บทความ

ขับ เทสลา ข้ามประเทศกว่า 2,500 กม. เดินทางไกลด้วยรถไฟฟ้าได้จริงหรือ ?


เราสามารถขับรถไฟฟ้า เทสลา ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนๆ บนไฮเวย์ข้ามประเทศได้จริงหรือไม่ ? มาพิสูจน์กันให้เห็นจะๆ

ภารกิจ

นิค โอแดนท์ซิส จะขับรถไฟฟ้า เทสลา โมเดล เอส 100 ดี จุดเริ่มต้นจากแลนด์’สเอนด์ (ใต้สุดของเกาะอังกฤษ) ไปยังจอห์น โอ’โกรท์ส (เหนือสุดเกาะอังกฤษ) และกลับมาที่จุดเริ่มต้น โดยใช้สถานนีชาร์จรายทางเท่าที่จำเป็น เพื่อเติมพลังงานตลอดการเดินทาง

 

ผู้ทดสอบ

สัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับทุกสิ่งที่เป็นพลังงานไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ จักรยานยนต์ หรือจักรยาน รองบรรณาธิการ นิค โอแดนท์ซิส คือ บุคคลที่เหมาะกับภารกิจนี้ที่สุด

 

เทคโนโลยี

เทสลา โมเดล เอส 100 ดี 89,500 ปอนด์ tesla.com

– แบทเตอรี 100 กิโลวัตต์ชั่วโมง

– ระยะทาง 632 กม.

– อัตราเร่ง จาก 0-96 กม./ชม. 4.1 วินาที

– ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

– ระบบช่วงล่าง SMART AIR SUSPENSION พร้อมกับจดจำตำแหน่งโดยใช้ จีพีเอส

– ระบบป้องกันการชน

– ระบบเบรคอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

– ไฟเลี้ยว แอลอีดี

– ไฟตัดหมอก แอลอีดี

– จอแสดงผลระบบสัมผัส 17 นิ้ว

– WI-FI และ 4G

– แอพพลิเคชันรีโมทควบคุมสำหรับสมาร์ทโฟน

– กล้องหลัง ความละเอียดสูง

– ระบบปรับอุณหภูมิที่นั่งด้านหน้า พร้อมหน่วยความจำที่จดจำประวัติของผู้ขับ

 

มหากาพย์แห่งการเดินทาง

เทคโนโลยีที่จะช่วยให้คุณอยู่รอดจากการเดินทางที่ยาวนาน

เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติ (HANDPRESSO AUTO)

สิ่งที่ต้องการขณะเดินทางไกล ก็คือ กาแฟเข้มๆ สักแก้ว เพื่อเปิดม่านตา คุณสามารถแวะที่จุดจอดรถได้ แต่กำลังรีบที่จะเดินทาง ตัวเลือกที่ดี คือ เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติ ที่สามารถทำกาแฟให้คุณได้ภายใน 2 นาที บนที่วางแก้วภายในรถ

133 ปอนด์ handpresso.co.uk

 
อุปกรณ์นำทางอัจฉริยะ (NAVDY)

ระบบนำทาง จีพีเอส ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ทำให้การเดินทางง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น หน้าจอขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลที่สำคัญในการขับรถ ทั้ง ความเร็ว และแผนที่ นำทางพร้อมเสียง เสมือนเลขาส่วนตัว โดยไม่จำเป็นต้องละสายตามามองเส้นทาง

400 ปอนด์ navdy.com

 

อุปกรณ์กระจายสัญญาณ WI-FI (HUAWEI ROADFI)

ตัวกระจายสัญญาณ WI-FI บนรถ ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อได้ ไม่ว่าจะเดินทางไปสถานที่ใด แต่ถ้ารถของคุณไม่ได้ติดตั้งอินเตอร์เนท คุณก็สามารถติดตั้ง ROADFI โดยเสียบเข้ากับช่องจุดบุหรี่ 12 โวลท์ ซึ่งจะสามารถใช้อินเตอร์เนทความเร็ว 20 GB ได้ 1 เดือน

