ผลทดสอบต่างแดน

จีพ แรงเลอร์ ใหม่ รถลุยของสายโหด !


ชื่อเสียงของ จีพ แรงเลอร์ มีมาช้านานในฐานะรถลุยได้ทุกสถานการณ์ แรงเลอร์ เริ่มออกจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ครั้งแรกในปี 1986 ส่วนรุ่นใหม่ล่าสุดถือเป็นสายพันธุ์ที่ 4 ในรหัส JEEP JL ถูกอวดโฉมครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์ ลอสแองเจลิส เมื่อปลายปีที่แล้ว และถูกจัดมาแสดงอีกครั้งในงานมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ ต้นปีที่ผ่านมา ตัวถังรถโดดเด่นด้วยรูปทรงที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของตัวตน จีพ แต่ได้รับการปรับโฉมใหม่เพื่อความทันสมัย มีให้เลือกทั้ง 2 ประตู แบบ 2+2 ที่นั่ง และ 4 ประตู แบบ 2+3 ที่นั่ง ตัวถังทรงเหลี่ยม มีทั้งแบบเปิดหลังคา ไร้ประตู หรือจะเป็นโครงทึบเหมือนรถเก๋ง

2 copy

  • รูปลักษณ์ใหม่ของไฟหน้า ที่ออกแบบได้สวยงาม แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ที่เป็นตัวตนของ จีพ

 

การออกแบบทำได้อย่างสวยงาม กระจังหน้ายังคงอยู่ในรูปทรงเดิม ไฟหน้าทรงกลมแบบแอลอีดี กันชนเหล็กได้ปรับรูปแบบให้ทันสมัยขึ้น ท้ายรถมีความเรียบง่าย พร้อมไฟท้ายทรงเหลี่ยม ด้านล่างติดตั้งกันชนขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่ง มาพร้อมยางอะไหล่ด้านหลัง ตัวถังทำจากเหล็กกล้า และวัสดุอลูมิเนียมน้ำหนักเบา เฟรมรถทำจากแมกนีเซียม มีผลให้น้ำหนักโดยรวมเบากว่ารุ่นเก่าประมาณ 90 กก. ประตูทั้ง 2 ด้าน หากไม่ต้องการใช้สามารถถอดออกได้ ฐานล้อยาวขึ้น 2.4 นิ้ว ตัวรถโดยรวมยาวขึ้น 3.5 นิ้ว ใต้ท้องรถสูงจากพื้นดิน 10 นิ้ว ด้านหน้ามีมุมปะทะ 42 องศา มุมจากที่ด้านหลัง 36 องศา เพียงพอต่อการลุยผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างสบาย

 

7 copy

  • แผงหน้าปัดออกแบบใหม่ สวยงามและดูทันสมัย

 

8 copy

  • เบาะนั่งโทนสีดำ เน้นเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง เพิ่มความโฉบเฉี่ยวให้ภายในรถดูทันสมัย

 

ภายใน แรงเลอร์ รุ่นใหม่ ได้เพิ่มความทันสมัย ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีที่จะมาเพิ่มความสะดวกสบาย คล่องตัวในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยไฟฟ้า 3 ก้าน แบบมัลทิฟังค์ชัน มีอัตราทด 15.6:1 ที่คอนโซลกลางติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนท์หน้าจอแบบสัมผัส ขนาด 6.5 นิ้ว เพื่อรองรับความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ทั้งแอพเพิล และแอนดรอยด์ โดยติดตั้งลำโพงคุณภาพสูงจาก ALPINE จำนวน 9 ตัว ระบบนำทางจาก GARMIN ห้องเก็บสัมภาระที่ด้านท้ายรถ ได้รับการออกแบบใหม่ สามารถจัดเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างเป็นสัดส่วน

 

ขุมพลังมาจากเครื่องยนต์ วี 6 สูบ 3.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 285 แรงม้า ที่ 6,400 รตน. แรงบิดสูงสุด 35.9 กก.-ม. ที่ 4,800 รตน. อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 6.8 วินาที ระยะควอร์เตอร์ไมล์ ใช้เวลา 15.2 วินาที ที่ความเร็วปลาย 144 กม./ชม. อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันในเมืองโดยเฉลี่ย 7.2 กม./ลิตร บนไฮเวย์ 8.9 กม./ลิตร นอกจากนี้ ยังมีเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร 270 แรงม้า หัวฉีดแบบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง ให้เลือกใช้อีกด้วย

