บทความ

มหกรรมยานยนต์ เซี่ยงไฮ้ 2017


ทีมงานของ “สื่อสากล” เดินทางไปเยือนงานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2011 งานครั้งนั้นนับนิ้วได้ว่าเป็นครั้งที่ 14 เป็นงานซึ่งมีชื่อในภาษาอังกฤษว่า THE SHANGHAI INTERNATIONAL AUTOMOBILE INDUSTRY EXHIBITION ที่น่าจะแปลเป็นภาษาไทยว่า นิทรรศการอุตสาหกรรมรถยนต์นานาชาติของนครเซี่ยงไฮ้ สถานที่จัดงานเป็นศูนย์นิทรรศการขนาดใหญ่ มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า SHANGHAI NEW INTERNATIONAL EXPO CENTER หรือ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติแห่งใหม่ของนครเซี่ยงไฮ้ มีอาคารจัดงานอยู่ถึง 12 หลัง และมีพื้นที่จัดงานกว้างขวางกว่า 200,000 ตารางเมตร ต้องเดินกันเมื่อยแล้วเมื่อยอีกกว่าจะครบทุกหลังและถ้วนทั่วทุกพื้นที่

เนื่องจากงานนี้ไม่ได้จัดเป็นประจำทุกปี แต่มีเฉพาะปีคริสต์ศักราชที่ลงท้ายด้วยเลขคี่ สลับกันกับงานมหกรรมยานยนต์ปักกิ่ง ซึ่งมีเฉพาะปีที่ลงท้ายด้วยเลขคู่ จึงต้องรอจนถึงเดือนเมษายนของปี 2013 ทีมงานของเราจึงเดินทางไปทำข่าวงานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้เป็นคำรบสอง เป็นงานครั้งที่ 15 ซึ่งยังจัดอยู่ที่เดิม แต่เพิ่มจำนวนอาคารจัดงานจาก 12 เป็น 17 หลัง ทำให้ระยะทางที่ต้องเดินยืดยาวออกไปอีก

 

เดือนเมษายน 2015 เราเดินทางไปเยือนมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้เป็นครั้งที่ 3 ครั้งนั้นสถานที่จัดงานไม่ใช่ที่เดิม แต่เป็นที่ใหม่ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางกว่า 2 เท่าของที่เดิม ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของมหานครเซี่ยงไฮ้ มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า NATIONAL EXHIBITION AND CONVENTION CENTER (SHANGHAI) หรือ NECC เพิ่งเปิดใช้งานเมื่อปลายปี 2014 ประกอบด้วยอาคารจัดงานขนาดใหญ่รวม 8 หลัง ทุกหลังมี 2 ชั้น รวมพื้นที่มากกว่า 1.47 ล้านตารางเมตร ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่จัดงานที่กว้างขวางประมาณ 500,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 100 เท่าของพื้นที่สนามฟุตบอล สมแล้วด้วยประการทั้งปวงกับคำกล่าวอ้างของคนจีนที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “นี่คือศูนย์นิทรรศการแบบอาคารกลุ่มเดียวที่มีขนาดใหญ่โตโอ่โถงที่สุดในโลก”

 

เดือนเมษายน 2017 ทีมงานของ “สื่อสากล” ยกกองทัพไปเยือนนครเซี่ยงไฮ้เป็นครั้งที่ 4 เพื่อทำข่าวงานมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งที่ 17 ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันศุกร์ที่ 21 จนถึงวันศุกร์ที่ 28 เมษายน โดยที่ 2 วันก่อนหน้านั้น คือ วันพุธ 19 และวันพฤหัสบดีที่ 20 เป็นวันที่สงวนไว้โดยเฉพาะสำหรับสื่อมวลชนซึ่งเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า PRESS DAY สถานที่จัดงานเป็นที่เดิม คือ ศูนย์นิทรรศการ NECC การเดินทางด้วยรถไฟจากโรงแรมที่พักซึ่งอยู่ใจกลางเมืองต้องใช้เวลาประมาณ 40 นาที เป็นขบวนรถไฟที่อัดแน่นไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็น ดีหน่อยคือค่าโดยสารที่ย่อมเยามาก เราซื้อบัตร THREE-DAY PASS ซึ่งนั่งไปไหนก็ได้ และกี่ต่อกี่เที่ยวก็ได้ ในช่วงเวลา 72 ชั่วโมง นับตั้งแต่การใช้งานครั้งแรก ปรากฏว่าจ่ายเงินไปแค่ 45 หยวน หรือ 225 บาทไทยเท่านั้นเอง