29 ปอนด์ upfront 18 ปอนด์ p/m three.co.uk

 
อุปกรณ์เพิ่มช่องต่อ USB (STK HUB)

ชุดเพิ่มช่องต่อ USB สำหรับสมาชิกผู้ร่วมเดินทางทุกคน สามารถชาร์จสมาร์ทโฟนให้เต็มได้ด้วย STK HUB ซึ่งประกอบด้วย หัวเสียบช่องจ่ายไฟ 12 โวล์ท มีช่องต่อ USB เพื่อชาร์จ 2 ช่อง และปลายสายเคเบิลมีช่องต่อ USB อีก 3 ช่อง

24.99 ปอนด์ stklife.com

 

โดยไม่ต้องสงสัยเมื่อถึงยุคของรถพลังงานไฟฟ้า แต่สิ่งที่ต้องสงสัย คือ มันสามารถเดินทางได้ไกลแค่ไหนในการชาร์จ 1 ครั้ง พลังงานแบทเตอรีสำหรับการขับในเมืองมีระยะทางเพียงไม่กี่กิโลเมตร แต่คุณสามารถกลับไปชาร์จเพิ่มที่บ้านหลังกลับจากที่ทำงาน แต่ถ้าต้องขับรถเป็นระยะทางไกล คุณจะต้องเลือกใช้น้ำมันในการขับอย่างแน่นอน อะไรจะทำให้คุณหันมาเลือกใช้รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ พลังงานสะอาดนี้ได้บ้าง ? รถจาก เทสลา โมเดล เอส 100 ดี คือ ทางเลือกในการเดินทางไกล

 

ชาร์จไฟได้มาก

เทสลา รุ่น 100 ดี ราคา 90,000 ปอนด์ เป็นรถที่วิ่งระยะทางไกล สิ่งที่คุณจะได้หลังจากจ่ายเงิน คือ รถยนต์ที่สามารถวิ่งได้ 632 กม./1 ครั้ง ซึ่งคุณสามารถเดินทางไปได้เกือบทุกที่ในประเทศอังกฤษ และยังสามารถชาร์จไฟจนเต็มได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นคุณสามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องกังวลใจ เทสลา ไม่ได้ผลิตเพื่อคนรวยเท่านั้น รถคันล่าสุด โมเดล 3 ที่จะแล้วเสร็จในปี 2018 เสมือนโมเดล เอส ขนาดย่อม พร้อมกับราคาที่บุคคลทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของได้

 

เนื่องจากได้เป็นหนูทดลองอย่างเป็นทางการจาก เทสลา โอแดนท์ซิส จึงได้ทดสอบรถพลังงานไฟฟ้า และจักรยานไฟฟ้ามาก่อน ดังนั้น โอแดนท์ซิส จึงตื่นเต้นมากกับภารกิจในครั้งนี้ ที่จะต้องขับรถไฟฟ้าด้วยระยะทาง 1,406 กม. จากแลนด์สเอนด์ถึงจอห์น โอ’โกรท์ส (ไป-กลับ) เพื่อพิสูจน์ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ ถ้าเขาจะขับรถด้วยระยะทางทั้งหมดของประเทศ โดยไม่ต้องถูกปล่อยเกาะ

 

ก่อนการเดินทาง โอแดนท์ซิส มุ่งหน้าไปสำนักงานใหญ่ของ เทสลา ที่เวสต์ ดเรย์ทัน เพื่อรับรถ เทสลา โมเดล เอส 100 ดี ที่จะต้องขับ ดูจากรูปทรงแล้ว มันเหมือนรถครอบครัวทั่วไป มีฝากระโปรงขนาดใหญ่ และห้องโดยสารที่หรูหรา ซึ่งเราไม่รู้เลยว่ามีแบทเตอรีซ่อนอยู่ใต้พื้นรถ รูปลักษณ์ทรงพลัง และเหมาะกับการขับระยะทางไกล

 

โอแดนท์ซิส กลับมายังบริสโตล เขาเริ่มวางแผนการเดินทาง เส้นทางแรก คือ ต้องขับลงใต้ที่แลนด์สเอนด์ และขับขึ้นไปยังเมืองจอหน์ โอ’ กโรท์สเหนือสุด และสุดท้ายก็กลับมายังลอนดอน เพื่อคืนรถให้กับ เทสลา เนื่องจากมีสถานีชาร์จไฟตลอดเส้นทาง ทางใต้มีเอกเซเตอร์ที่ดีเยี่ยม แต่ทางตอนเหนือเท่าที่รู้ คือ มีสถานีชาร์จไฟดันดี นั่นแปลว่า เอส 100 ดี จะมีพลังงานไม่เพียงพอขับไปยัง จอห์น โอ’โกรท์ส หลังจากเชคแผนที่อย่างรวดเร็ว ZAP MAP พบว่ามีสถานีชาร์จไฟ (ซึ่งทาง เทสลา ไม่ได้อนุมัติ) ตั้งอยู่ที่จุดบริการนักท่องเที่ยว จอห์น โอ’ โกรท์ส ปัญหาข้อนี้มีทางออกแล้ว

 

หลังจากการเตรียมตัวพร้อมสำหรับการเดินทาง เมื่อรถพร้อมขับกับแบทเตอรีเต็มพิกัด โอแดนท์ซิส พร้อมช่างภาพ เจมส์ เชพพาร์ด นั่งด้านข้างคนขับ เรามุ่งหน้าสู่สุดเขตแดนใต้ กำหนดจุดบริการนักท่องเที่ยวแลนด์สเอนด์ ลงในระบบนำทาง ที่หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 17 นิ้วของ เทสลา ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย เนื่องจากคอมพิวเตอร์คำนวณจุดที่ต้องชาร์จไฟ เขาสามารถไปถึงแลนด์สเอนด์ และกลับไปที่สถานีชาร์จไฟเอกซีเตอร์พร้อมกับแบทเตอรีคงเหลืออีก 20 % โอแดนท์ซิส ไม่สนใจกับคำแนะนำนี้ อย่างไรก็ตาม หากแต่ตื่นเต้นเล็กน้อย

 

และเลือกที่จะชาร์จไฟหลังจากเดินทางไปแล้วครึ่งทาง ประมาณ 129 กม. เอส 100 ดี ยังมีพลังงานเหลือมากกว่า 80 % โอแดนท์ซิส คิดว่าจะใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 30 นาที แต่ที่จริงแล้วใช้เวลากว่า 90 นาที โอแดนท์ซิส จึงนึกขึ้นได้ว่าการเดินทางจะต้องใช้เวลานานกว่าที่วางแผนไว้ ต้องขอบคุณครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมทดลองชาร์จไฟกับรถ เทสลา และยังค้นพบว่ายิ่งแบทเตอรีเหลือมากเท่าไร ระยะเวลาในการชาร์จก็ช้ามากขึ้น เมื่อแบทเตอรีหมดเกือบเกลี้ยง ระบบซูเพอร์ชาร์จจะสามารถเพิ่มพลังการชาร์จไปที่ 100 กิโลวัตต์ แต่เมื่อเหลือมากกว่าครึ่งถัง มันจะช้าหากเราชาร์จ ทำไม ? เทสลา ให้คำตอบว่ามันจะช่วยเพิ่มอายุของแบทเตอรีให้นานขึ้น โดยไม่ต้องชาร์จหลายรอบ นั่นแปลว่า จะต้องหยุดชาร์จหลายครั้ง ระยะเวลาในการชาร์จน้อยกว่า แต่ให้ประสิทธิภาพในการขับเคลื่อน

 

การเสียบปลั๊กชาร์จรถไฟฟ้า เทสลา นั้นง่ายมาก ไม่ต้องมีขั้นตอนวุ่นวาย เพียงแค่กดปุ่มค้างเพื่อเปิดช่องสายชาร์จ เสียบปลั๊กเข้าไป ระหว่างรอ โอแดนท์ซิส ดาวน์โหลดแอพพลิเคชันของ เทสลา ไว้ นั่นหมายถึง เขาสามารถไปนั่งจิบกาแฟได้อย่างสบายใจ และเชคว่าชาร์จไฟไปถึงไหนแล้วแบบเรียลไทม์ แอพพลิเคชันจะแจ้งว่ามีปริมาณแบทเตอรีที่เพียงพอต่อการเดินทางไปยังจุดหมาย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องนั่งรอเวลาชาร์จไฟอย่างน่าเบื่อ

 

(ELECTRIC DREAMS)

2 ชม. ต่อมา โอแดนท์ซิส เดินทางไปถึงแลนด์สเอนด์ โดยไม่ต้องเสียเหงื่อ และแวะพักก่อนที่จะเดินทางในวันรุ่งขึ้น ส่วนช่างภาพ เชพพาร์ด มีความกระตือรือร้นที่จะขับรถ โอแดนท์ซิส จึงส่งต่อให้เขาขับในส่วนที่เหลือ เพียงระยะทางสั้นกว่าที่ โอแดนท์ซิส ขับมา เชพพาร์ด ปรับเบาะรถ และพวงมาลัย ระบบไฟฟ้า ให้เหมาะสมกับสัดส่วนของเขา ปกติแล้วการปรับเบาะหลายๆ ครั้ง ของเราทั้ง 2 คนอาจจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่าย ต้องขอบคุณที่ เทสลา ที่สามารถให้คุณตั้งพโรแกรมปรับระดับของเบาะนั่ง และพวงมาลัยของคนขับแต่ละคนได้ เมื่อ โอแดนท์ซิส นั่งอยู่บนรถ สิ่งเดียวที่ต้องทำ คือ กดลงไปบนชื่อตัวเอง เพื่อให้ที่นั่งปรับระดับให้อย่างเหมาะสม ซึ่งดีสำหรับคนที่ตัวเตี้ย และคนสูง

 

ก่อนที่เราจะมุ่งหน้าสู่เอดินเบิร์กในวันที่ 2 โอแดนท์ซิส ตัดสินใจว่าจะละเลยต่อการคำนวณโดยละเอียดเกี่ยวกับแผนการเดินทาง และปล่อยให้รถทำงานเอง เมื่อใส่จุดหมายปลายทาง รถยนต์แนะนำสถานีชาร์จไฟตลอดทาง การนำส่วนนี้ออกช่วยยืนยันข้อข้องใจของ โอแดนท์ซิส ได้ว่า เราคงไม่สามารถเดินทางไปได้ไกลถึง 600 กม. โดยไม่ชาร์จแบทเตอรีได้เลย

 

ด้วยระยะทางที่ไกลระหว่างบริสโตล และจะถึงที่หมาย แน่นอนว่าต้องใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนดบนถนน เอส 100 ดี ดูมีชีวิตชีวา อัตราเร่งที่คล้ายกับซูเพอร์คาร์ มันไหลลื่นมาก และไม่มีเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ ห้องเครื่องยนต์เงียบ สงบ น่านั่ง และลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ในขณะที่เดินทางช่วงก่อนจะเย็น เขายังสดชื่นอย่างน่าประหลาดใจ โอแดนท์ซิส มาถึงเอดินเบิร์ก เมืองที่เต็มไปด้วยอาหาร เครื่องดื่ม และได้พักผ่อน

 

ในวันรุ่งขึ้นการเดินทางกับระยะทางอีกเกือบ 1,000 กิโลเมตร พร้อมกับสถานการณ์ชาร์จไฟที่ยุ่งยาก ที่ถึงจุดหมายปลายทาง ยอมรับโดยไม่มีข้อสงสัย ว่ามันเป็นการทดสอบพลังงานไฟฟ้าที่เยี่ยมที่สุด โดยหยุดพักที่สถานีชาร์จไฟดันดี (เหนือ) ซึ่งให้พลังงานไฟฟ้าที่เพียงพอสำหรับไปถึงจุดหมาย แต่เราต้องชาร์จอีกครั้งเพื่อเดินทางกลับ

 