 

ในรุ่นเครื่องยนต์ 3.6 ลิตร ระบบถ่ายทอดกำลัง มีให้เลือกทั้งแบบอัตโนมัติ 8 จังหวะ และเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ส่วนรุ่น 2.0 ลิตร มีแต่รุ่นเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ไม่มีเกียร์ธรรมดา

 

9 copy

  • อีกหนึ่งความคลาสสิคของ จีพ แรงเลอร์ คือ รุ่นเกียร์ธรรมดา ที่ยังคงมีให้เลือกใช้งานหนักๆ ลุยๆ เถื่อนๆ ตามสไตล์ จีพ

 

ระบบเกียร์มีให้เลือกทั้ง 2 แบบ คือ HIGH GEARING และ LOW GEARING เฟืองท้าย DANA 44 ส่งกำลังแบบ 4×4 ROCK-TRAC วงล้ออัลลอยมีให้เลือก 2 ขนาด คือ 17 และ 18 นิ้ว

 

ในส่วนของระบบรองรับ ที่ด้านหน้าและหลัง เปลี่ยนจากการใช้แหนบใน 2 รุ่นแรก มาเป็นสปริงขด ที่ให้ความนุ่มนวลและยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น

 

3 copy

  • ช่วงล่างเซทใหม่ทั้งระบบ จากเดิมเป็นแหนบ ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นชุดสปริง และทอร์ชันบีม ที่ให้ทั้งความคงทน ลุยแบบสมบุกสมบันได้เช่นเดิม แต่แถมความนุ่มสบายพ่วงท้ายมาให้ขาลุยจอมโหด

 

การขับขี่โดยทั่วไป ยังอยู่ในสไตล์ จีพ แรงเลอร์ ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ให้การเปลี่ยนตำแหน่งที่นุ่มนวลและต่อเนื่องดี การปรับใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำได้สะดวก ง่ายดาย ต้องขอชื่นชมในเรื่องการออกแบบที่ทำได้อย่างสวยงาม ประณีต ทั้งภายในและภายนอกห้องโดยสาร ทดสอบการยึดเกาะถนนทำได้ 0.73 จี ในขณะที่รุ่นก่อนทำไว้ 0.63 จี ระยะเบรคที่ความเร็ว 112 กม./ชม. จนหยุดนิ่ง ใช้ระยะสั้นลงจากเดิมที่ทำไว้ 209 ฟุต มาเป็น 176 ฟุต จากการเปลี่ยนขนาดจานเบรคหน้าและหลัง มาเป็น 12.9 และ 12.4 นิ้ว จะมีข้อติแค่ในเรื่องของราคาอุปกรณ์พิเศษที่สามารถเลือก ติดตั้งเพิ่มเติม มีราคาที่สูงไปหน่อย สำหรับคนรัก จีพ สไตล์ฮาร์ดคอร์

 

แรงเลอร์ รุ่นใหม่ ก็น่าจะได้รับความนิยมจากสาวกผู้คลั่งไคล้ จีพ จากการปรับปรุงแทบจะทั้งคัน ให้มีคุณภาพดีขึ้น อุปกรณ์ทันสมัยติดตั้งมาให้มากมาย เครื่องยนต์สมรรถนะสูงแถมประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น

 

 

คุณรู้หรือไม่ ?

 

Jeep-Wrangler-2018-1600-57 copy

 

ก่อนที่จะผลิตออกจำหน่าย จีพ แรงเลอร์ ใหม่ ได้ผ่านการทดสอบในสหรัฐอเมริกา, จีน, ออสเตรเลีย, อิตาลี, บราซิล และอินเดีย เป็นระยะทางกว่า 6.2 ล้านกม. เพื่อความแข็งแกร่ง ทนทาน ใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยมตามแบบฉบับของรถลุย



------------------------------
เรื่องโดย : จูลีเอตตา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2561
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/1ce6f
เพิ่มเพื่อน