บทความ

เลือกอย่างรู้จริง อีไบค์ ที่ใช่สำหรับคุณ


หากคุณชอบเดินทางอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องออกแรงมากเกินไป แถมไม่อยากให้เหงื่อออกโทรมกาย อีไบค์ เท่านั้นที่จะช่วยคุณได้

แน่นอนว่า มันจะดีกว่าหากจักรยานที่เราปั่นนั้น มีตัวช่วยในการส่งพลังเล็กๆ น้อยๆ เวลาลงเนิน หรือปะทะกับแรงลม แต่ถึงอย่างไร ตัวช่วยเหล่านั้นก็ยังไม่ได้ให้ประโยชน์มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อบ้านคุณอยู่ในบริเวณที่มีทั้งเนินเขาและลมแรง

 

แล้วทางออกของปัญหานี้จะเป็นอะไรไปได้ ถ้าไม่ใช่ อีไบค์ อย่าไปสนใจคำพูดของคนอื่น เชื่อเถอะว่า การปั่น อีไบค์ เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าคุณจะแข็งแรงขนาดไหนก็ตาม

 

เมื่อใช้ อีไบค์ คุณจะยังคงได้รับประโยชน์ทั้งหมดที่คุณคาดหวังจากการขี่จักรยาน พร้อมทั้งการช่วยเหลือเมื่อต้องการ แถมยังมีข้อเสียน้อยมาก ยกเว้นราคาที่ค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบกับจักรยานรุ่นเทียบเท่า รวมถึงน้ำหนักของตัวจักรยานที่ค่อนข้างมาก เนื่องจากมีแบทเตอรี และมอเตอร์ แต่อยjาลืมว่า เทคโนโลยีพัฒนาตลอดเวลา และทุกวันนี้ อีไบค์ ก็มีน้ำหนักเบาลงเรื่อยๆ

 

อีไบค์ มีวิวัฒนาการมาจากจักรยานต้นแบบที่ไม่มีระบบไฟฟ้า เมื่อย้อนกลับไปหลายๆ ปีที่ผ่านมา ตอนที่ อีไบค์ เพิ่งเริ่มเป็นที่นิยม ตอนนั้นผู้ใช้ยังมีตัวเลือกไม่มากนัก มีแค่ สไตล์ไฮบริด (สไตล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับนักปั่นมือสมัครเล่น) แต่ปัจจุบันคุณสามารถหาซื้อ อีไบค์ ได้หลายแบบ ทั้งแบบบรรทุกของได้, พับได้ มีแม้กระทั่งถนนสำหรับ อีไบค์ ให้นักปั่นที่ชื่นชอบการใส่ชุด SKIN-TIGHT LYCRA มาร่วมปั่นกันในเช้าวันอาทิตย์

 

ดังนั้น ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด กับการเป็นเจ้าของ อีไบค์ สักคัน ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายแบบ และนี่คือสิ่งที่คุณต้องคำนึงถึงหากต้องการซื้อ อีไบค์

 

 

อีไบค์ คืออะไร

 

การจะแยกระหว่างจักรยานธรรมดา กับอีไบค์ นั้นง่ายมาก เริ่มจาก อีไบค์ นั้นบางบริษัทก็เรียกว่า PEDELEC หรือ EAPC (ELECTRICALLY ASSISTED PEDAL CYCLE) ซึ่งประกอบไปด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า แบทเตอรี และกล่องควบคุม (โดยปกติจะอยู่ในรูปแบบของจอแสดงผลแอลซีดี) ซึ่งคุณสามารถปรับกำลังมอเตอร์ได้ เมื่อคุณเริ่มปั่น คันถีบของ อีไบค์ มอเตอร์จะช่วยเสริมกำลังให้ (จากแรงที่ปั่น) ช่วยให้จักรยานขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น พลังนี้ถูกดึงมาจากแบทเตอรี ดังนั้นเมื่อแบทเตอรีหมด คุณก็จะไม่มีพลังเสริมจนกว่าจะชาร์จไฟใหม่อีกครั้ง

 

