เนื่องจากปก Car Stereo

QUAD AMPS


สำหรับการแข่งขันเครื่องเสียงรถยนต์ในบ้านเรา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า มีร้านติดตั้งระดับแนวหน้าของเมืองไทย อาทิ MIRAGE AUDIO ไปคว้าแชมพ์ IASCA FINAL ประเทศสหรัฐอเมริกา และ UDC CAR AUDIO คว้าแชมพ์ EMMA ที่ยุโรป สามารถกล่าวได้ว่าเป็นร้านติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกร้านติดตั้งเครื่องเสียงในเมืองไทยนั้นเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก

ในช่วงเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา การแข่งขันเครื่องเสียงรถยนต์ในบ้านเราดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง สร้างความคึกคักแก่วงการเครื่องเสียง ซึ่งทำให้ร้านติดตั้งอีกหลายๆ ร้าน สามารถชนะเลิศ และสร้างชื่อเสียงในการแข่งขัน IASCA และ EMMA ระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กันไม่น้อย อาทิ ร้าน GOLDENKEY, MAVIN, CHAINAT, FLAT-DESIGN, LUCKY SOUND และร้านติดตั้งอื่นๆ อีกมากมาย

จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสบรรดาร้านติดตั้งที่นำรถเข้าแข่งขัน IASCA และ EMMA ในประเทศไทย หรือ ระดับ ASIA FINAL และ SOUTHEAST ASIA CHAMPIONSHIP ที่นำรถมาแข่งขันในเมืองไทย และนำมาโชว์ในงานแสดงรถยนต์ปลายปี 2012 ใน MOTOR EXPO ณ ณ อิมแพคท์ เมืองทองธานี หรือแม้กระทั่งใน CAR STEREO SOUND SESSION ซึ่งเป็นงานรวมพลคนรักเครื่องเสียงรถยนต์ ทั้งจาก ร้านติดตั้งเอง และเจ้าของรถที่ชื่นชอบเครื่องเสียง ประเมินได้ว่าการแข่งขันในรุ่น SQ ส่วนใหญ่จะจัดระบบ TRI-AMPS หรือ QUAD AMPS กันเป็นส่วนใหญ่

ดังนั้นการจัดชุดเครื่องเสียงรถยนต์ให้เหมาะสมในการแข่งขันเครื่องเสียงที่เรียกว่า SQ หรือ SOUND QUALITY นั้น ยังมีหลายเรื่องที่ต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของแหล่งกำเนิดสัญญาณ ซึ่งก็ต้องคัดเลือกใช้เฮดยูนิทที่มีคุณภาพสูง หรือคัดเลือกอุปกรณ์เครื่องเสียงต่างๆ ที่นำมาแมทชิงกันอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น พโรเซสเซอร์ เพาเวอร์แอมพ์ ลำโพง ซับวูเฟอร์ และการเลือกขนาดตัวรถ โดยเฉพาะกับรถเก๋งซีดานขนาดใหญ่ เช่น ฮอนดา แอคคอร์ด/โตโยตา แคมรี/นิสสัน เทอานา ฯลฯ ที่หลายๆ ร้านติดตั้งนิยมนำมาใช้เป็นรถแข่งขันเครื่องเสียงรถยนต์

นอกจากนี้การติดตั้งผลิตภัณฑ์ทุกๆ ชิ้นจะต้องสัมพันธ์กับการทูนเสียงแบบมืออาชีพ เพื่อให้ชุดเครื่องเสียงที่นำไปแข่งขัน สามารถถ่ายทอดรายละเอียดเสียงดนตรีได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงตำแหน่งของเสียงที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้คะแนนในการแข่งขันดีที่สุด

 

การแบ่งประเภทระบบเสียง

การจัดระบบเสียงที่ได้รับความนิยมในขณะนี้ สามารถแบ่งประเภทระบบเสียงออกไปได้หลากหลายแบบ ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบ และงบประมาณของนักเล่นเป็นส่วนใหญ่ เพราะระบบมีความซับซ้อน มีการตัดแบ่งค่าความถี่ออกเป็นหลายๆ ช่วงหลายขั้นตอน ก็ยิ่งต้องใช้อุปกรณ์เครื่องเสียงที่มากชิ้น

อันดับแรกเป็นระบบ SINGLE AMP การจัดชุดแบบนี้ ส่วนใหญ่จะใช้เพาเวอร์แอมพ์เพียงเครื่องเดียว โดยเลือกตัดค่าความถี่เฉพาะเสียงช่วงกลาง/แหลม โดยไม่ใช้ซับวูเฟอร์ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยในรถระดับหรูหราที่เจ้าของมักจะเป็นประเภทเท้าหนักมากกว่าจะเป็นนักเล่น/นักฟังที่เอาจริงเอาจัง เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการฟังเพลงเพื่อความผ่อนคลายในขณะขับรถเป็นส่วนใหญ่

ลำดับต่อไปเป็นระบบ BI-AMPS ระบบเสียงแบบนี้ ได้รับความนิยมในกลุ่มนักเล่นเป็นส่วนใหญ่ เพราะการจัดระบบไม่ซับซ้อน สามารถใช้เพาเวอร์แอมพ์ 1 หรือ 2 เครื่อง เป็นอันจบ โดยตัดค่าความถี่ออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงค่าความถี่เสียงกลาง/แหลม หรือย่าน HIGH PASS ประมาณช่วง 100-20,000 HZ เพื่อส่งให้กับลำโพงกลาง/แหลม และช่วงค่าความถี่เสียงทุ้ม (LOW PASS) ประมาณ 20-100 HZ ให้กับซับวูเฟอร์ โดยการตัดค่าความถี่ระหว่างลำโพงทั้งสอง จะต้องมีความกลมกลืน ราบเรียบ และสอดคล้องกับความสามารถในการทำงานของลำโพงแต่ละชุด

