บทความ

ส่องเขาพระวิหาร ชมวัดล้านขวด ดวดทุเรียนภูเขาไฟ


DSC_4979 copy

“เขาพระวิหาร” เป็นโบราณสถานสำคัญ และเคยเป็นข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาตั้งแต่ปี 2505 และในที่สุดเมื่อปี 2554 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ได้ตัดสินให้เขาพระวิหารตกเป็นสมบัติของกัมพูชา แม้ทางขึ้นหลักจะอยู่ฝั่งไทยก็ตาม “ชีวิตอิสระ” ฉบับนี้ขอย้อนรอยกลับไปอีกครั้ง ณ อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร พร้อมเที่ยวชมสวนทุเรียนภูเขาไฟ ของดีประจำจังหวัดศรีสะเกษ ที่กำลังขึ้นชื่ออยู่ขณะนี้

ลุยฝนมั่นใจ ไปกับ นิสสัน เอกซ์-ทเรล

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตั้งอยู่ในอีสานใต้ อ. กันทรลักษ์ จ. ศรีสะเกษ ห่างจากเมืองหลวงประมาณ 570 กม. การเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถเลือกเดินทางได้ 3 ทางหลักๆ คือ 1. (ตาพระยา) กรุงเทพฯ-สระแก้ว-บุรีรัมย์-ศรีสะเกษ 2. (มิตรภาพ) กรุงเทพฯ-สระบุรี-สีคิ้ว-ศรีสะเกษ และ 3. (วังน้ำเขียว) กรุงเทพฯ-ปราจีนบุรี-ปักธงชัย-ศรีสะเกษ แต่เส้นทางที่สะดวกและเร็วที่สุด คือ เส้นทางที่ 2 (มิตรภาพ) ซึ่งเราก็เลือกเส้นทางนี้

 

DSC_5320 copy

  • ทางขึ้นอุทยานฯ เป็นทางลาดยางอย่างดี

 

เราออกเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 2 แล้วเลี้ยวขวามุ่งหน้า อ. สีคิ้ว ทางหลวงหมายเลข 24 ผ่าน อ. หนองกี่ แล้วเลี้ยวขวาเข้า อ. กันทรลักษ์ หมายเลข 221 อีก 44 กม. ก็ถึงจุดหมาย รวมแล้วใช้เวลาไป 7 ชม. 30 นาที

 

ช่วงที่เราไปเป็นฤดูฝน แถมพายุดีปเรสชันจากฟิลิปปินส์กำลังเข้าพอดี เราจึงเจอฝนตลอดทาง แต่ผมกลับรู้สึกสบายใจ เพราะเดินทางมากับ นิสสัน เอกซ์-ทเรล ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ไว้ใจได้ในสมรรถนะยามฝนตก เครื่องยนต์ที่มีให้ ขนาด 2.5 ลิตร 171 แรงม้า มีกำลังให้ใช้อย่างเหลือเฟือ แถมเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 จังหวะ ยังทำงานได้อย่างนุ่มนวล แต่ที่ชอบสุดต้องยกให้กับช่วงล่าง ที่เซทมาพอดี มีความนุ่มนวลแต่ยังมั่นคงในความเร็วสูง เหมาะสำหรับเดินทางไกลเป็นอย่างดี

 

 

ดื่มด่ำวิวสุดลูกหูลูกตา ของผามออีแดง

 

DSC_5013 copy

  • น้ำตกห้วยวังใหญ่อยู่กลางป่า สวยที่สุดในแถบนี้

 

หลังจากพักแรมที่บ้านภูมิซรอล ซึ่งอยู่ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เราออกเดินทางแต่เช้าเพื่อให้ทันพระอาทิตย์ขึ้นที่ผามออีแดง หลังจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานเสร็จ ขับรถขึ้นเขาไปอีกประมาณ 8 กม. ก็ถึงลานจอดรถ เช้าวันนี้อากาศดีมาก มีเมฆลอยผ่านตัวไปเบาๆ ลมพัดเย็นสบาย แม้ฟ้าจะปิดและมีละอองฝนลง มาบ้าง แต่ก็ดีกว่าฝนตกเปียกเหมือนเมื่อวาน ผมกับช่างภาพไม่รอช้า รีบเดินไปเก็บภาพยังผามออีแดง แม้จะรู้ดีว่าไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นอย่างที่ตั้งใจ