ในประเทศอังกฤษ กฎหมายระบุไว้ว่ามอเตอร์จะต้องมีกำลังไม่เกิน 250 วัตต์ ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 25 กม./ชม. อีไบค์ บางประเภท เช่น อีไบค์ ที่ทำงานโดยใช้มอเตอร์อย่างเดียว (โดยไม่มีแป้นถีบ) เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย นอกจากนั้น อีไบค์ ทุกคัน ต้องมีการลงทะเบียน และได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้อง จึงจะสามารถนำมาใช้ได้

 

อีไบค์ บางคันมีโหมดช่วยในการเดิน ด้วยการส่งพลังงานเล็กๆ ให้การจูงรถของคุณสบายขึ้น แบบนี้ถูกกฎหมาย

 

หากคุณไม่แน่ใจว่าการซื้อ อีไบค์ ควรพิจารณาจากอะไรบ้าง มีวิธีง่ายๆ ในการตรวจสอบ นั่นคือ อีไบค์ ที่คุณจะซื้อ ต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากยุโรป โดยมีตราประทับ EN15194

 

แบทเตอรีของ อีไบค์ เป็นลิเธียม-ไอออนที่ใช้งานได้นานแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ในรูป คือ AMPLER CURT ใช้เดินทางได้ถึง 70 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง

 

หลังจากที่ทราบแล้วว่า อีไบค์ คืออะไร มาดูกันว่าแบบไหนที่เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันของคุณ

 

 

คุณกำลังมองหาจักรยานแบบไหน

ก่อนอื่นเลย ต้องคำนึงถึงลักษณะการปั่นที่คุณต้องการ จึงจะสามารถเลือก อีไบค์ ที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านพื้นถนนที่คุณจะต้องปั่น รวมถึงสภาพแวดล้อมในเมือง หรือชนบท อีไบค์ ยังมีจักรยานที่ผลิตขึ้นมาเพื่อนักปั่นที่ชื่นชอบทางวิบากด้วย

 

หากจะใช้งานในสถานที่ที่เป็นเนิน คุณจะต้องการจักรยานที่มีชุดเกียร์เต็มรูปแบบ แต่หากเป็นเส้นทางราบ การใช้ระบบเกียร์แบบชุดเล็กก็เพียงพอแล้ว หรือจะเลือกแบบที่มีความเร็วระดับเดียว ซึ่งง่ายต่อการดูแลรักษาก็ดีเหมือนกัน

 

หากต้องการปั่นแบบสบายๆ คุณก็ต้องมองหา อีไบค์ ที่มีลักษณะหลังตรงเวลาปั่น ถ้าต้องการเน้นความเร็ว ก็ต้องใช้จักรยานที่มีแฮนด์บาร์ต่ำ หรือเป็นแบบปรับสูง/ต่ำได้ ซึ่งจะให้ความเร็วได้อย่างที่คุณปรารถนา

 

หากมีของที่ต้องบรรทุกแต่ไม่อยากสะพายกระเป๋า ก็ต้องเลือก อีไบค์ ที่มีช่องใส่ของ และจะดีมากถ้ามีที่บังโคลน เพราะคุณจะสามารถปั่นจักรยานคันนี้ได้ทุกฤดู โดยไม่ต้องกังวล

 

เราจะมาอธิบายกันถึง อีไบค์ 4 ประเภทหลักๆ เพื่อให้คุณได้ไตร่ตรองว่าจะใช้ อีไบค์ แบบไหน ตั้งแต่แบบปั่นบนถนน ไปจนถึงบรรทุกของ

 

สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง เมื่อจะซื้อ อีไบค์ คือ แบทเตอรี ซึ่งแบทเตอรีของ อีไบค์ บางตัวจะถูกยึดเข้ากับเฟรมล่าง หรือตะแกรงด้านหลัง ในขณะที่จักรยานอื่นๆ แบทเตอรีจะเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเฟรม ซึ่งก็มีจักรยานบางคันที่แบทเตอรีถูกซ่อนอยู่ข้างในเฟรม ดังนั้น ไม่มีใครสามารถรู้ได้เลยว่าแบทเตอรีถูกซ่อนอยู่ด้านใน

 

แบทเตอรีของ อีไบค์ เป็นลิเธียม-ไอออน และจะหมดลงเมื่อใช้ไปในช่วงเวลาหนึ่ง หน่วยวัดความจุของแบทเตอรี คือ วัตต์ชั่วโมง ถึงแม้บางครั้งคุณจะเห็นหน่วยเป็น แอมพ์ชั่วโมง ค่าแอมพ์ หรือวัตต์ที่สูง นั่นหมายถึง ระยะทางที่ อีไบค์ เดินทางได้จะนานขึ้น และน้ำหนักของจักรยานก็จะมากขึ้นด้วย