 

หนังสือพิมพ์ไชนาเดลี (CHINA DAILY) ซึ่งตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษบอกว่า มีรถยนต์ในงานนี้ 1,400 คัน และ 113 คันในจำนวนนี้เป็นรถที่ปรากฏตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ในช่วงเวลาประมาณ 20 ชั่วโมงที่แบกกล้องถ่ายภาพและเดินไปเดินมาอยู่ในงานนี้ ไม่มีปัญญาไปนับนิ้วว่าจริงหรือไม่จริงตามนี้หรอก ที่ยืนยันได้ก็คือ มหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งที่ 17 นี้ สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น มหกรรมยานยนต์พลังไฟฟ้า เพราะหันไปทางซ้ายก็เจอรถไฟฟ้าหันไปทางขวาก็เจอรถไฟฟ้า สื่อฉบับเดียวกันนี้อ้างข้อมูลของผู้จัดงานและระบุว่า มีรถไฟฟ้าที่ต้องใช้แบทเตอรี รถไฟฟ้าที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิง และรถไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟอยู่รวม 159 คัน ที่พบได้ในงานนี้

 

เมื่อปีกลายสาธารณรัฐประชาชนจีนยึดครองตำแหน่งตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 8 โดยทำยอดขายรถใหม่นานาชนิดได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 28 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 13.7 จากตัวเลขเมื่อปี 2015 ส่งผลให้จำนวนรวมของยานยนต์ทุกชนิดที่วิ่งอยู่ตามท้องถนนของเมืองมังกรขณะนี้ผ่านหลัก 300 ล้านคันไปแล้ว ที่น่าสนใจมากก็คือ เป็นเวลาเกือบ 1 ทศวรรษมาแล้วที่รัฐบาลจีนเริ่มกำหนดนโยบายการส่งเสริมและผลักดันบริษัทรถยนต์จีนที่มีอยู่มากมาย ให้เอาจริงเอาจังกับการผลิตรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า FULL-ELECTRIC CAR หรือรถไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟแบทเตอรีอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า PLUG-IN HYBRID โดยมีเป้าหมายสำคัญ 2 เป้า คือ หนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาอากาศเป็นพิษซึ่งกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ และสอง เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบ สิ่งที่สัมผัสได้จากมหกรรมยานยนต์เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ บ่งบอกให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นโยบายดังกล่าวกำลังผลิดอกออกผล

 

 

CHERY TIGGO COUPE CONCEPT

 

DSC_6050

 

เชอรี ทิกโก คูเป คอนเซพท์ (CHERY TIGGO COUPE CONCEPT) จุดโฟคัสสายตาในบูธของ CHERY AUTO บริษัทรถยนต์ของรัฐซึ่งเริ่มกิจการเมื่อปี 1997 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองอู๋หู (WUHU) มณฑลอันฮุย (ANHUI) เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดกลาง และเป็นต้นแบบของรถที่คาดหมายกันว่าอีกไม่นานค่ายนี้จะนำออกสู่ตลาดในเมืองมังกร พร้อมกับป้ายราคาค่าตัวระดับ 200,000 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 1.0 ล้านบาทไทย ตัวถังซึ่งติดตั้งประตูข้างที่เปิดแยกจากกันโดยไม่มีเสาค้ำยันกลาง มีส่วนท้ายและส่วนหลังคาที่เห็นแล้วชวนให้นึกถึงรถ โตโยตา ซี-เอชอาร์ (TOYOTA C-HR) ของยักษ์ใหญ่เมืองยุ่น โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านข้างตรงๆ ส่วนภายในห้องโดยสารที่นั่งได้เพียง 4 คน ก็ทำได้ดี ดูมีรสนิยม (ปัจจุบันค่ายนี้มีรถ เอสยูวี ให้เลือก 4 แบบ คือ CHERY TIGGO 3-CHERY TIGGO 5-CHERY TIGGO 7-CHERY TIGGO DR)

 

 

CHERY TIGGO 5 SUV

 

DSC_6869

 

