บทความ

ซูซูกิ จิมนี รถเล็กสายพันธ์ลุย


ซูซูกิ จิมนี เปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกปี 1970 จนมาถึงในรุ่นปัจจุบันเป็นสายพันธุ์ที่ 4 ต่อเนื่องมาจาก จิมมี รุ่นก่อนหน้านี้ที่ห่างหายไปนานร่วม 20 ปี จิมนี ใหม่ มีนีเอสยูวี สไตล์เรทโร มี 2 รุ่นย่อย คือ ซูซูกิ จิมนี รุ่นธรรมดา และรุ่นสิเอร์รา ซึ่งได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษ รถทั้ง 2 รุ่นผลิตที่โรงงานโคซาอิ ในเมืองชิซูโอกะ ยอดจองขณะนี้ในตลาดญี่ปุ่นคิวรับรถต้องรอยาวไปถึงต้นปีหน้ากันเลยทีเดียว ฮิโรยูกิ โยเนซาวะ ซึ่งเป็นหัวหน้าวิศวกรได้กล่าวว่า เขาจะพยายามรักษาความเรียบง่ายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้เอาไว้ แต่ได้ปรับปรุงเรื่องคุณภาพและการใช้งาน โดยเฉพาะคุณสมบัติในการใช้รถบนเส้นทางวิบากรูปแบบต่างๆ และเมื่อเราได้ทดลองขับทั้งบนทางเรียบและทางลุยบริเวณเทือกเขาฟูจิ เรายืนยันว่ารถรุ่นนี้ได้ไปถึงเป้าหมายที่วิศวกรผู้นี้ วางไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตัวรถทรงเหลี่ยมสไตล์แข็งแกร่ง บึกบึน ในส่วนที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ยาวนานกว่า 50 ปี คือ ไฟหน้าทรงกลม ฝากระโปรงแบบทรง 4 เหลี่ยม กระจังหน้าแบบ 5 ซี่ ฯลฯ ส่วนในรุ่นสิเอร์รา เป็นไวด์บอดี ติดตั้งโป่งข้างและสเกิร์ท มาให้จากโรงงาน จิมนี ทุกรุ่นมาพร้อม 2 สีใหม่ คือ สีเหลือง (KINETIC YELLOW) และเขียว (JUNGLE GREEN) นอกจากนี้ ยังเลือกสีหลังคาแบบทูโทนได้ด้วย

 

ภายในห้องโดยสารเน้นประโยชน์ใช้สอย มาตรวัดยังคงเป็นแบบกลมอยู่ในกรอบทรงเหลี่ยมเช่นเคย โครงเบาะคู่หน้ากว้างขึ้นกว่าเดิม ระยะห่างระหว่างผู้โดยสารแถวหน้าและหลังเพิ่มขึ้นมาอีก 40 มม.

 

เครื่องยนต์มี 2 ขนาดให้เลือกใช้ คือ ในตลาดญี่ปุ่นจะติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดเล็ก แบบเบนซิน 3 สูบ เทอร์โบ ความจุ 658 ซีซี ให้กำลัง 64 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. ส่วนแรงบิดสูงสุด 9.8 กก.-ม. ที่ 3,500 รตน. ส่วนรถที่ส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลกจะใช้เครื่องยนต์อีกตัวหนึ่งซึ่งมีขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ 102 แรงม้า แรงขึ้นจากรุ่นที่แล้วที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร ที่มีเพียง 85 แรงม้า ในส่วนของแรงบิดสูงสุดทำได้ 13.3 กก.-ม. ที่ 4,000 รตน. ระบบถ่ายทอดกำลังในรุ่นสิเอร์รา มีให้เลือกใช้ทั้งแบบอัตโนมัติ 4 จังหวะที่ให้ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 12 วินาที ความเร็วสูงสุด 145 กม./ชม. รุ่นเกียร์ธรรมดาให้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 16.2 กม./ลิตร และ 13.2 กม./ลิตร ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ (ตามมาตรฐาน WLTC ใหม่)