 

ตลอดทางเดินจากจุดจอดรถ เราจะเห็นเป็นหน้าผาสูงตลอดทาง เจ้าหน้าที่บอกว่า ตลอดทางเดินนี้ ด้านข้างจะเป็นหน้าผาที่เรียกว่า “ผามออีแดง” สามารถมองเห็นประเทศกัมพูชาได้อย่างชัดเจน เพราะมีความสูงถึง 556 ม. จากระดับน้ำทะเล ถ้าเรามองไปด้านล่างจะเห็นผืนป่าเตี้ยๆ ที่เรียกกันว่า “เขมรต่ำ” และเมื่อมองไปทิศตะวันออก จะเห็นแนวเทือกเขา “พนมดงรัก” จุดนี้เองที่เราจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นอย่างสวยงาม แต่เสียดายที่ครั้งนี้เราไม่เห็น เพราะฟ้าปิด เมฆเยอะจากฝนที่ตกทั้งคืน

 

 

ภาพแกะสลักนูนต่ำ อายุกว่า 1,500 ปี

 

DSC_5363 copy

  • ทางเดินไปยังภาพแกะสลักนูนต่ำ เป็นบันไดไม้อย่างดี

 

จากผามออีแดง นอกจากจะมองเห็นดินแดนกัมพูชาได้อย่างชัดเจนแล้ว ใต้หน้าผายังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อย่าง “ภาพแกะสลักนูนต่ำ” ให้เราได้ศึกษากันอีกด้วย

 

DSC_5034 copy

  • ตลอดทางเดินเป็นหน้าผาสูงที่เรียกว่า ผามออีแดง

 

ภาพแกะสลักนูนต่ำ ตั้งอยู่บริเวณหน้าผาทางทิศใต้ของผามออีแดง ทางอุทยานฯ ได้สร้างทางเดินลงไปชมเป็นบันไดไม้อย่างดี คล้ายกับ ภูทอก จ. บึงกาฬ แต่ปลายสุดก่อนถึง “ภาพแกะสลักนูนต่ำ” ได้กั้นประตูเหล็กเอาไว้ แต่ก็ยังแง้มเอาไว้นิดหน่อย เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถนำกล้องถ่ายรูปลอดออกมาถ่ายได้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ไปสัมผัสของมีค่าเหล่านี้

 

DSC_4845 copy

  • การชมภาพแกะสลักนูนต่ำ ต้องชมจากจุดนี้เท่านั้น ถึงจะมีประตูเหล็กกั้น แต่ก็ยังแง้มเอาไว้นิดหน่อย เพื่อให้นำกล้องลอดไปถ่ายได้

 

ภาพแกะสลักนูนต่ำเป็นภาพแกะสลักบนผนังผาหินทรายรูปบุคคล 3 คน สันนิษฐานกันว่าเป็นรูปของท้าวกุเวร หนึ่งในจตุมหาราชประจำทิศเหนือ หรือรูปบุคคลสูงศักดิ์ น่าจะสลักขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 (ก่อนสร้างปราสาทเขาพระวิหาร) ส่วนรูปคนที่ประทับบนนาค สันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นรูปเทพวรุณทรงนาค หรือบางทีอาจจะเป็นพระนารายณ์ทรงนาค ส่วนภาพสัตว์สองตัวที่ยังแกะไม่เสร็จ อาจเป็นพาหนะของเทพ

 

 

ชมวิวปราสาทเขาพระวิหาร ที่คนไทยได้แต่มอง

 

DSC_5339 copy

  • ภาพเขาพระวิหาร เมื่อมองจากกล้องส่องทางไกล

 

DSC_5356 copy

  • เขาพระวิหาร ต้องชมผ่านเลนส์อย่างเดียว

 

ถัดจากภาพแกะสลักนูนต่ำไปนิด เป็นที่ตั้งของ “เสาธงชาติประวัติศาสตร์” ซึ่งจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ได้อัญเชิญมาจากผาเป้ยตาดี ซึ่งอยู่ในที่ตั้งของปราสาทเขา พระวิหาร โดยขณะเคลื่อนย้ายไม่ลดธงลงมาจากยอดเสา ครั้งแรกย้ายมายังบริเวณสถูปคู่ ก่อนที่จะย้ายมายังผามออีแดง จนถึงปัจจุบัน

 

จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นปราสาทเขาพระวิหารได้อย่างเต็มตา ถ้ามองด้วยตาเปล่า จะเห็นทางเดินขึ้นไปยังปราสาทเขาพระวิหารจากฝั่งไทยไกลๆ แต่ถ้าดูด้วยกล้องส่องทางไกลของทหารที่เตรียมไว้ จะสามารถเห็นได้ถึงตัวปราสาทเขาพระวิหารอย่างชัดเจน

 

เจ้าหน้าที่บอกว่า ทางเดินที่เราเห็นนี้ แต่ก่อนสามารถเดินขึ้นไปเที่ยวยังปราสาทเขาพระวิหารได้ เพราะทางขึ้นอยู่ฝั่งไทย แต่เมื่อตกเป็นของกัมพูชาอย่างถาวรแล้ว ทางกัมพูชาได้ทำประตูเหล็กกั้นไว้ และไม่อนุญาตให้ใครข้ามผ่านทางนี้ได้อีกเลย ถ้าอยากไปต้องขับรถอ้อมกว่า 100 กม. เพื่อไปขึ้นยังฝั่งกัมพูชาเท่านั้น ถึงตรงนี้ ผมเองรู้สึกเสียดาย และหดหู่เป็นที่สุด ทำไมคนไทยถึงได้แค่มองเท่านั้น แค่ขอข้ามไปสัมผัสยังทำไม่ได้เลย

 

 

อลังการสถูปคู่ และปราสาทโดนตวล

 

DSC_4902 copy

  • สถูปคู่ สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์

 

ถัดจากเนินเสาธง จะมีทางลงไปยังสถูปคู่เพียง 300 ม. สถูปคู่มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยอดแหลมรูปดอกบัวตูม ศิลปบาปวน ประมาณศตวรรษที่ 11 มีความกว้าง 1.93 ม. สูง 4.2 ม. สร้างด้วยหินทรายสีแดง

 

มีความเชื่อว่า สถูปคู่นี้น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ คล้ายศิวลึงค์คู่กับโยนี หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า “สถูปตา สถูปยาย” เพราะศิวลึงค์กับโยนี เป็นของคู่กันตามความเชื่อที่ว่า ทุกชีวิตล้วนเกิดมาจากศิวลึงค์ และโยนี จึงน่าจะหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์นั่นเอง

 

DSC_5301 copy

  • ปราสาทโดนตวล อารยธรรมยุคเดียวกับเขาพระวิหาร

 

หลังเที่ยวบนอุทยานฯ ครบแล้ว เราเดินทางด้วยรถยนต์ต่ออีกนิด เพื่อไปยังปราสาทโดนตวล ปราสาทแห่งนี้ดูเงียบๆ แต่มีมนต์ขลัง สร้างด้วยศิลาแลงหินทราย ประกอบไปด้วย ปราสาทประธาน อาคารโถงโคปุระ บรรณาลัย ฐานศิลาแลง และสระน้ำ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพุทธศตวรรษที่ 16 ตามจารึกที่ขอบประตู ตรงกับปี 1545 ซึ่งอยู่ในยุคเดียวกับการก่อสร้างปราสาทเขาพระวิหาร

 

