บทความ

สดใสจริงหรือ ?


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2018/2017

ตลาดโดยรวม +27.7 %
รถยนต์นั่ง +26.6 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) +58.1 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) +26.1 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ +19.8 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ +35.3 %
อื่นๆ +20.4 %

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-สิงหาคม 2018/2017

ตลาดโดยรวม +21.1 %
รถยนต์นั่ง +20.8 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) +37.8 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) -13.9 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ +21.2 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ +15.3 %
อื่นๆ +4.1 %

 

แม้ว่ายอดการขายรถยนต์บ้านเรา ในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา จะเติบโตขึ้นถึง 21.1 % ขายกันได้ 657,875 คัน ส่วนเดือนสิงหาคม เดือนเดียวขายเพิ่ม 27.7 % จำนวน 86,814 คัน ก็ตามที

ยังมีคำถามตามมาภายหลัง ว่ายอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นนี้ มันแสดงว่าสภาพเศรษฐกิจของบ้านเรา สดใสดีอยู่หรือ หรือเป็นเพียงตัวเลขลวงตา ตลาดรถยนต์จะเติบโตได้จริงหรือ ปีนี้จะขายกันได้เก้าแสนคันจริงหรือ จะผลิตกันได้สองล้านคัน จริงหรือ

 

นั่นเป็นคำถามของคนที่มองโลกในแง่ดี แต่ที่นี่ ไม่ได้มองโลกในแง่ดี เรามองจากตัวเลขทางเศรษฐกิจจริง มองจากตัวเลขการส่งออก มองจากราคาน้ำมัน และสภาพการตลาดของประเทศต่างๆ ที่เราค้าขายด้วย

 

มาพิสูจน์ความจริงกัน เริ่มด้วยการส่งออกสินค้า มีมูลค่าอยู่ที่ 22,794 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นับเป็นมูลค่าส่งออกที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ แต่อัตราการขยายตัวชะลอลงจากช่วงก่อนหน้ามาอยู่ที่ 6.7 % ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลของฐานเปรียบเทียบที่สูงมากในปีก่อน ประกอบกับการส่งออกทองคำหดตัวมากถึง 66.6 % ซึ่งเมื่อหักมูลค่าส่งออกทองคำแล้ว การส่งออกสินค้าของไทยจะขยายตัว 10.3 % ในเดือนสิงหาคม 2561

 

ส่วนปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้การส่งออกสินค้าไทยขยายตัวดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 มาจาก

 

1. ราคาน้ำมันดิบโลกที่ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 อยู่ในระดับสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ช่วยหนุนให้การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง

 

2. การส่งออกรถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบไปยังตลาดเวียดนาม พลิกกลับมาขยายตัวสูงถึง 204.4 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์ของเวียดนามสามารถปรับตัวได้ดีขึ้นในการปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ (DECREE 116/2017) ที่เข้มงวดมากขึ้นต่อการนำเข้ารถยนต์ของทางการเวียดนาม อีกทั้งมีการผ่อนคลายกฎระเบียบการนำเข้ารถยนต์บางส่วนระหว่างเวียดนามกับไทย ซึ่งช่วยหนุนให้ภาพรวมการส่งออกรถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบไปยังตลาดโลกเติบโตดีที่ 19.0 %

 

3. การส่งออกสินค้าเกษตรพลิกกลับมาขยายตัวเป็นบวก เป็นผลมาจากการส่งออกข้าวและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ขยายตัวดี ตามปริมาณการส่งออกที่ติดลบน้อยลง โดยการส่งออกข้าวขยายตัว 9.1 % ส่วนหนึ่งได้อานิสงส์มาจากการชนะประมูลขายข้าวขาว 25 % ของเอกชนไทยให้กับรัฐบาลฟิลิปปินส์จำนวน 2.125 แสนตัน เข้ามาชดเชยการหดตัวของการส่งออกข้าวไปยังตลาดแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็นเบนิน แอฟริกาใต้ แคมมารูน รวมถึงเคนยา ในขณะที่การส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังขยายตัว 19.4 % จากการนำเข้าเพิ่มขึ้นของจีน อินโดนีเซีย และญี่ปุ่นเป็นสำคัญ

 

mart fml 1811

 

กลับไปมองดูผู้ใหญ่ทะเลาะกันบ้าง ประเด็นข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ทยอยส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยบางประเภท โดยเฉพาะสินค้าส่งออกที่ไทยอยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของจีน อาทิ แผงวงจรไฟฟ้าที่สหรัฐฯ มีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนมาที่ 25 % ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2561 เป็นต้นมา โดยประกาศรายละเอียดว่าจะมีการจัดเก็บภาษีนำเข้าแผงวงจรไฟฟ้าตั้งแต่ 15 มิถุนายน 2561 ทำให้การส่งออกแผงวงจรไฟฟ้าของไทยไปจีน หดตัวอย่างมาก ขณะที่การส่งออกสินค้าไทยไปสหรัฐฯ ที่เร่งตัวขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 กลับชะลอลง

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินภาพการส่งออกในปี 2561 โดยได้รวมผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการจัดเก็บภาษีในรอบ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เข้าไว้แล้ว ทำให้การส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 จะผ่อนแรงลงจากช่วงครึ่งปีแรก โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงมุมมองทั้งปี 2561 ไว้ที่ 8.8 %

 

ก็เท่ากับว่า รายการยักษ์ใหญ่ทะเลากัน ระหว่างพี่เบิ้ม สหรัฐอเมริกา กับจีน มีผลกระทบกับเราแน่ เพียงแต่ช่วงนี้ยังเพิ่งเป็นช่วงแรก ก็โดนบ้างเล็กน้อย พอเป็นสังเขป แต่จะเริ่มเห็นเป็นตัวเลขที่ชัดเจนมากขึ้น ต้นปีหน้า อันจะทำให้สภาพเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของเรา จะไม่ค่อยเติบโตเท่าที่ควร ส่วนในปีนี้ ยังไม่ค่อยกระเทือนมากเท่าไรนัก เพราะต่างก็เริ่มรู้สึก หรือเริ่มกังวล รวมท้ังเริ่มมีการปรับตัว เสาะหาตลาดส่งออกใหม่กันแล้ว

 

คงยังไม่กระเทือนมาถึงตาสีตาสามากนัก ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็ยังไม่มีใครออกมาประกาศปรับลดลงเลยสักรายเดียว

 

สบายใจกันไว้ก่อน สำหรับปีนี้จ้า



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2561
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Fclcy
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th