บทความ

มิเตอร์เก็บค่าจอดรถ เกิดขึ้นได้อย่างไร ?


มิเตอร์เก็บค่าจอดรถตัวแรกถูกติดตั้งที่เมืองโอคลาโฮมา ในปี 1935 และแพร่หลายไปทั่วโลก เนื่องจากรถยนต์กลายเป็นพาหนะหลัก เฉพาะในอังกฤษ มิเตอร์เก็บค่าจอดรถริมถนน สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศถึง 550 ล้านปอนด์ (762 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)/ปี

ถ้าชำระด้วยเงินสด มิเตอร์จะตรวจสอบเงินที่ถูกใส่เข้าไปด้วยชุดพโรแกรมที่ผ่านการรับรองแล้ว ซึ่งจะมีทั้งระบบตรวจสอบน้ำหนัก และทดสอบลักษณะของเหรียญด้วยกระแสไฟฟ้า หรือเลเซอร์ ขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยคัดแยกความแตกต่างของวัตถุที่ใช้ในการผลิตเหรียญได้อย่างแม่นยำ

 

ในสหรัฐอเมริกา ขั้นตอนนี้ง่ายขึ้น เนื่องจากเครื่องจะรับเหรียญแค่ประเภทเดียว และโดยทั่วไปจะรับเหรียญ 25 เซนต์ มิเตอร์เก็บค่าจอดรถในสหรัฐอเมริกา จะดูแลแค่พื้นที่จอดที่เดียว แต่เวอร์ชันใหม่จะดูแลที่จอด โดยใช้เซนเซอร์แบบพิเศษ ซึ่งทำให้ตรวจสอบที่จอดรถที่ยังว่างอยู่ได้อย่างแม่นยำ เมื่อที่จอดว่าง นาฬิกาจะรีเซทเป็นศูนย์โดยอัตโนมัติ ทุกวันนี้มิเตอร์เก็บค่าที่จอดรถส่วนใหญ่จะถูกแทนที่ด้วย โมเดิร์นเพย์ หรือดิสพเลย์มิเตอร์ เนื่องจากใช้พื้นที่น้อย และสามารถทำงานได้ด้วยพลังงานเสงอาทิตย์

 

มิเตอร์เก็บค่าจอดรถรองรับการชำระค่าจอดผ่านระบบอีเลคทรอนิคส์มากขึ้น และบางจุดสามารถชำระผ่านบัตรพรีโหลดสมาร์ทคาร์ดได้



------------------------------
เรื่องโดย : HOW IT WORKS MAGAZINE
ภาพโดย : HOW IT WORKS MAGAZINE
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2561
คอลัมน์ : เรื่องเด่นจาก GADGET/HOW IT WORKS
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/SQnAD
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th