บทความ

เบรคหนักนานๆ ขณะลงเขา จะทำให้เบรคแตก…จริงไหม ?


เขาว่า… : เบรคหนักนานๆ ขณะลงเขา จะทำให้เบรคแตก…จริงไหม ?

จริง และไม่จริง : จริง ถ้าเบรคหนักเป็นเวลานาน จะทำให้รถเบรคไม่อยู่ จากสาเหตุน้ำมันเบรคเดือด และผ้าเบรคร้อนจัด และไม่จริง ถ้าหมายความถึง “เบรคแตก”

หากใช้เบรคหนักขณะลงเขาชันเป็นเวลานาน มีโอกาสที่น้ำมันเบรคจะเดือด จนเกิดฟองอากาศมากมายไปแทนที่ปริมาตรลูกสูบในปั๊มเบรค หากเกิดขึ้นขณะเบรค แป้นเบรคจะจมติดพื้นลักษณะเหมือนเบรคหาย ซึ่งอันตรายมากๆ วิธีเลี่ยงไม่ให้น้ำมันเบรคเดือด คือ ห้าม “แช่” เบรคตลอดเวลา เน้นให้เครื่องยนต์ช่วยเบรคเป็นหลัก

 

เรามักได้ยินข่าวรถตกเหว หรือรถแหกโค้งทางภาคเหนือกันอยู่เสมอ และสาเหตุที่นักวิเคราะห์สันนิษฐานให้เราได้ยินกันอยู่บ่อยๆ คือ “เบรคแตก” ความจริงคำว่าเบรคแตก น่าจะตกยุคไปนานกว่า 50 ปีได้แล้ว สมัยนั้นอาจมีบ้างที่ท่อน้ำมันเบรคเกิดแตก จากการออกแบบให้งอได้ เพราะดุมล้อต้องเคลื่อนที่ขึ้น/ลงไปพร้อมกันกับล้อ มีความจำเป็นต้องให้ท่อน้ำมันเบรคส่วนนี้งอได้ เลยกลายเป็นจุดอ่อนของรถยุคนั้นไป แต่ในรถยุคหลังจนถึงปัจจุบัน หมดปัญหานี้แล้ว ถ้าจะมีบ้างคงมาจากการตีบ หรืออุดตันภายในจากสนิมของใยเหล็ก หรือจากยางที่บวมเท่านั้นครับ

 

ปัญหาของรถยุคนี้ จึงเหลือแค่ 2 สาเหตุเท่านั้น คือ “น้ำมันเบรคเดือด” เพราะอมความชื้นไว้เกินปริมาณที่ปลอดภัย จนเกิดฟองอากาศมากมายไปแทนที่ปริมาตรลูกสูบในปั๊มเบรค หากเกิดขึ้นขณะเบรค แป้นเบรคจะจมติดพื้นลักษณะเหมือนเบรคหาย กับ “หน้าผ้าเบรคร้อนจัด” จนละลายและขาดความฝืด ที่จะทำให้จานเบรคหมุนช้าลง ซึ่งอาจเกิดจากคุณภาพของผ้าเบรคต่ำเกินไป วิธีแก้ คือ ใช้ผ้าเบรคแท้จากโรงงาน หรือใช้ผ้าเบรคที่มีคุณภาพสูงกว่า

 

วิธีการเบรคขณะลงทางลาดชันเป็นระยะทางยาว คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ หลักการง่ายๆ คือ ห้าม “แช่” เบรคตลอดเวลา เพราะจานเบรคจะสะสมความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีโอกาสถูกพักให้ระบายความร้อน วิธีที่ถูก คือ เหยียบเบรคให้แรงพอระดับที่ลดความเร็วลงได้ จนรถแล่นช้ามาก แล้วปล่อยเบรคให้รถเพิ่มความเร็วขึ้นใหม่ และต้องใช้เกียร์ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ควบคู่กันไป เช่น เกียร์ 1 เกียร์ 2 หรือ L1 L2 โดยเน้นให้เครื่องยนต์ช่วยเบรคเป็นหลัก ถ้ายังไม่พอให้เบรคช่วย และต้องไม่ให้รอบเครื่องยนต์เกินแถบแดง

 

ผมแนะนำให้ใช้คอมเพรสเซอร์ “แอร์” และอัลเทอร์เนเตอร์ ช่วยเบรคด้วย โดยเปิดแอร์ และปรับค่าอุณหภูมิให้เย็นที่สุด เปิดกระจกหน้าต่างทุกบาน และเปิดไฟหน้าด้วย ทำแบบนี้จะช่วยเพิ่มโหลด รถจะแล่นช้าลงจนรู้สึกได้ทีเดียว



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2561
คอลัมน์ : เขาว่าอย่างนั้นจริงไหม ?
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/01JKs
อัพเดทล่าสุด
25 Jul 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
1,749,000
2.
1,699,000
4.
3,299,000
5.
5,399,000
6.
6,799,000
7.
3,249,000
9.
53,500,000
11.
3,600,000
12.
4,539,000
13.
13,339,000
14.
2,999,000
15.
1,749,000
16.
1,800,000
18.
499,000
19.
979,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th