 

บางบริษัทผู้ผลิต อย่างเช่น RIESE & MULLER มีแบทเตอรีชนิดคู่ เพื่อการปั่นในระยะทางไกล ดังนั้นหากคุณต้องการแค่ปั่นจักรยานในระยะทางสั้นๆ หรือไม่เบื่อกับการที่ต้องชาร์จไฟบ่อยๆ คุณสามารถเลือกใช้จักรยานที่แบทเตอรีที่มีขนาดพอเหมาะก็ได้ จักรยานจะเบาขึ้นและเคลื่อนที่ได้อย่างพลิ้วไหว แต่หากคุณต้องการปั่นระยะทางไกล ก็คุ้มค่าที่จะลงทุนกับจักรยานที่มีแบทเตอรีขนาดใหญ่ ส่วนระยะเวลาในการชาร์จก็จะต่างออกไป ขึ้นอยู่กับขนาดของแบทเตอรี แต่ปกติจะใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเต็ม แบทเตอรีสามารถพาคุณเดินทางได้จนจบวัน และสามารถชาร์จข้ามคืนได้นั้นยอดเยี่ยม แต่หากสามารถชาร์จระหว่างวันได้ก็จะดีมากเช่นกัน

 

อีกส่วนที่ต้องคำนึงถึง คือ แบทเตอรีสามารถถอดออกได้หรือไม่ ถ้าแบทเตอรีติดตั้งอยู่ภายนอก ก็สามารถถอดออก และนำเข้าไปชาร์จไฟในบ้าน หรือออฟฟิศได้ ซึ่งจะดีมากสำหรับผู้ที่อยู่บนคอนโด เพราะคุณไม่ต้องแบกจักรยานขึ้นไป แต่ถ้าแบทเตอรีติดตั้งด้านในเฟรม ชีวิตก็จะยุ่งยากนิดหน่อย แต่ถ้ามีโรงรถพร้อมปลั๊กไฟก็ไม่มีปัญหาอะไร

 

ดังที่เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ยิ่งคุณปั่น และใช้พลังงานจากแบทเตอรีมากเท่าไร มันก็จะหมดเร็วเท่านั้น เหมือนกับเวลาที่คุณดูวีดีโอ และเล่นเกมอย่างหนักหน่วงบนสมาร์ทโฟนของคุณนั่นแหละ

 

คุณสามารถจัดการการใช้งานแบทเตอรีได้ อีไบค์ ส่วนใหญ่จะมีแผงควบคุม ซึ่งสามารถปรับระดับพลังงานช่วยเหลือ (แสดงความเร็ว ระยะทาง และอื่นๆ อีกมากมาย) ยิ่งระดับต่ำเท่าไร ก็ยิ่งประหยัดพลังงานมากเท่านั้น ตัวอย่างเช่น จักรยาน SHIMANO มีพลังทั้งหมด 3 ระดับ พร้อมกับระบบ STEPS ในขณะที่ BOSCH มี 5 ระดับ รวมทั้งมีโหมดที่จะปรับพลังโดยอัตโนมัติเพื่อให้เหมาะสมกับแรงปั่นของคุณ และบางรุ่น สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อปรับระดับพลังงาน และยังสามารถเชคสถิติในการปั่นของคุณได้อีกด้วย

 

 

อุปกรณ์เปลี่ยนโฉมจักรยานแบบดั้งเดิมให้เป็นจักรยานไฟฟ้า

หากต้องการเปลี่ยนจักรยานธรรมดาๆ ให้ไปได้เร็วขึ้น วิธีที่ดีที่สุดอยู่ตรงนี้แล้ว

01 GEOORBITAL

หน้าตาอาจจะดูเหมือน MARMITE ไปสักหน่อย แต่ GEOORBITAL ส่งพลังไฟฟ้าได้ภายใน 60 วินาที เพียงเปลี่ยนจากล้อหน้าเป็น GEOORBITAL อย่างไรก็ตาม พลังงานขนาด 500 วัตต์ ยังไม่ถูกกฎหมายหากจะใช้ในประเทศอังกฤษ