การเดินทางไปยังจอห์น โอ’โกรท์ส นั้นน่าตื่นเต้น เส้นทางเต็มไปด้วยภูเขาเคลนกอร์มส์ ที่สวยงาม มันเป็นวันที่ดี เหมาะกับการถ่ายภาพ เขาจึงแวะพัก และถ่ายภาพวิวที่งดงาม โอแดนท์ซิส ตื่นเต้นมากที่สามารถเดินทางได้ไกลขนาดนี้ และมายังสถานที่สวยงาม โดยไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเลย ถึงแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่ร้านอาหารริมทะเลสาบก็เพิ่งจะติดตั้งที่ชาร์จเมื่อ 3 วันก่อนหน้านี้

 

การชาร์จแบทเตอรี เพื่อป้องกันปัญหาในการเดินทาง

โดยธรรมชาติแล้วการเดินทางระยะทางไกลขนาดนี้ รถไฟฟ้า เทสลา จะต้องชาร์จแบทเตอรีหลายครั้ง แต่มันต้องบ่อยแค่ไหนกันล่ะ ? หากเส้นทางมากกว่า 2,500 กม. บนถนนมอเตอร์เวย์ ด้วยความเร็ว 113 กม./ชม. (รวมถึงกับสถานการณ์ทำถนน หรือรถติด) หน้าจอแสดงผลบอกวิ่งได้ประมาณ 502 กม. ในทางทฤษฎี สามารถเดินทางไป/กลับระยะทางทั้งหมดจากแลนด์เอนส์ถึงจอห์น โอ’โกรท์ส โดยหยุดชาร์จไฟทั้งหมด 6 ครั้ง แต่ความเป็นจริง เราหยุดทั้งหมด 10 ครั้ง ในระยะเวลา 4 วัน 6 ครั้ง เมื่อเดินทางไปทางเหนือสุด และ 4 ครั้ง เมื่อเดินทางกลับลงใต้ ส่วนใหญ่เราใช้สถานีชาร์จไฟของ เทสลา ทั้งหมด ยกเว้นเพียงครั้งเดียวที่จอห์น โอ’โกรท์ส เขามีความจำเป็นต้องชาร์จไฟที่สถานีสาธารณะ ถึงแม้ว่าธุรกิจ การให้บริการสถานีชาร์จไฟจะมีหลายแห่ง แต่หากคุณเปลี่ยนใจจะหยุดชาร์จแค่เพียง 35-40 นาที แต่หยุดบ่อยๆ มันไม่ได้ดีสำหรับคุณ แต่มันเร็วกว่าการที่หยุดชาร์จเป็นเวลานาน

 

เมื่อถึงจุดแวะพัก โอแดนท์ซิส พอใจกับการสัมผัสประสบการณ์ระบบรองรับแบบถุงลม SMART AIR SUSPENSION ปรับสูง/ต่ำตามลักษณะของพื้นที่ ตลอดเส้นทาง โอแดนท์ซิส สามารถสัมผัสถึงการขับอย่างไหลลื่น โดยไม่ต้องกดปุ่มปรับเกียร์ และสามารถตั้งค่าแบบ HIGH-RISE SUPERCAR ด้วยตัวเองได้โดยเข้าไปที่เมนู SUSPENSION และกดที่จอเพื่อเลือกการตั้งค่าสูงสุด เขาค่อนข้างสบายใจสำหรับการเดินทางไปพักผ่อนในวันหยุด เมื่อสามารถกำหนดจุดแวะระหว่างทางตลอดเส้นทาง รถคันนี้มีระบบความจำ GPS บิลท์-อิน ดังนั้นแม้ว่าจะขับไปที่ไหนบนเส้นทาง เทสลา จะรู้ว่ามันอยู่จุดไหน และปรับระบบ SUSPENSION ขึ้น/ลงอัตโนมัติ เพื่อความไหลลื่นที่สุดในการขับขี่ ซึ่งเป็นระบบที่ชาญฉลาดมาก

 