ระบบ TRI-AMPS เป็นระบบเสียงที่มีการแบ่งแยกค่าความถี่ออกเป็น 3 ช่วง หรือ ที่เรียกว่า HIGH MID LOW คือ ในช่วงค่าความถี่สูง จะอยู่ระหว่าง 3,000-20,000 HZ ช่วงค่าความถี่กลางตั้งแต่ 60-3,000 HZ และช่วงค่าความถี่ต่ำ 20-60 HZ ซึ่งการแบ่งช่วงค่าความถี่ในลักษณะนี้ ได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งในเรื่องของการฟังเพลงตามปกติ และสำหรับการแข่งขัน โดยใช้เพาเวอร์แอมพ์มัลทิแชนแนล (5 CH) ขับลำโพงทั้งระบบได้ทันที หรืออาจจะใช้เพาเวอร์แอมพ์แยกขับลำโพงในแต่ละช่วงค่าความถี่เลยก็ได้ ซึ่งการจัดระบบแบบนี้สามารถใช้ครอสส์โอเวอร์โดยตรงจากเฮดยูนิทที่มีวงจรตัดแบ่งค่าความถี่ในตัว หรือวงจรครอสส์โอเวอร์ที่ BUILT-IN อยู่ในเพาเวอร์แอมพ์ และจากพโรเซสเซอร์ระดับไฮเอนด์ยังมีฟังค์ชันอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วงจัดการเรื่อง TIME ALIGNMENT เพื่อทูนเสียงให้ค่าความถี่ต่างๆ จากลำโพงแต่ละชุดถึงหูผู้ฟังได้ทันที พร้อมอีควอไลเซอร์ เพื่อปรับแต่งเสียงให้มีความกลมกลืน ราบเรียบให้กับเครื่องเสียงชุดนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ระบบ QUAD AMPS เป็นการจัดระบบเสียงที่แบ่งแยกค่าความถี่เป็น 4 ช่วง คือ HIGH MID LOW SUB ซึ่งระบบแบบนี้จะให้เสียงที่ครอบคลุมช่วงค่าความถี่ตั้งแต่ 20-20,000 HZ โดยใช้เพาเวอร์แอมพ์ 4 ตัว สำหรับขับลำโพงแต่ละชุด โดยแยกเป็นขับลำโพงทวีเตอร์ มิดเรนจ์ วูเฟอร์ และซับวูเฟอร์ เป็นระบบที่ซับซ้อน ทั้งด้านการเลือกอุปกรณ์เครื่องเสียงให้แมทชิงกัน สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว รวมถึงการติดตั้ง และการปรับทูนเสียงที่ต้องเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง ทำให้ระบบ QUAD AMPS เป็นที่นิยมในกลุ่มนักแข่งขันเครื่องเสียงมืออาชีพ ทั้งในระดับการแข่งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะการแข่งขันรุ่น SQ (SQ PRO UNLIMITED หรือ SQ MASTER UNLIMITED) เนื่องจากเป็นชุดที่ต้องลงทุนสูงมาก มีการเลือกใช้อุปกรณ์เครื่องเสียงแยกชิ้นมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะการใช้ลำโพงแยกชิ้น 3 ทาง และซับวูเฟอร์ที่แยกการทำงานในแต่ละช่วงค่าความถี่ที่อิสระ พร้อมกับการใช้พโรเซสเซอร์เป็นตัวช่วยในการทูนเสียง ทั้งในเรื่องของ ซาวน์ดสเตจ อิเมจ และการติดตั้งที่จะต้องปรับองศาของลำโพงที่สัมพันธ์กัน และถูกต้องโดยร้านติดตั้งหรือนักแข่งขันระดับมืออาชีพ ซึ่งมีนักฟัง/นักเล่นน้อยคนที่จะมีงบประมาณในการเล่น และการฟังแบบเอาจริงเอาจังขนาดนี้

 

ส่งท้าย

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ทำไมระบบ QUAD-AMPS จึงเป็นระบบเสียงที่ได้รับความนิยมในการจัดชุด และติดตั้งให้กับนักเล่นระดับมืออาชีพที่จริงจังในเรื่องการฟังเพลงแบบเอาเป็นเอาตาย หรือรถเครื่องเสียงระดับแข่งขันที่นักแข่งทุกท่านต่างก็ต้องการถ้วยแชมพ์เป็นรางวัลให้แก่ตัวเอง เนื่องจากว่าระบบเสียงดังกล่าว สามารถให้รายละเอียดเสียงได้ดีที่สุด รวมถึงเวที มิติเสียงที่สมจริงอย่างที่หลายท่านต้องการ



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
ภาพโดย : ฝ่ายภาพ/อินเตอร์เนท
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน เมษายน ปี 2557
คอลัมน์ : เนื่องจากปก Car Stereo
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/UtZht
อัพเดทล่าสุด
24 Nov 2020

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
5.9-7.4 แสน
2.
5.7-8.3 แสน
3.
6.0-6.4 แสน
4.
1.9-2.1 ล้าน
5.
4.4-4.9 ล้าน
6.
2.3 ล้าน
7.
2.2-2.6 ล้าน
8.
2.0-2.3 ล้าน
9.
2.9-4.3 ล้าน
10.
3.9-4.5 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ
เพิ่มเพื่อน