รถใหม่ 4×4

โตโยตา แฮร์ริเออร์ เทอร์โบ


เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ ไดเรคท์อินเจคชัน 231 แรงม้า สะใจกว่าเดิม

แฮร์ริเออร์ รุ่นแรก ออกวางจำหน่ายในปี 1997 เป็นการบุกเบิกประเภทรถที่เรียกว่า ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีหรู ส่วนรุ่นที่ 2 ในปี 2003 นำเสนอรถระบบไฮบริด

 

รุ่นที่ 3 ในปี 2013 พัฒนาให้เป็นรถสำหรับใช้ในประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะ มีความหรูและความล้ำยุค จากการใช้พาโนรามิค วิว มอนิเตอร์ (พร้อมระบบช่วยยืนยันสภาพทางด้านซ้าย/ขวา) และระบบเตือนการวิ่งออกนอกเลน (พร้อมตัวควบคุมบนพวงมาลัย) เข้าไป

 

เข้าสู่ปีที่ 20 โตโยตา จับ แฮร์ริเออร์ ไมเนอร์เชนจ์ มาใส่เครื่องยนต์ใหม่แบบเทอร์โบ ไดเรคท์อินเจคชัน 2.0 ลิตร ซึ่งให้อัตราเร่งที่ลื่นไหล และความเร็วแบบรถสปอร์ท และนอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกแบบรถเมืองที่ล้ำยุคยิ่งขึ้น การตกแต่งภายในที่หรูหรา ทันสมัย โดยใช้แผงคันเกียร์แต่งลายเส้นอลูมิเนียม และหุ้มที่นั่งด้วยหนังลูกวัวแท้ระดับพรีเมียม (PREMIUM NAPPA LEATHER) เป็นต้น ยิ่งกว่านั้น ยังทำการปรับปรุงเลยไปจนถึงส่วนปลีกย่อย เช่น พยายามเสริมอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย นับตั้งแต่ ชุดอุปกรณ์ช่วยเลี่ยงการปะทะ (TOYOTA SAFETY SENSE P) เป็นต้น

 

เครื่องยนต์เทอร์โบ ไดเรคท์อินเจคชัน (D-4ST) 2.0 ลิตร รหัส 8AR-FTS หัวสูบที่ติดเป็นหนึ่งเดียวกับท่อร่วมไอเสียแบบหล่อเย็น และใช้ทวินสโกรลล์เทอร์โบชาร์เจอร์ ประกอบกับอินเตอร์คูเลอร์แบบหล่อเย็น แอคทีฟ เวสต์เกท วาล์ว D-4ST DUAL VVT-I (VVT-IW ฝั่งดูดอากาศ) ที่ขยายมุมผันแปร พร้อมด้วยเทคโนโลยีในการฉีดพ่นเชื้อเพลิงโดยตรง ที่ให้ประสิทธิภาพในการเผาไหม้ที่เหมาะสม ทำให้ได้แรงบิดสูง ตั้งแต่ช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำ กำลังสูงสุด 231 แรงม้า ที่ 5,200-5,600 รตน. แรงบิดสูงสุด 35.7 กก..-ม. ที่ 1,650~4,000 รตน.

 

ยิ่งกว่านั้น ในระบบถ่ายทอดกำลัง โตโยตา ยังบรรจุเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 จังหวะ ใหม่ (6 SUPER ECT) พร้อมทั้งใช้ซีคเวนเชียลชิฟท์เมทิคที่ให้ความสนุกในการควบคุมเกียร์ด้วยสัมผัสแบบเกียร์แมนวลอีกด้วย สามารถทำให้การเปลี่ยนเกียร์และเร่งความเร็วเป็นไปอย่างรวดเร็ว

 

การควบคุมเกียร์ (G AI-SHIFT) เมื่อเลือกโหมดสปอร์ท ระบบจะดูสภาพรถโดยรวมจากการควบคุมของผู้ขับขี่ และจี-เซนเซอร์ ทั้งนี้เมื่อจะเข้าโค้ง ระบบจะลดจังหวะเกียร์ลงอย่างเหมาะสม และคงจังหวะเกียร์นั้นไว้ขณะเลี้ยวโค้ง พอจะออกจากโค้งก็จะเรียกจังหวะเกียร์ที่ให้กำลัง

 

การควบคุมการกดคันเร่งตอนลดเกียร์ (BLIPPING DOWN SHIFT) เมื่อเลือกไปที่ตำแหน่ง M จะรู้สึกถึงความสปอร์ท จากการควบคุมการกดคันเร่งตอนลดเกียร์ในช่วงเบรค พร้อมกันนั้นก็มีการเปลี่ยนจังหวะเกียร์อย่างรวดเร็วให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่

 

นอกจากรุ่นเทอร์โบ แฮร์ริเออร์ ไมเนอร์เชนจ์ ยังมีรุ่นไฮบริด ขับเคลื่อน 4 สี่ล้อแบบไฟฟ้า E-FOUR ใช้เครื่องยนต์ 2AR-FXE 2.5 ลิตร กำลังสูงสุด 152 แรงม้า ที่ 5,700 รตน. แรงบิดสูงสุด 21.0 กก.-ม. ที่ 4,400-4,800 รตน. ผสานกำลังกับมอเตอร์หน้า 2JM กำลังสูงสุด 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 27.5 กก.-ม. มอเตอร์หลัง 2FM กำลังสูงสุด 68 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 14.2 กก.-ม. ระบบถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์แบบซีคเวนเชียลชิฟท์เมทิค 6 จังหวะ และเครื่องยนต์เบนซิน รหัส 2ZR-FAE 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 151 แรงม้า ที่ 6,100 รตน. แรงบิดสูงสุด 19.7 กก.-ม. ที่ 3,800 รตน. เกียร์อัตโนมัติซีวีที มาให้เลือกด้วย



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ 4wheels
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2560
คอลัมน์ : รถใหม่ 4×4
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/NZf2r
เพิ่มเพื่อน