และ โอแดนท์ซิส โชคดีที่ตัดสินใจเอา เทสลา เข้าไปชาร์จแบทเตอรี หลังใช้บริการพิทสตอพ เราก็เดินทางมาถึงจอห์น โอ’โกรท์ส ในเวลา 1 ทุ่ม โดยไม่เเวะรับประทานอาหารที่ร้านไหนเลย เพราะการกินไม่ได้อยู่ในแผนตั้งแต่แรก โอแดนท์ซิส มุ่งหน้าไปที่สถานีชาร์จไฟฟ้า เสียบสายชาร์จ มองไปที่จอแสดงผลสัญลักษณ์ธงแดง ปรากฏขึ้นมาทันที แม้ว่า เทสลา จะรับประกันความเร็วในการชาร์จ (สำหรับ 3 กิโลวัตต์ AC/50 กิโลวัตต์ DC) การชาร์จก็ยังดำเนินไปอย่างช้าๆ ด้วยกำลังไฟ 9 กิโลวัตต์ ใช้เวลานานพอๆ กับการชาร์จโทรศัพท์ ลองสลับไปใช้ DC อุปกรณ์เสริมของ เทสลา ที่เก็บไว้ในกระโปรงรถ ช่วยได้เล็กน้อย ต้องอดทนรอไปอีก 5 ชม. เพื่อจะมีพลังงานเพียงพอพาเขากลับบ้าน ดังนั้นมันจึงเป็นการเดินทางทั้งหมด 7 ชม. ไปถึงเอดินเบิร์ก แปลว่า โอแดนท์ซิส จะไม่ได้นอนเลยจนกว่าจะตีห้าครึ่ง และต้องออกเดินทางกันอีก ตอนเวลา 8.00 น.

 

โอแดนท์ซิส เปิดโหมดประหยัดพลังงานอย่างเต็มที่ ปิดจอควบคุม และแอร์เพื่อลดการใช้พลังงานแบทเตอรีที่เหลืออยู่

 

เดินทางกลับบ้าน

หลังดื่มกาแฟ พร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดที่ บนยอดผาของดันแคนบี ที่หันหน้าไปทาง อีเซล ออฟ สตรอมา โอแดนท์ซิส ตรวจสอบ เทสลา อีกเป็นครั้งสุดท้าย 435 กม. อาจจะไม่ดีมาก แต่เพียงพอจะพาเราไปถึงสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ดันดี ได้เวลาถอดปลั๊ก และออกเดินทางต่อ แต่ขณะที่กำลังจะออกเดินทางท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เป็นสัญญาณเตือนถึงสิ่งที่กำลังจะตามมา อย่างไรก็ตาม โอแดนท์ซิส ตัดสินใจที่จะขับรถฝ่าความมืดต่อไป แม้จะปวดเมื่อยตามร่างกายก็ยังขับต่อไป โดยหวังว่าจะได้พักผ่อนในช่วงท้ายที่สุด ออกจากจอห์น โอ’โกรท์ส ก็ประสบกับสภาพอากาศที่เลวร้าย และหมอกหนา ถนนแคบและคดเคี้ยวกลายเป็นเส้นทางที่แทบจะผ่านไม่ได้เลย ในตอนนั้น โอแดนท์ซิส อยากจะเปิดใช้ระบบ ออโท ไพลอท (ซื้อเพิ่ม 5,700 ปอนด์) แล้วปล่อยให้รถขับเคลื่อนด้วยตัวเอง แต่ก็น่าเสียดาย ที่รถเขาไม่ได้ติดตั้งระบบนี้มา ดังนั้น โอแดนท์ซิส จึงใช้วิธีแบบดั้งเดิม โดยการเปิดแอร์จ่อหน้า เพื่อไม่ให้ง่วง และให้มีสมาธิในการขับรถไปยังจุดจอดถัดไป ในตอนนี้เพื่อนร่วมงานกำลังกรนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว โดยไม่ได้รู้สึกรู้สากับความยากลำบากที่ โอแดนท์ซิส เผชิญอยู่เลย

 