995 เหรียญสหรัฐฯ geoo.com

 

02 OXYDRIVE F-SERIES

หากคุณต้องการเปลี่ยนโฉมจักรยานแบบดั้งเดิม OXYDRIVE F-SERIES มาพร้อมกับแบทเตอรี 468 วัตต์ชั่วโมง ที่จะติดเข้ากับเฟรมล่าง ซึ่งคุณสามารถจัดการระดับพลังงานทั้ง 6 ระดับ ผ่านจอแสดงผลแอลซีดี และฮับมอเตอร์ด้านหน้า 250 วัตต์ อุปกรณ์ทั้งหมดมีน้ำหนัก 6.9 กก.

699 ปอนด์ oxydrive.co.uk

 

03 SWYTCH

สามารถใช้การเดินทางได้ถึง 80 กม. และสามารถใช้ได้กับจักรยานทุกรุ่น ฮับมอเตอร์มีน้ำหนักเพียง 1.5 กก. และแบทเตอรีมีน้ำหนัก 2.1 กก. ทำให้แทบจะไม่รู้สึกถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเลยเมื่อติดตั้ง

349 เหรียญสหรัฐฯ swytchbike.com

 

 

เมื่อแบทเตอรีมีค่าแอมพ์ หรือวัตต์ที่สูง หมายถึง ระยะทางที่ อีไบค์ จะเดินทางได้นานขึ้น และน้ำหนักของจักรยานก็จะมากขึ้นด้วย

 

 

อีไบค์ ที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางบนถนน

 

ไม่ว่าคุณจะมีจุดประสงค์อะไรในการปั่นจักรยาน จงหาจักรยานที่เหมาะกับคุณ และนี่คือ อีไบค์ ที่ดีที่สุด 4 แบบ

 

การปั่น อีไบค์ ก็เหมือนการปั่นจักรยานทั่วไป แต่เทคโนโลยีของ อีไบค์ นั้นพัฒนาขึ้นอย่างมาก และปัจจุบันก็มี อีไบค์ ออกมาแล้วหลากหลายประเภท เพื่อเป็นเครื่องทุ่นแรงให้กับคุณ มีทั้งแบบที่เหมาะกับการปั่นบนถนน ออกแบบมาเพื่อเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งได้รวดเร็วทันใจ แบบที่ใช้สำหรับบรรทุกของ (เหมาะสำหรับใช้แทนรถยนต์) แบบที่ใช้สำหรับปั่นในเมือง และแบบที่สามารถพับเก็บได้อย่างง่ายดายเมื่อต้องขึ้นรถบัส หรือรถไฟ ยังมี อีไบค์ อีกมากมายที่สามารถใช้งานได้ตรงตามความต้องการของคุณ แต่เราขอนำเสนอ อีไบค์ ที่ดีที่สุด 4 ประเภทเท่านั้น

 

 

ปั่นบนถนนดำ

BIANCHI IMPULSO E-ROAD

หากต้องการปั่นไปกับกลุ่มเพื่อน แต่กำลังขาอาจจะไม่เพียงพอ จักรยานไฟฟ้า BIANCHI คันนี้จะเป็นแรงเสริมให้คุณ อีไบค์ IMPULSO E-ROAD มีรูปลักษณ์เหมือนจักรยานปกติทั่วไป แต่มีแบทเตอรีขนาด 500 วัตต์ชั่วโมง ที่เฟรมล่าง และติดตั้งมอเตอร์ POLINI E-P3 250 วัตต์ ที่ตรงกลาง ซึ่งจะพาคุณไต่ไปได้ทุกเนิน สามารถวิ่งได้ 200 กม. (หากใช้พลังงานระดับน้อยสุด) อีไบค์ คันนี้เหมาะสมกับงานปั่นใหญ่ๆ เป็นที่สุด

3,999 ปอนด์ bianchi.com

 

 