มีตำนานได้กล่าวถึงสตรีสูงศักดิ์ที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม แต่มีลักษณะอาภัพ คือ หน้าอกใหญ่ ไปไหนมาไหนไม่สะดวก ต้องเอาสายสร้อยทองคำเป็นสาแหรกรองรับไว้ กิตติศัพท์เลื่องลือไปจนถึงกษัตริย์ขอม จึงให้เหล่าอมาตย์มารับนางไปเฝ้า แต่ขณะเดินทางได้พักที่ลานหินโดนตวล ขณะนั้น ตาเล็งซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันกับนางนมใหญ่ ได้เข้าไปตามนางนมใหญ่ให้กลับไป จึงเกิดการต่อสู้ขึ้น เหล่าอำมาตย์ที่สุดตาเล็งถูกฆ่า ทิ้งไว้ที่ป่า บริเวณที่สร้างปราสาทโดนตวลแห่งนี้

 

 

วัดล้านขวด ความงามแห่ง อ. ขุนหาญ

 

DSC_5118 copy

  • วัดล้านขวด แม้แต่เมรุเผาศพยังสวยงาม

 

วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว หรือวัดล้านขวด เป็นวัดที่มีล้านขวดสมชื่อ เพราะอาคารต่างๆ ถูกตกแต่งด้วยขวดเหล้าขวดเบียร์ทุกชนิด เรียกว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่ขวด ศาลาต่างๆ ที่เด่นสุดในวัด ก็คือ ศาลาฐานสโมสรมหาเจดีย์แก้ว ที่ตกแต่งด้วยขวดแก้วทั้งหลัง ดูวิจิตรงดงามทั้งภายในและภายนอก

 

วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 2527 ขวดทั้งหมดที่นำมาสร้างมีจำนวนมากถึง 1,500,000 ขวด เริ่มตั้งแต่ทางเข้าวัด กำแพงซุ้ม ประตูโบสถ์ ศาลา หอระฆัง กุฏิ ห้องน้ำ ไม่เว้นแม้แต่เมรุเผาศพ ก็ยังถูกตกแต่งด้วยขวดเช่นกัน นอกจากความงดงามของสิ่งก่อสร้างจากขวดแล้ว ยังมีภาพพุทธประวัติที่นำฝาขวดมาปะติดปะต่อกันจนได้ภาพที่น่าชื่นชม ชวนให้นักท่องเที่ยวต้องเหลียวมอง

 

ความงามจากขวดทั้งหมดเป็นความคิดของ ท่านพระครูวิเวกธรรมาจารย์ หรือหลวงปู่หลอด ที่ชาวบ้านเรียกกัน ท่านกล่าวว่าการใช้ขวดนอกจากจะประหยัดแล้ว ยังมีแง่คิดแฝงเป็นนัยว่า ขวดนั้นใส ยามเมื่อกระทบกับแสงแดดจะเปล่งประกาย ดุจแสงธรรมที่เจิดจรัส นั่นเอง

 

 

ชิมทุเรียนภูเขาไฟ ที่สวนลุงเสริม

 

DSC_5181 copy

  • ชมและชิมทุเรียนหมอนทองภูเขาไฟได้ ที่สวนลุงเสริม

 

สมัยก่อน จ. ศรีสะเกษ เป็นจังหวัดทางอีสานล่างที่แห้งเล้ง หลายคนอพยพไปยังที่อุดมสมบูรณ์กว่าจนเกือบหมด จนภาครัฐเข้ามาฟื้นฟูในทุกมิติ ทุกวันนี้กลายเป็นเมืองหลวงทุเรียนแห่งแดนอีสานไปเสียแล้ว ในแต่ละฤดูกาลมีผลผลิตออกมาใกล้เคียงกับ จ. จันทบุรี แถมยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร คือ มาจากพื้นดินที่เคยเป็นภูเขาไฟเก่า ทำให้ทุเรียนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กรอบนอกนุ่มใน เปลือกบาง กลิ่นไม่ฉุน จนเลื่องลือไปไกลในชื่อ “ทุเรียนภูเขาไฟ ศรีสะเกษ”

 