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นข่าวร้าย เทสลา แจ้งว่าแบทเตอรีที่มีอยู่ไม่เพียงพอสำหรับการพา โอแดนท์ซิส ไปยังจุดหมายปลายทางซึ่งอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง ซึ่ง โอแดนท์ซิส ไม่อยากจอดที่สถานีชาร์จไฟที่ไม่ใช่ของ เทสลา เพื่อชาร์จแบทเตอรีอีก 5 ชม. ดังนั้นควรทำอย่างไรดี ? โอแดนท์ซิส ไม่ค่อยมั่นใจกับการตัดสินใจ เมื่อจอแสดงผล แสดงข้อความเดิมอีกครั้ง แต่ โอแดนท์ซิส นึกแผนออกแล้ว แทนที่จะกลัวแบทเตอรีไม่พอ เขากับเปิดโหมดประหยัดพลังงาน ปิดจอควบคุม และแอร์เพื่อลดการใช้พลังงานแบทเตอรีที่เหลืออยู่ เหมือนกับเวลาที่คุณเปิดโหมด เครื่องบินบนสมาร์ทโฟน เพื่อยืดเวลาใช้งานออกไปเล็กน้อย เทสลา มีฟังค์ชันช่วยเหลือ และให้คำแนะนำ โอแดนท์ซิส ใช้ความเร็วอยู่ที่ 96 กม./ชม. แต่พลังงานแบทเตอรีใกล้หมดลงเรื่อยๆ ตกลงมาที่ 10 % ได้เวลามุ่งหน้ากลับบ้าน

 

สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เนื่องจาก เทสลา จะสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกช่วงปลายปี 2017 ซึ่งเราสามารถเดินทางไปและกลับจากจอห์น โอ’โกรท์ส โดยปราศจากความกังวล

 

ในวันที่ 4 เป็นวันสุดท้าย โอแดนท์ซิส เดินทางกลับไปที่สำนักงานใหญ่ เทสลา เพื่อคืนรถ การขับเป็นไปด้วยความราบรื่น เมื่อคุณชาร์จแบทเตอรีจนเต็ม ไม่ต้องลุ้นอีกต่อไปว่าจะมีที่ชาร์จไฟหรือไม่ แค่หยุดจอดที่สถานีชาร์จตามที่ เทสลา แจ้งไว้ ระบบของ เทสลา ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อคุณถึงสถานีชาร์จไฟแล้ว หน้าจอแสดงผล จะแจ้งว่าช่องไหนที่ว่าง ซึ่งคุณไม่ต้องไปลุ้น และเสียเวลาต่อคิว

 

คุณพร้อมแล้วหรือยังสำหรับการเดินทางระยะไกล ? ด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งถ้าตัดช่วง 6 ชม. สุดท้ายของการเดินทางที่ เทสลา ทำให้เขารู้สึกกังวลใจ ว่าจะเดินทางถึงบ้านได้หรือไม่ ? เมื่อหน้าจอบอกปริมาณแบทเตอรีค่อยๆ ลดลง หากคุณตัดความกังวลใจ ว่ารถยนต์จะพาคุณไปยังจุดเป้าหมายได้หรือไม่แล้ว ก็จะสนุกไปกับการเดินทาง เกมนี้ขึ้นอยู่กับการเลือกว่าจะชาร์จหรือไม่ชาร์จแบทเตอรีด้วยตัวคุณเอง



------------------------------
เรื่องโดย : T3 MAGAZINE
ภาพโดย : T3 MAGAZINE
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2560
คอลัมน์ : เรื่องเด่นจาก GADGET/HOW IT WORKS
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/x38Vs
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดโรนขนส่ง หุ่นยนต์ยุคใหม่ ที่จะนำสินค้าไปถึงมือคุณได้ตรงเวลา
รถบรรทุกไร้คนขับ ความหวังใหม่ของอุตสาหกรรมขนส่ง
เจาะลึก แจกวาร์ ไอ-เพศ รถยนต์ระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรกของ แจกวาร์ ที่จะเป็นคู่ปรับของ เทสลา
เจาะลึก แจกวาร์ ไอ-เพศ รถยนต์ระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรกของ แจกวาร์ ที่จะเป็นคู่ปรับของ เทสลา
ลองขับ ฟอร์มูลา วัน กับเซอร์กิท ทเรนิง ของ เรอโนลต์