บทความ

ธารทอง


ข้าพเจ้าเป็นลูกแม่น้ำโขง เกิดและเติบโตมาในหมู่บ้านใกล้ฝั่งแม่น้ำโขง และเคยเกือบจมน้ำตายในลำน้ำโขง จึงรักแม่น้ำโขงและมีภาพประทับใจจากยามบ่ายแก่ๆ ที่แดดสีทองต้องละลอกคลื่นในลำน้ำเป็นประกายระยิบระยับดั่งธารดาดด้วยเปลวทอง รองเรืองในยามอาทิตย์ใกล้อัสดง ยามย่ำสายัณห์สนธยาที่มีเสียงอ้อนของหมอลำสมัครเล่นก้องมาตามท้องน้ำ เข้าใจว่าคงเป็นอารมณ์ระรื่นของคนเลี้ยงควายคนใดคนหนึ่ง ซึ่งพาควายลงอาบน้ำ ก่อนจะพาขึ้นจากน้ำเดินเป็นเงาตะคุ่มๆ ผ่านท้องทุ่ง แลขณะเดียวกัน ใครบางคนก็เป่าแคนด้วยกลอน (ลีลา) ที่สนุกสนานร่าเริง ยามที่ใครบางคนก็บรรเลงโหวดสำเนียงออดอ้อน นึกขึ้นมาตอนนี้ยัง “ออนซอน” ไม่รู้เลือน แม้มันจะผ่านมากว่า 70 ปีแล้ว

 

ข้าพเจ้าไม่เคยลืมภาพและบรรยากาศประทับในใจวัย 11-12 ปียามนั้น เมื่อเริ่มเขียนกลอนตอนอยู่โรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ที่ฝั่งธนบุรี (ปี 2496-2498) ได้พยายามเรียบเรียงเป็นกลอนได้ว่า

 

“ธารทอง ฟูฟ่องผ่องพิสุทธิ์บุษปะ หอมประทิ่นกลิ่นอบอวลยวนฆานะ…” จำได้แค่นี้ เป็นกลอนชิ้นแรกที่เพื่อนรักนักเรียนทุนฝึกหัดครูจากลำปาง (ชื่อ พิพัฒน์ เทพอำพัน) แนะนำให้ส่งไปที่คอลัมน์กลอนของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นนาม “ไทยลานนา” (ถ้าจำไม่ผิดบรรณาธิการชื่อ พยุง อินทรครรชิต หากจำผิดก็ขออภัยทุกกรณี เพราะนั่นประมาณปี 2496) เมื่อกลอนได้ลงพิมพ์ ทางหนังสือพิมพ์ส่งหนังสือที่ลงกลอนมาให้ 1 ฉบับ ทำให้ดีใจจนเนื้อเต้น และนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าแอบใช้เวลาที่ทางโรงเรียน (ฝึกหัดครู-ยามนั้น) ให้เรียนตามลำพังหลังรับประทานอาหารเย็น แทนที่จะทำการบ้าน และเตรียมวิชาวันรุ่งขึ้น หรือทบทวนวิชาที่เรียนมาอย่างที่เพื่อนจำนวนมากเขาทำกัน

 

แล้วประมาณ 15 ปีต่อมา ข้าพเจ้าจึงนำความประทับใจนั้นมาปรับใหม่ แต่คงใช้ชื่อกลอนว่า “ธารทอง” ได้ส่งไปลงพิมพ์ในนิตยสาร “ชวาล” รายเดือน เป็นกลอนชิ้นที่ข้าพเจ้าค่อนข้างพอใจ และต่อมากระทรวงศึกษาธิการเลือกไปให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรียนในหนังสือวรรณวิจักษณ์ เล่ม 1 และข้าพเจ้านำมารวมพิมพ์ใน “ธารทอง” รวมบทกลอนกับเพื่อนชาวอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมสมัยในปี 2507 บทกลอนชิ้นนี้ยังถูกเพื่อนนักกลอนยกมากล่าวถึงบ่อย บทกลอนชิ้นนั้นมีดังนี้

 

ที่นี่แผ้วผ่องก่องประภาส

ริ้วทองลาดแรรอบขอบคิ้วหาว

น้ำในธารสะท้อนแพรวดั่งแววดาว

กะพริบพราวเพียงภาพทาบเปลวทอง

แด่…ผู้ที่เจ็บช้ำระกำรัก

ที่ทุกข์หนักพักตร์พริ้มมาปริ่มหมอง

ผู้สูญสิ้นดินฟ้าจะคว้าครอง

น้ำเนตรนองท่วมหทัยไร้ญาติมิตร

เพื่อ…พำนักพักนอนรอนความเศร้า

ที่รุมเร้าเรือนกายเป็นนายจิต

เพื่อวันใหม่ทางใหม่ในชีวิต

เลิกครุ่นคิดคร่ำโศกกับโลกลวง

เพื่อ…พักผ่อนนอนหลับในทับทิพย์

ชมดาววิบแวมวอมในอ้อมสรวง

รื่นรสรินกลิ่นผกาบุปผาพวง

ลิ้มผึ้งรวงหวานลิ้นด้วยยินดี

เพื่อ…อาบน้ำชำระกายในธารทอง

ฟังไผ่พร้องเสียงสังคีตขับดีดสี

ฟังลำนำนกร้อยถ้อยพาที

ระเรื่อยรี่จักจั่นกังวานไพร

เพราะ…ถิ่นนี้มีฟ้ากว้างกว่ากว้าง

มีความมืดที่เวิ้งว้างสว่างไสว

เป็นป่าเถื่อนแต่เป็นที่ไม่มีภัย

อยู่ห่างไกลแต่ก็ใกล้ในคุณธรรม

 

ความประทับใจในชื่อนี้ กลอนชิ้นนี้รวมพิมพ์ใน “สุดสงวน” (ปี 2502 และปี 2532) ใน “ธารทอง” (ปี 2507) และ “ดาวประดับราตรี” (ปี 2547) นอกจากนี้ ข้าพเจ้าได้ใช้เป็นนามปากกา “ธารทอง” นี้ เขียนบทปกิณกะ (ทำนองกลอนเปล่า) ในนิตยสาร ยานเกราะ (รายเดือนของกรมทหารม้า-เกียกกาย) ชวาล (รายเดือนของสำนักงานกลางนักศึกษา คริสเตียน) และได้ใช้เป็นนามที่ใช้ในการแนะนำบทกลอนในคอลัมน์ “แววกวี” ในนิตยสาร “ดรุณสาร” (นิตยสารภาคผู้เยาว์ของสตรีสาร) อีกด้วย



------------------------------
เรื่องโดย : ประยอม ซองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2560
คอลัมน์ : ชีวิตคือความรื่นรมย์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/pywBE

บทความที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
24 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th