เราแวะมาเที่ยวสวนลุงเสริม เพราะชาวบ้านบอกว่ายังมีผลผลิตเหลืออยู่ ลุงเสริมเป็นหนึ่งในเกษตรกรตัวอย่าง ที่ใช้พื้นที่กว่า 20 ไร่ ปลูกเฉพาะทุเรียนได้อย่างเหมาะสม มีพันธุ์หมอนทองเป็นหลัก รองลงมา คือ ก้านยาว ชะนี พวงมณี เป็นต้น แถมยังเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีเกษตรอีกด้วย ใครผ่านไปผ่านมาก็สามารถเข้าไปชิมผลไม้สดๆ จากสวนของลุงเสริมได้เลย

 

 

น้ำตกห้วยวังใหญ่ สวยที่สุดในแถบนี้

 

DSC_5234 copy

  • น้ำตกห้วยวังใหญ่อยู่กลางป่า สวยที่สุดในแถบนี้

 

เมื่อกินทุเรียนภูเขาไฟสมใจแล้ว ก็มุ่งหน้าสู่น้ำตกห้วยวังใหญ่กันต่อ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ บอกว่า สวยที่สุดในแถบนี้ เป็นน้ำตกขนาดกลาง ถ้าถึงช่วงฤดูฝน จะมีความสวยงามมากเป็นพิเศษ

 

ด้วยความที่สูงเพียง 5 เมตร กระแสน้ำที่ไหลมาจากชั้นบน เมื่อตกกระทบสู่พื้นน้ำด้านล่าง จึงมีความแรงไม่มาก นักท่องเที่ยวสามารถนั่งชมความงาม และเล่นน้ำได้ แต่ถ้ามาช่วงฤดูฝน จะ เล่นได้เฉพาะสถานที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้ให้เท่านั้น

 

น้ำตกห้วยวังใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ต. ละลาย อ. กันทรลักษ์ จ. ศรีสะเกษ พื้นที่โดยรอบจึงมีแต่ต้นไม้ใหญ่ และพันธุ์ไม้หายากปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น

 

 

แผนที่เส้นทาง

 

MAP copy

 

 

ที่กิน + ที่นอน

 

food copy

 

ปัจจุบันนี้พื้นที่รอบๆ อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร มีความเจริญขึ้นมาก เรื่องอาหารการกินมีให้เลือกหลากหลาย ผมเลือกร้าน “ครัวผามอ” เนื่องจากแอบได้ยินมาว่าแม่ครัวทำอาหารอร่อย ผมสั่ง ผัดเผ็ดหมูป่า ต้มยำเป็ด เอ็นไก่ทอด และบรอคโคลีผัดหมูกรอบ รสชาติต้องบอกว่าดีทีเดียว ไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มเลย ทุกอย่างสดใหม่มาก ถ้าผ่านมาลองมาชิมกันได้ ร้านนี้เปิดทุกวัน

 

bed copy

 

ใครคิดจะพักในตัวเมืองศรีสะเกษ แล้วตื่นเช้าขับรถมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผามออีแดง ต้องบอกว่าคิดผิด เพราะใช้เวลากว่า 2 ชม. กับระยะทางเพียง 100 กม. เราแนะนำให้พักที่บ้าน ภูมิซรอลจะสะดวกที่สุด เนื่องจากอยู่ห่างจากทางขึ้นอุทยานฯ เพียง 2 กม. แถมปัจจุบันนี้ยังมีที่พักให้เลือกมากมาย รวมถึงร้านอาหารต่างๆ ด้วย ผมเลือก “บ้านไร่ไพศาล” เป็นที่พัก เนื่องจากเพิ่งเปิดใหม่ สวยงาม สะอาด และมีที่จอดรถ ทุกห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งแอร์ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น ขาดแต่เพียงตู้เย็นเท่านั้น ในราคาเริ่มต้นเพียงคืนละ 400 บาท

 

 

ขอขอบคุณ

 

DSC_5058 copy

 

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เอื้อเฟื้อพาหนะในการเดินทาง



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2561
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/9jixw
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th