปิดไฟอัตโนมัติ กระจกมองข้างระบบรีโมทคอนทโรลแบบพับเก็บด้วยไฟฟ้า (พร้อมฮีเตอร์/ไฟกะพริบ/ไฟส่องพื้น) ไฟหรี่ระบบแอลอีดีและไฟตัดหมอกด้านหน้าระบบ ฮาโลเจน (แบบติดกับกรอบ)

 

ภายในห้องโดยสาร มีการติดตั้งพวงมาลัย คันเกียร์อัตโนมัติ คันเกียร์ทรานสเฟอร์และคันเบรคมือโดยการหุ้มหนังแท้เพื่อให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อเพิ่มคุณภาพ ปรับระบบให้ความบันเทิง ด้วยจอทัชสกรีนที่ทันสมัย กลางแผงหน้าปัด พร้อมที่ชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายและมีเบาะนั่งชนิดทำความร้อนได้ เป็นอุปกรณ์พิเศษและยังคงความสะดวกสบาย เบาะแถวที่ 3 พับเก็บซ่อนเอาไว้ใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกมากขึ้น

 

ในรุ่น เอกซ์ซีด (EXCEED) และซูเพอร์เอกซ์ซีด (SUPEREXCEED) มีรูฟเรลและซันรูฟระบบไฟฟ้าขนาดยาวเป็นชุดอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมตามเสียงเรียกร้องจากผู้บริโภค

 

เครื่องยนต์ที่ใช้ใน ปาเจโร ยังคงมีให้เลือกทั้ง เครื่องยนต์เบนซิน วี 6 สูบ ซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 24 วาล์ว 3.0 ลิตร หัวฉีดมัลทิพอยท์ (ECI-MULTI) ให้กำลังสูงสุด 174 แรงม้า ที่ 5,250 รตน. แรงบิด 26.0 กก.-ม. หรือ 255 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รตน. และเครื่องยนต์ดีเซลแบบคลีนดีเซล ดีไอ-ดี (DI-D) คอมมอนเรล 4 สูบ ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ 16 วาล์ว 3.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,500 รตน. แรงบิด 45.0 กก.-ม. หรือ 441 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รตน. ยกเว้นรุ่น ซูเพอร์เอกซ์ซีด ที่มีเพียงเครื่องยนต์ดีเซล

 

ทุกรุ่นใช้ระบบถ่ายทอดกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ (INVECS-II) 5 จังหวะ พร้อมโหมดสปอร์ท และสามารถ บวก/ลบ ตำแหน่งเกียร์ได้ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเพอร์ซีเลค ทู (SS4-II) มีสวิทช์ปรับหมุนด้วยไฟฟ้า ซึ่งรวมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ PART TIME และ FULL TIME ไว้ด้วยกัน ช่วยให้สามารถเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือ 2H เป็น 4 ล้อ หรือ 4H ได้อย่างสะดวกสบาย สำหรับเส้นทางลุย ความเร็วต่ำ สามารถหยุดเพื่อปรับโหมดเป็น 4HLC หรือ 4LLC ได้อีกด้วย

 

นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบเพื่อควบคุมการทรงตัว ASTC (ACTIVE STABILITY&TRACTION CONTROL) ยังช่วยประสานการทำงานของระบบ ASC เพื่อควบคุมเสถียรภาพในการทรงตัว และATC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี เพื่อควบคุมการลื่นไถลของรถจากล้อทั้ง 4 ได้อย่างสมดุล รวมทั้งระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA: HILL START ASSIST)

 

เครื่องยนต์คลีนดีเซล มีสมรรถนะในการรักษาสภาพแวดล้อมให้เข้ากับยุคสมัยและสมรรถนะในการขับขี่ที่ให้แรงบิดสูง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยตามมาตรฐานญี่ปุ่น (JC08) อยู่ที่ 10.4 กม./ลิตร ในรุ่น จีอาร์ และเอกซ์ซีด ส่วน ซูเพอร์เอกซ์ซีด อยู่ที่ 10.0 กม./ลิตร

 

ส่วนเรื่องราคามีการปรับขึ้นเฉพาะรุ่น จีอาร์ โดยเครื่องยนต์เบนซินราคา 3,391,200 เยน ประมาณ 989,223 บาท และดีเซลราคา 3,865,320 เยน ประมาณ 1,127,525 บาท (1 เยนเท่ากับ 0.29 บาท)



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ 4wheels
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2561
คอลัมน์ : รถใหม่ 4×4
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/H1lBO
เพิ่มเพื่อน