บทความ

ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ พิคอัพ (บิน) สิงห์ทะเลทราย


ฟอร์ด เปิดโอกาสให้สื่อมวลชน ได้ทดลองขับ ฟอร์ด เรนเจอร์ แรพเตอร์ (FORD RANGER RAPTOR) เป็น แรพเตอร์ ตัวที่ 2 ของ ฟอร์ด ต่อจาก เอฟ-150 แรพเตอร์ (F-150 RAPTOR) ที่ออกแบบและผ่านการทดสอบจากทีม ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานศ์ (FORD PERFORMANCE) ทั้งในพื้นที่ทุรกันดาร โคลนและทราย เส้นทางโหดระดับเดียวกับการแข่งขัน โดยใช้เส้นทาง อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา

เรนเจอร์ แรพเตอร์ มีขนาดตัวใหญ่กว่า เรนเจอร์ ในทุกมิติ แก้มข้างขยายโป่งออกไปด้านละ 75 มม. รองรับระยะยุบตัวของชอคอับที่เพิ่มมากขึ้น บันไดข้างอลูมิเนียมอัลลอย มีรูระบาย ทราย โคลน และเพิ่มชุดตะขอเกี่ยว 2 ชุดที่กันชนท้าย และยางขนาด 285/70 R17 ความสูงใต้ท้องรถ 283 มม.

 

พวงมาลัยจาก ฟอร์ด เพอร์ฟอร์มานศ์ พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ขนาดใหญ่ และแถบแดงด้านบนของพวงมาลัย ช่วยให้ควบคุมรถง่ายขึ้นขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง

 

ถึงจะเป็นพิคอัพแนวลุย แต่ก็ยังมีระบบอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ กุญแจรีโมทอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ มีเทคโนโลยีด้านการเชื่อมต่อ ซิงค์ 3 (SYNC 3) ระบบสั่งงานด้วยเสียง กล้องมองหลังแสดงภาพบนจอแอลซีดี ขนาด 8 นิ้ว ทำงานร่วมกันกับสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง นอกจากนี้ ยังมีระบบผ่อนแรงฝากระบะท้ายด้วยกลไกผ่อนแรง

 

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตร 213 แรงม้า และแรงบิดที่มากถึง 51.0 กก.-ม. ทำงานร่วมกันกับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ สามารถเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ได้ตามต้องการ แม้จะอยู่ในเกียร์ D

 

ระบบควบคุมการขับเคลื่อน มีโหมดการขับขี่ 6 รูปแบบ โดยเลือกจากปุ่มบนพวงมาลัย ทั้งโหมดการขับขี่ทางเรียบ 2 โหมด คือ โหมดทั่วไป (NORMAL) เน้นความสบาย นุ่มนวล และประหยัดน้ำมัน โหมดสปอร์ท (SPORT) เน้นการเปลี่ยนเกียร์เร็วและฉับไวในขณะที่รอบเครื่องสูง

 

โหมดการขับขี่ทางลุยอีก 4 โหมด คือ โหมดหญ้า/หิมะ (GRASS/GRAVEL/SNOW) โหมดโคลน/ทราย (MUD/SAND) โหมดก้อนหิน (ROCK) และโหมดบาฮา (BAJA) ซึ่งเราตั้งชื่อว่า โหมดสิงห์ทะเลทราย ระบบจะลดการทำงานระบบป้องกันล้อหมุนฟรี รวมทั้งเกียร์จะถูกปรับให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ระบบจะค้างรอบเครื่องไว้นานขึ้น และเปลี่ยนเกียร์ลงได้รวดเร็วกว่าเดิม ทำให้สามารถขับขี่ด้วยความเร็วสูงเสมือนนักแข่งแรลลีกลางทะเลทรายบาฮา

 

ปีกนกทำจากอลูมิเนียม แชสซีส์ออกแบบให้แข็งแกร่งกว่าเดิม ชอคอับลูกสูบขนาด 46.6 มม. ผลิตโดย FOX SHOX ทั้งคู่หน้าและหลัง มีระยะการให้ตัวสูง ซับแรงกระแทกขณะขับลุย และระบบบายพาสส์ภายใน ทำให้การขับบนถนนทางเรียบนุ่มนวล ควบคุมรถได้สบาย

 

ระบบความปลอดภัยก็ยังมีให้ครบ ทั้งระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง ระบบช่วยออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชัน ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน และระบบควบคุมการบรรทุก

 

ส่วนสี นอกจากสีเฉพาะ คือ เทาแล้ว ยังมีสีอื่นที่คุ้นเคย อาทิเช่น ฟ้า แดง ดำ และขาว



------------------------------
เรื่องโดย : ธนสาร เสาวมล
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2561
คอลัมน์ : กิจกรรม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/nsGDW
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th