 

แม้ว่าพละกำลังจะไม่ได้มีมากมาย แรงบิดสูงๆ จะมีมาให้ใช้ในช่วงเกินกว่า 3,000 รตน. ที่จะสามารถพาเราไปที่ต่างๆ ได้มากกว่ารถในระดับเดียวกันหลายๆ คันอย่างแน่นอน ส่วนหนึ่งจากมิติตัวรถที่สั้นลง 50 มม. ความกว้างมากขึ้น 45 มม. ให้การขับขี่ที่มั่นคงขึ้นในขณะใช้ความเร็ว และมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น ด้านหน้ารถออกแบบให้มีมุมปะทะ 37 องศา ด้านหลังมีมุมจาก 49 องศา ใต้ท้องรถสูงจากพื้น 8.2 นิ้ว พร้อมทั้งปรับปรุงจุดยึดระหว่างตัวถังกับเฟรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ และการทรงตัวที่ดียิ่งขึ้น ในขณะที่น้ำหนักตัวมีอยู่แค่ 1,110 กก. เท่านั้นเอง จิมนี ทุกรุ่นย่อยติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบพาร์ทไทม์ ซึ่งมี 2 โหมด คือ 4H ใช้ขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง และ 4L ใช้ขณะความเร็วต่ำ ที่ให้กำลังในการขับเคลื่อนมากกว่าปกติราว 2 เท่าตัว ระบบรองรับแบบคานแข็ง เหล็กยึด 3 จุด มีระบบเบรคแบบแอลเอสดี ระบบป้องกันรถไหล, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ฯลฯ ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนช่วยให้ ซูซูกิ จิมนี มีขีดความสามารถในการลุยได้ไม่แพ้รถคู่แข่งคันโตๆ เครื่องยนต์แรงๆ ได้อย่างสบาย การใช้งานบนทางเรียบได้รับการปรับปรุงมาเยอะทีเดียว การเข้าโค้งมีอาการโคลงตัวน้อยกว่าที่ควรจะเป็น พวงมาลัยอาจจะมีการตอบสนองที่ช้าไปหน่อย แต่การควบคุมบังคับทำได้ดีกว่ารุ่นที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด ระบบห้ามล้อวางใจได้ ในขณะที่ทดลองขับบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยโคลนเลนและทางฝุ่น จะให้ความรู้สึกที่คล้ายกับ มีนี แลนด์ ครูเซอร์ จากค่าย โตโยตา ระบบลิมิเทด สลิพ ทแรคชัน คอนโทรล ที่จะช่วยป้องกันอาการล้อหมุนฟรี ทำให้สามารถผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี

 

ผู้ที่รักการขับขี่บนเส้นทางวิบาก มีอุปสรรคที่ท้าทายความสามารถ ซูซูกิ จิมนี พร้อมจะพาคุณไปในทุกที่ ซึ่งในบางครั้งรถที่มีพละกำลังเหนือกว่าอาจขับผ่านไปได้ยาก และคงต้องลุ้นกันว่าเมื่อเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยราคาจะอยู่ที่เท่าไหร่ ?

 

คุณรู้หรือไม่ ?

ซูซูกิ จิมนี เลือกใช้โครงสร้างตัวรถแบบ บอดี ออน เฟรม (BODY ON FRAME) ซึ่งมีข้อดี คือง่ายต่อการปรับเซทระบบรองรับ มีพื้นที่ในการยุบตัวของล้อมากขึ้น และสามารถเลือกใช้ล้อและยางขนาดใหญ่ได้ เฟรมรถแบบขั้นบันได (LADDER FRAME) ทำให้มีความแข็งแกร่งมากกว่ารุ่นที่แล้วถึง 50 %



------------------------------
เรื่องโดย : จูสิเอต์ตา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2561
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/mQ1uo
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th