แบบบรรทุกของ

LARRY VS HARRY EBULLITT STEPS

จักรยานแบบบรรทุกของ เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง หากคุณต้องการขนสัมภาระที่มากกว่ากระเป๋าเป้ในการเดินทาง จักรยานได้รับการออกแบบเป็นแบบโมดูล ดังนั้น คุณสามารถเลือกได้ว่าคุณจะติดตั้งชิ้นส่วนไหนเพิ่มเติมให้กับจักรยานสัญชาติดัทช์ LARRY VS HARRY EBULLITT STEPS ไม่ว่าจะเป็นกล่องอลูมิเนียม ที่นั่งแบบพับได้ โดยมีมอเตอร์ SHIMANO ใช้งานคู่กับฮับ 8 จังหวะ ทำให้การใช้งานง่ายขึ้น ไม่ว่าจะขนของหนัก หรือต้องปั่นขึ้นเนินก็ตาม

4,000 ปอนด์ larryvsharry.com

 

 

ปั่นในเมือง

AMPLER CURT

เป็นจักรยานสำหรับการปั่นโลดแล่นในเมือง เป็น อีไบค์ ที่มีน้ำหนักเบามาก เพียง 14.1 กก. เกียร์เป็นแบบ SINGLE SPEED ดังนั้นคุณสามารถใช้งานฮับมอเตอร์ด้านหลังขนาด 250 วัตต์ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้เกียร์ เดินทางได้ไกล 70 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง และยังมีแอพพลิเคชันสุดสมาร์ทเพื่อบริหารการใช้พลังงาน และคุณยังสามารถแต่งจักรยานได้อย่างที่ต้องการ เช่น เพิ่มสายพาน หรือเกียร์ 10 จังหวะ ฯลฯ

ราคาเริ่มต้น 2,490 ปอนด์ amplerbikes.com

 

 

แบบพับได้

BROMPTON ELECTRIC

จักรยานล้อเล็ก พับได้ จาก BROMPTON เหมาะสำหรับการเดินทางไปทำงานที่ต้องขึ้น/ลงหลายต่อ จักรยานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของ BROMPTON มีฮับมอเตอร์ขนาด 250 วัตต์ ที่ด้านหน้า และแฮนด์บาร์ที่ถอดได้ พร้อมกับแบทเตอรีขนาด 1.5 ลิตร (หรือจะเพิ่มเป็น 20 ลิตรก็ได้หากคุณต้องการ) มีกำลัง 3 ระดับ ให้เลือกใช้งาน และเดินทางได้ไกลสุด 80 กม.

ราคาเริ่มต้น 2,595 ปอนด์ brompton.com

 

BIANCHI IMPULSO E-ROAD มีแบทเตอรีขนาด 500 วัตต์ชั่วโมง ที่ท่อล่าง และติดตั้งมอเตอร์ POLINI E-P3 250 วัตต์ ตรงกลาง ซึ่งจะพาคุณไต่ไปได้ทุกเนิน

 

 

มอเตอร์สำคัญอย่างไร

แบทเตอรีเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญ ที่ทำงานคู่กับมอเตอร์ ใน อีไบค์ จะมีมอเตอร์ทั้งหมด 3 ประเภท คือ มอเตอร์ฮับด้านหน้า มอเตอร์ฮับด้านหลัง และมอเตอร์ติดตั้งอยู่กับหัวกะโหลกบันไดปั่นตรงกลางของจักรยาน มอเตอร์แต่ละประเภทจะไปได้ใกล้ หรือไกล ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่คุณสามารถจ่ายได้

 

โดยทั่วไป หากพูดถึงมอเตอร์ติดตั้งตรงกลาง รางวัลยอดเยี่ยมตกเป็นของบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น BOSCH SHIMANO และ YAMAHA ที่จะพบเจอได้บนจักรยานเกรดพรีเมียม เนื่องจากขั้นตอนการผลิตค่อนข้างซับซ้อน และการออกแบบเฟรมให้เข้ากับมอเตอร์ ทำให้จักรยานมีราคาสูง แต่ข้อดีของการเลือกมอเตอร์ประเภทนี้ คือ น้ำหนักของจักรยานจะสมดุล เนื่องจากมอเตอร์ที่มีน้ำหนักนั้น ติดตั้งอยู่ด้านล่างของ อีไบค์ อยู่ตรงจุดกึ่งกลางของจักรยานพอดี

 

หากเป็นมอเตอร์กลางที่มีราคาถูก จะสามารถติดตั้งได้ที่ล้อด้านหน้า หรือหลังก็ได้ มอเตอร์ฮับด้านหน้า มีแนวโน้มที่จะเป็นที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถติดตั้งได้กับจักรยานทุกประเภท ไม่ว่าเฟรมจะมีลักษณะอย่างไร หรือติดตั้งเกียร์แบบไหน หากกำลังมองหามอเตอร์ประเภทนี้ ราคาก็จะถูกกว่ามาก ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับคนที่มีงบน้อย

 

มอเตอร์ที่ติดตั้งไว้ด้านหลังจะทำให้การติดตั้งเกียร์ซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณควรจะเลือกฮับที่ควบคู่มากับระบบเกียร์ครบเซท ตัวอย่างเช่น SHIMANO NEXUS หรือ ALFINE ข้อดีของมัน คือ ฮับเกียร์ใช้งานได้อย่างนุ่มนวล ไม่ต้องการการดูแลใดๆ ส่วนข้อเสีย คือ มีราคาแพง และมอเตอร์กับชุดเกียร์จะติดตั้งอยู่ที่ล้อหลัง ซึ่งหมายถึง จักรยานจะถ่วงน้ำหนักไปด้านหลัง

 

จำไว้ว่า ไม่ว่าคุณจะเลือก อีไบค์ แบบไหน สิ่งสำคัญที่สุด คือ คุณต้องสนุกไปกับการปั่น และก่อนที่คุณจะซื้อ คุณควรทดลองปั่นจักรยานคันนั้นเสียก่อน

 

มอเตอร์แต่ละประเภท จะไปได้ใกล้ หรือไกล ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่คุณสามารถจ่ายได้

 

 

S-PEDELEC เจ้าแห่งความเร็ว

หากต้องการความเร็วที่สูงขึ้น อีไบค์ คันนี้จะเพิ่มสปีดให้คุณอีก 45 กม./ชม.

เนื่องจากกฎหมายของประเทศอังกฤษกำหนดไว้ว่า พลังงานไฟฟ้าของ อีไบค์ สามารถให้ความเร็วได้เพียง 25 กม./ชม. ดังนั้นหากคุณต้องการความเร็วที่มากกว่า ก็ต้องอาศัยพละกำลังขาในการปั่นด้วยตัวเอง ซึ่งก็คงไม่ยากอะไร ถ้าคุณปั่นอยู่บนพื้นระดับปกติ แต่หากต้องปั่นขึ้นเนิน ก็คงหงุดหงิดใจไม่น้อย

 

หากคุณต้องการจะเพิ่มความเร็วให้กับจักรยานด้วยมอเตอร์ มีวิธีที่ง่ายสุด และยังถูกกฎหมายอีกด้วย นั่นคือ ใช้ S-PEDELEC ตัว S ย่อมาจากคำว่า SPEED ซึ่งมีความเร็วสูงสุดที่ 45 กม./ชม. ช่วยให้คุณเดินทางไกลได้เร็วขึ้น แต่ปัญหา คือ เราไม่สามารถออกไปซื้อ และปั่นออกถนนได้ในทันที เพราะมันมีขั้นตอนปฏิบัติค่อนข้างมาก เนื่องจากมีมอเตอร์ไฟฟ้าในการผลิตกำลัง ดังนั้น S-PEDELEC จึงจัดอยู่ในประเภทรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ซึ่งต้องมีการออกใบทะเบียน และทำประกันภัย ผ่านไป 3 ปี คุณจะต้องทดสอบ MOT และจะต้องมีใบขับขี่ หากคุณทำใบขับขี่ก่อนปี 2001 ก็โชคดีไป หากว่าไม่ คุณจะต้องเข้าทดสอบ CBT (และต้องทำทุกๆ 2 ปี) หรือจะทำใบขับขี่จักรยานแบบเต็มรูปแบบก็ได้

 

และคุณสามารถปั่น S-PEDELEC ได้บนถนนอย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำขึ้นไปปั่นบนทางเท้าได้ เนื่องจากมันจัดอยู่ในประเภทจักรยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก

 

แต่ในอนาคตกฎหมายอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง และอนุญาตให้ปั่น S-PEDELEC โดยไม่ต้องมีเทปแดง เมื่อถึงตอนนั้นจำนวนของจักรยานไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน



------------------------------
เรื่องโดย : T3 MAGAZINE
ภาพโดย : T3 MAGAZINE
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2561
คอลัมน์ : เรื่องเด่นจาก GADGET/HOW IT WORKS
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/cws97
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th