บทความ

กราฟเงยหน้าขึ้นแล้ว


หลังจากรีรออยู่นาน บรรดานักการตลาดค่ายรถยนต์ ก็ให้รู้สึกว่าความกดดันค่อยๆ ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่ายอดการขายรถยนต์สามารถจำหน่ายได้ 67,965 คัน เพิ่มขึ้น 6.8 % ทำให้ยอดโดยรวม 8 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 10.2 % ขายกันทั้งตลาด 543,123 คัน คิดเป็นบัญญัติไตรยางศ์ง่ายๆ ปี 2560 นี้ก็น่าจะจบลงที่ตัวเลขราว 810,000 คัน หรือมากกว่านั้น เพราะไตรมาสสุดท้ายมักเป็นไตรมาสที่ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเยอะ

อันที่จริงมีเรื่องให้ค่อนข้างดีใจกันมานานแล้ว ตั้งแต่ใครต่อใครคาดการณ์เอาไว้ ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม ที่ประเมินว่า จีดีพี ปีนี้น่าจะโตขึ้นราว 3-4 % ท้ายสุดเมื่อไตรมาสที่ 2 ก็ขยายตัวขึ้นไปได้เป็น 3.7 % ทำให้มีการประเมินกันใหม่ว่า จีดีพี ปีนี้น่าจะโตขึ้นเป็น 3.5 % เมื่อตอนครึ่งปี

 

แต่มาถึง 8 เดือนแล้ว ยอดขายยังโตเพิ่ม 10.2 % ก็ให้มีรอยยิ้มจากบรรดานักการตลาดกันยกใหญ่ แม้ว่าเดือนสิงหาคมนี้ จะเป็นเดือนที่คนไทยทุกคนจะต้องเสียน้ำตากับงานโศกเศร้าครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตก็ตามที

 

ไปคุยกันเรื่องอื่นดีกว่า เอาเรื่องที่ผู้คนพากันตระหนกว่าจะกระทบต่อราคาจำหน่ายรถยนต์บ้านเรา เมื่อมีการเปลี่ยนวิธีการคำนวณภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ที่ขายในประเทศ เป็นรูปแบบใหม่ โดยการแก้ไขให้จัดเก็บบนฐานราคาขายปลีกแนะนำ แทนฐานราคาหน้าโรงงานสำหรับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ที่เคยใช้อยู่เดิม จะทำให้ราคาจำหน่ายเพิ่มขึ้น

 

ส่วนราคานำเข้า ซีไอเอฟ (CIF) สำหรับรถยนต์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งคัน ทำให้ฐานราคาที่นำมาคำนวณภาษีตามวิธีใหม่สูงขึ้นกว่าแบบเดิมนั้น นอกเหนือจากผลดีที่รัฐบาลจะได้รับจากการจัดเก็บภาษีรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ในส่วนของประเด็นข้อดีที่รัฐบาลมองว่าจะช่วยให้การแข่งขันในตลาดมีความเท่าเทียมกันมากขึ้นด้วยนั้น

 

รายงานระบุว่า น่าจะช่วยให้ประโยชน์ทางอ้อมต่อการส่งเสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน และเป็นอีกมูลเหตุจูงใจหนึ่งให้ค่ายรถมีการผลิตรถยนต์บางรุ่นในประเทศเพิ่มขึ้นได้ด้วย

 

การปรับวิธีการคำนวณภาษีแบบใหม่ดังกล่าว น่าจะพิจารณาแยกผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นออกมาตามกลุ่มประเภทรถยนต์แบ่งคร่าวๆ เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

 

รถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ซึ่งเปลี่ยนการคำนวณภาษีจากเดิมที่คิดจากราคาหน้าโรงงาน มาคิดจากราคาขายปลีกแนะนำ กรมสรรพสามิตได้มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตลงประมาณ 24 % จากอัตราภาษีเดิม ทำให้ไม่เกิดผลกระทบต่อต้นทุนทางภาษีของธุรกิจผลิตรถยนต์ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยหลังจากคำนวณแล้วพบว่า ภาระภาษียังคงมีความใกล้เคียงกับของเดิมก่อนเปลี่ยนวิธีคิดภาษีสรรพสามิตใหม่ ทำให้คาดว่าผลที่จะเกิดต่อผู้บริโภคในแง่ของการปรับราคาขายรถยนต์ น่าจะยังไม่เกิดขึ้นในระยะอันใกล้นี้

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่มีการแข่งขันกันสูงในตลาดรถยนต์ ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น และการได้รับพโรโมชันส่งเสริมการตลาดอย่างมากและต่อเนื่องหลายปี

 

รถยนต์นำเข้า คาดว่าจากการคิดภาษีแบบใหม่ที่รัฐบาลมองว่าจะช่วยทำให้การแข่งขันเท่าเทียมกันมากขึ้น ในแง่ที่ภาษีจัดเก็บบนฐานราคาขายปลีกแนะนำนี้ น่าจะส่งผลช่วยกระตุ้นให้มีการลงทุนประกอบในประเทศมากขึ้น เนื่องจากยอดจำหน่ายรถยนต์นำเข้าที่ค่ายรถเจ้าของบแรนด์รับรู้ ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ สะท้อนยอดความต้องการจริงในตลาดมากขึ้น

 

และหากจำนวนยอดขายจะสูงพอ ค่ายรถยนต์อาจหันมาพิจารณาเข้าร่วมลงทุนกับธุรกิจไทย เพื่อประกอบรถยนต์รุ่นที่มีทิศทางตลาดดีในอนาคต และมีโอกาสจะต่อยอดไปประกอบรุ่นอื่นๆ ในระยะต่อมาได้ หากบแรนด์ได้รับการตอบรับที่ดีในตลาด ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มมีตัวอย่างรถยนต์บางบแรนด์ที่ส่งสัญญาณไปในทิศทางดังกล่าวแล้ว ทั้งจากฝั่งยุโรป และเอเชีย โดยประเภทรถยนต์ที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ รถยนต์หรู หรือรถยนต์ที่ยังมีขนาดตลาดจำกัด แต่มีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต ซึ่งเดิมจะเน้นการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศเป็นหลัก มีผลิตในประเทศเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

อ้อ หนนี้มีข่าวจะแจ้งนะขอรับ เรื่องที่สมาคมผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ใหม่ ยื่นฟ้องกรมศุลกากร เรื่องการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินราคารถยนต์นั่งสำเร็จรูปนำเข้า ฟ้องว่าเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ส่งผลให้มีการจัดเก็บภาษีและอากรในการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น

 

ศาลปกครองกลางท่านมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ในคดีหมายเลขดำที่ 1469/2560 ไปเรียบร้อยแล้วนะขอรับ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2560
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/2vtMO

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New