บทความ

เออิจิโร อิวาเสะ


ตลาดน้ำมันเครื่องในประเทศไทยมีสินค้าจำหน่ายมากกว่า 100 ยี่ห้อ การแข่งขันจึงสูงมาก แต่ละยี่ห้อต่างต้องงัดกลยุทธ์ หมัดเด็ด เข้ามาลุยกันอย่างเต็มที่ และน้ำมันเครื่อง ENEOS ที่มีชื่อเสียงมากในประเทศญี่ปุ่น ก็ได้เข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งก้อนนี้เช่นกัน “ฟอร์มูลา” สนทนาธุรกิจกับ เออิจิโร อิวาเสะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเอ็กซ์ นิปปอน ออยล์ แอนด์ เอเนอจี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายน้ำมันเครื่อง ENEOS

ฟอร์มูลา : ประสบการณ์การทำงานของคุณที่ผ่านมา ก่อนจะมารับตำแหน่งในประเทศไทย ?

อิวาเสะ : ก่อนที่จะมารับตำแหน่งในประเทศไทย เคยประจำอยู่ที่อินเดีย 2 ปี ดูแลภาพรวมของน้ำมัน ENEOS ทั้งหมด ส่วนที่ประเทศจีน ดูแลน้ำมัน ENEOS และน้ำมันสำหรับตลาด โออีเอม

 

ฟอร์มูลา : คุณรู้สึกอย่างไรบ้างกับการเข้ามารับตำแหน่งในประเทศไทย ?

อิวาเสะ : ที่อินเดีย บริษัทฯ เพิ่งก่อตั้งประมาณ 3 ปี แต่สำหรับประเทศไทยก่อตั้งมามากกว่า 20 ปี การบริการ การทำงาน ลงตัวหมดแล้ว และยังถือเป็นตลาดที่สำคัญ พร้อมทั้งเป็นตลาดใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงรู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้มาบริหารงานที่ประเทศไทย

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่า อินเดีย จีน และไทย มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร ?

อิวาเสะ : อย่างแรก คือ ขนาดของบริษัท ที่ประเทศไทยจะมีขนาดใหญ่ การตลาดมีอัตราการเติบโต และยังมีการใช้รถยนต์มาเป็นเวลานาน มีการพัฒนาเกี่ยวกับรถยนต์ค่อนข้างดี ลูกค้าจึงมีความคาดหวังในคุณภาพของน้ำมันค่อนข้างมาก ส่วนอินเดียและจีน มีจำนวนประชากรมากกว่าประเทศไทย

 

ส่วนที่ไม่มีความแตกต่าง คือ แนวทางการทำตลาดของน้ำมันเครื่อง ENEOS เป็นน้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพมาตรฐาน พร้อมเทคโนโลยีการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น การทำตลาดจะเน้นการใช้จุดนี้ในการวางกลยุทธ์ พร้อมรุกตลาด รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าเข้าใจและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์

 

ฟอร์มูลา : คุณวางแผนและกลยุทธ์การรุกตลาดในประเทศไทยไว้อย่างไร ?

อิวาเสะ : บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 20 ปีแล้วก็จริง แต่สำหรับน้ำมันเครื่อง ENEOS เพิ่งรุกตลาดอย่างจริงจัง เพียง 3-5 ปีเท่านั้น อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย แต่นับว่าเป็นโชคดีของ ENEOS ที่ปัจจุบันคนไทยนิยมไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น เป็นจำนวนถึงปีละประมาณ 1 ล้านคน เพราะเหตุนี้นักท่องเที่ยวที่ไปประเทศญี่ปุ่นจึงต้องเคยเห็น ENEOS เพราะสำหรับในประเทศญี่ปุ่น ENEOS เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ซึ่งหากมีนักท่องเที่ยวได้เห็นและได้ลองใช้ พร้อมมีการบอกต่อ โดยบริษัทฯ ต้องเน้นเรื่องการให้ลูกค้ารู้จักบแรนด์และรู้ถึงคุณภาพมาตรฐานของสินค้า

 

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาการทำให้ลูกค้ารู้จักบแรนด์จะต้องทุ่มเงินโฆษณา แต่เนื่องจาก บริษัทฯ ไม่มีงบประมาณในส่วนนี้ จึงเน้นการรุกตลาดด้วยการจัดพโรโมชัน โดยเน้นที่จุดแข็ง คือ เรื่องคุณภาพของสินค้า เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ เมื่อได้สัมผัสถึงสินค้าก็จะทำให้เป็นที่รู้จัก และทราบถึงคุณภาพได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ก็จะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์บ้างโดยผ่านสื่อต่างๆ เช่น นิตยสาร วิทยุ การแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ท พร้อมการจัดกิจกรรมโรดโชว์ และแสดงสินค้า

 

ฟอร์มูลา : ปัจจุบัน ENEOS มีจำหน่ายในช่องทางใดบ้าง ?

อิวาเสะ : ENEOS ค่อนข้างเสียเปรียบหากเปรียบเทียบกับบแรนด์ที่มีสถานีบริการน้ำมัน แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงยึดมั่นที่จะต่อสู้และมุ่งมั่นที่จะขยายตลาดของน้ำมันเครื่อง ENEOS ให้เติบโตเพิ่มขึ้นในประเทศไทย โดยปัจจุบันมีร้านตัวแทนจำหน่ายอยู่ประมาณ 700 แห่ง แบ่งเป็นร้านอะไหล่ ดีเลอร์ และ ENEOS GARAGE ซึ่งเป็นอู่ มีอยู่ 14 แห่ง ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

 

ฟอร์มูลา : ENEOS GARAGE คืออะไร ?

อิวาเสะ : ENEOS GARAGE คือ อู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป ที่บริษัทฯ เข้าไปสนับสนุนป้ายร้าน ซึ่งภายในอู่จะมีสินค้าของ ENEOS จำหน่ายด้วย และในอนาคตวางแผนที่จะขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ฟอร์มูลา : คุณวางเป้าหมายของ ENEOS ไว้อย่างไร ?

อิวาเสะ : ENEOS มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นในทุกปี จากนี้จะวางรากฐานของบริษัทฯ ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ตั้งเป้าปีหน้ามียอดขายรวม 2 ล้านลิตร และจะขยายให้มียอดขายถึง 5 ล้านลิตรให้เร็วที่สุด โดยอีก 10 ปีข้างหน้า จะต้องมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 5 % จากตลาดน้ำมันเครื่องที่ปัจจุบันมียอดโดยรวมอยู่ที่ 380 ล้านลิตร

 

ฟอร์มูลา : คุณมองการแข่งขันในตลาดน้ำมันเครื่องประเทศไทยอย่างไร ?

อิวาเสะ : ตลาดน้ำมันเครื่องในประเทศไทยมีการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากมีผู้เล่นในตลาดจำนวนมาก สำหรับ ENEOS เป็นน้องใหม่ ซึ่งการสร้างการรับรู้และการเพิ่มยอดขายถือเป็นเรื่องท้าทาย แต่ด้วยชื่อเสียง คุณภาพมาตรฐานที่ ENEOS จะพัฒนาไปพร้อมกับรถญี่ปุ่นที่มีอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก และมีทิศทางการพัฒนาเรื่องการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย ENEOS ก็จะเน้นการพัฒนาสินค้าไปในทิศทางเดียวกับรถญี่ปุ่น นั่นถือเป็นการเจาะฐานลูกค้าที่เป็นฐานสำคัญได้ไม่ยาก



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ, สุดาภรณ์ ไกรแก้ว
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2560
คอลัมน์ : สนทนาธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/hGrOd
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง