บทความ

BMW 530E IPERFORMANCE


เดือนนี้ “ระเบียงรถใหม่” จะว่ากันด้วยเรื่องของรถไฮบริดล้วนๆ เป็นรถไฮบริดอย่างที่คนรักรถในบ้านคงคุ้นเคยกันดี เพราะเข้ามาขายในบ้านเรานมนานแล้ว แต่ยอดขายไม่ค่อยฟูเฟื่องสักเท่าไร รถ 100 คันที่วิ่งอยู่ตามท้องถนนจะหาสักคันที่เป็นรถไฮบริดก็ยังหาได้ยาก สาเหตุน่าจะมีอยู่หลายข้อด้วยกัน

รถไฮบริดที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปในขณะนี้ ทั้งที่เห็นในบ้านเราและที่ใช้กันอยู่ทั่วโลก หากจะแบ่งประเภทตามองค์ประกอบของการทำงาน ก็น่าจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ รถไฮบริดที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันกับเครื่องยนต์เบนซิน และรถไฮบริดที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันกับเครื่องยนต์ดีเซล ประเภทแรกนั้นมีอยู่มากที่คนรักรถในบ้านเราน่าจะรู้จักกันดีก็คือ โตโยตา ปรีอุส (TOYOTA PRIUS) โตโยตา แคมรี (TOYOTA CAMRY) ฮอนดา แอคคอร์ด (HONDA ACCORD) ส่วนประเภทหลังนั้นค่อนข้างหายาก เพราะในโลกนี้มีอยู่ไม่กี่รุ่นไม่กี่แบบ ตัวอย่าง คือ เอาดี คิว 7 อี-ทรอน กวัตตโร (AUDI Q7 E-TRON QUATTRO) เรนจ์ โรเวอร์ ไฮบริด (RANGE ROVER HYBRID) และ เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ท ไฮบริด (RANGE ROVER SPORT HYBRID) ซึ่งล้วนเป็นรถสายพันธุ์ยุโรป

 

หากไม่แบ่งตามองค์ประกอบการทำงาน แต่แบ่งตามลักษณะการใช้งาน ก็น่าจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ เช่นกัน คือ รถไฮบริดชนิดไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการชาร์จไฟแบทเตอรี เพราะระบบชาร์จไฟที่ติดตั้งอยู่แล้วในตัวรถ ทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ ผู้ขับไม่ต้องทำอะไร กับรถไฮบริดชนิดที่ต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟแบทเตอรี ที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า PLUG-IN HYBRID และทีมงานของ “สื่อสากล” พอใจเรียกเป็นภาษาไทยแบบบรรยายความว่า “ระบบไฮบริดชนิดที่ต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ” ตัวอย่างของรถประเภทแรก คือ รถไฮบริดทั้ง 6 แบบที่กล่าวข้างต้น ส่วนตัวอย่างของประเภทหลัง คือ โพร์เช พานาเมรา เอส อี-ไฮบริด (PORSCHE PANAMERA S E-HYBRID) กับ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี 350 อี (MERCEDES-BENZ E 350 E) ที่สามารถหาซื้อได้ในบ้านเรา

 

รถไฮบริดที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในเดือนนี้ มีทั้งรถไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟแบทเตอรี มีทั้งรถไฮบริดชนิดไม่ต้องเป็นห่วงเป็นใยเรื่องการชาร์จไฟแบทเตอรี และทั้งหมดล้วนเป็นรถไฮบริดชนิดที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า เริ่มกันที่ผลงานของค่าย “ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว”

 

รถเก๋งระดับหรูขนาดกลาง ติดป้ายชื่อ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 (BMW 5-SERIES) รุ่นปัจจุบัน เป็นรถรุ่นที่ 7 ตัวถังซีดานปรากฏตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ในสหรัฐอเมริกา เมื่อกลางเดือนมกราคม 2017 ส่วนตัวถังตรวจการณ์ตามมาไม่นานหลังจากนั้นคือ ที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาในสวิทเซอร์แลนด์ตอนต้นเดือนมีนาคมในปีเดียวกัน รถซีรีส์-5 ในตัวถังทั้ง 2 แบบนี้ เริ่มการจำหน่ายในเมืองแม่ คือ เยอรมนีไปเรียบร้อยแล้ว

 

ขณะก้มหน้าก้มตากดปลายนิ้วลงบนแป้นพลาสติครูปสี่เหลี่ยมของคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นช่วงต้นเดือนกรกฎาคมของปีไก่อู สู้ไม่ถอยอยู่นี้ ในเยอรมนี บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 ตัวถังซีดาน มีรถให้เลือกใช้รวม 16 โมเดล แยกเป็นรถเบนซิน 6 โมเดล คือ BMW 520I-BMW 530I-BMW 530I XDRIVE-BMW 540I-BMW 540I XDRIVE-BMW M550I XDRIVE เป็นรถดีเซล 9 โมเดล คือ BMW 520D (เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ)-BMW 520D (เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ)-BMW 520D XDRIVE-BMW 520D ED EDITION-BMW 525D-BMW 530D-BMW 530D XDRIVE-BMW 540D XDRIVE-BMW M550D XDRIVE และเป็นรถไฮบริด 1 โมเดล คือ BMW 530E IPERFORMANCE ซึ่งเป็นรถเปิด “ระเบียงรถใหม่” ในเดือนนี้

 

รถไฮบริด บีเอมดับเบิลยู 530 อี ไอเพอร์ฟอร์มานศ์ (BMW 530E IPERFORMANCE) ในตัวถังยาว 4.936 ม. กว้าง 1.868 ม. และสูง 1.483 ม. ซึ่งออกแบบให้นั่งได้รวม 5 คน และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.26 ติดตั้งระบบขับไฮบริดชนิดที่ต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟแบทเตอรี ซึ่งใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซิน DOHC 4 สูบเรียง 1,998 ซีซี 135 กิโลวัตต์/184 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า (SYNCHRONOUS ELECTRIC MOTOR) ขนาด 83 กิโลวัตต์/113 แรงม้า และแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ขนาด 351 โวลท์ 9.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งติดตั้งอยู่ใต้เบาะเก้าอี้ที่นั่งแถวหลัง ได้กำลังสุทธิสูงสุด 185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า และส่งทอดกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ STEPTRONIC

 

สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของค่าย “ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว” อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่เยี่ยมยอดมาก คือ แค่ 1.9 ลิตร/100 กม. หรือ 52.6 กม./ลิตร และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 44 กรัม/กม. กรณีวิ่งด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ และชาร์จไฟแบทเตอรีเต็มหม้อ (เสียเวลา 2.9 ชม. เมื่อใช้ไฟบ้าน 230 โวลท์ 16 แอมพ์) รถจะวิ่งได้ไกล 50 กม. แต่ความเร็วสูงสุดจะลดลงเป็น 140 กม./ชม.

 

ค่าตัวในเยอรมนีซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 ไว้เรียบร้อยแล้ว เริ่มต้นที่ระดับ 53,600 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 2.14 ล้านบาทไทย คือ ใกล้เคียงกันมากกับค่าตัว 53,400 ยูโร ของรถ BMW 530I XDRIVE ซึ่งเป็นรถขับทุกล้อด้วยพลังของเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซิน DOHC 4 สูบเรียง 1,998 ซีซี 185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า และส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ STEPTRONIC เช่นกัน

 

 

BMW 530E IPERFORMANCE

รถไฮบริดชนิดต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ

เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซิน+มอเตอร์ไฟฟ้า

กำลังสุทธิสูงสุด 185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า

อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 1.9 ลิตร/100 กม.

ราคารวมภาษีในเยอรมนี 53,600 ยูโร



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2560
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/2UTa1

บทความที่เกี่ยวข้อง

LEXUS LC 500H
TOYOTA VITZ HYBRID
TOYOTA PRIUS PHV
CADILLAC CT6 PLUG-IN
PORSCHE PANAMERA 4 E-HYBRID SPORT TURISMO
อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th