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของค่าย CHERY AUTO ที่เลือกมาให้ชมกัน คือ รถตลาด เชอรี ทิกโก 5 เอสยูวี (CHERY TIGGO 5 SUV) รุ่นใหม่ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวให้เห็นเป็นครั้งแรกที่งานนี้ และสื่อมวลชนบางเจ้าในเมืองมังกรสดุดีว่าสร้างความตื่นเต้นได้มากกว่ารถรุ่นเก่า เป็น COMPACT CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดเล็กกะทัดรัด ในตัวถังขนาด 4.338×1.830×1.645 ม. ซึ่งมีช่วงฐานล้อยาว 2.630 ม. และเป็นรถรุ่นแรกของค่ายนี้ที่ออกแบบหน้าตาและรูปทรงด้วยแนวทางใหม่ อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า NEW DESIGN LANGUAGE มีกำหนดออกตลาดก่อนสิ้นปีไก่อ่อนสอนขันนี้ โดยมีเครื่องยนต์เพียงขนาดเดียว คือ เครื่องเทอร์โบเบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร 109 กิโลวัตต์/148 แรงม้า สนนราคาค่าตัวยังไม่ประกาศ แต่กะเก็งกันว่าคงใกล้เคียงกับรถรุ่นเดิม ซึ่งติดป้ายราคา 89,900-150,900 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 450,000-755,000 ล้านบาทไทย

 

 

ICONIQ 7 CONCEPT

 

DSC_6078

 

หน้าตาดีและดูไฮเทค คือ รถติดป้ายชื่อ ไอโคนิก 7 คอนเซพท์ (ICONIQ 7 CONCEPT) ซึ่งปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของ เอมพีวี หรือรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ และเป็นต้นแบบของรถตลาดที่บริษัทจีนเจ้าของนาม TIANJIN AIKING NEW ENERGY ตั้งใจจะนำออกสู่โชว์รูมในปี 2019 โดยติดป้ายยี่ห้อ ไอโคนิก มอเตอร์ส (ICONIQ MOTORS) เป็นรถอเนกประสงค์ในตัวถังขนาด 4.900×1.900×1.860 ม. ที่มีห้องโดยสารให้เลือก 2 แบบ คือ แบบ 6 ที่นั่ง กับแบบ วีไอพี 4 ที่นั่ง ทั้ง 2 แบบติดตั้งระบบขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 165 กิโลวัตต์/224 แรงม้า ซึ่งประจุไฟเต็มหม้อแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลกว่า 400 กม. ในระยะแรกที่ออกจำหน่ายจะติดตั้งระบบช่วยขับที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า LIMITED AUTONOMOUS ไว้ด้วย และตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2023 จะพัฒนาเป็นระบบ “ไม่ง้อผู้ขับ” หรือ FULLY AUTONOMOUS อย่างสมบูรณ์

 

 

ZOTYE SR9

 

DSC_6357

 

ยืนยันว่าเขียนชื่อไม่ผิด แม้ว่าเห็นหน้าตาและรูปทรงองค์เอวในภาพแล้ว น่าจะเป็นรถสายพันธุ์เยอรมันติดป้ายชื่อ โพร์เช มากัน (PORSCHE MACAN) ยืนยันอีกครั้งว่านี่คือรถสัญชาติจีนที่ทีมงานของเราได้สัมผัสเป็นครั้งแรกที่งานนี้ เป็นรถ โซตี เอสอาร์ 9 (ZOTYE SR9) ผลงานของ ZOTYE AUTO บริษัทรถยนต์เอกชนซึ่งประกอบกิจการมาตั้งแต่ปี 2003 และเพิ่งเริ่มการจำหน่ายเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2016 พร้อมกับป้ายราคา 109,800-162,800 หยวน หรือเท่ากับประมาณ 549,000-814,000 บาทไทย ตัวถัง 4.744×1.929×1.647 ม. ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 140 กิโลวัตต์/190 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือเกียร์คลัทช์คู่ 6 จังหวะ สื่อมวลชนจีนรายหนึ่งเปรียบเทียบรถคู่นี้แล้วฟันธงว่า ภายนอกของตัวถังที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.36 มีที่ดูเหมือนกันอยู่ร้อยละ 85 แต่ภายในห้องโดยสารส่วนที่เหมือนกันจัง เพิ่มเป็นร้อยละ 95

 

 

KOENIGSEGG-QOROS K-EV CONCEPT

 

DSC_6535 copy

DSC_6547

 

เคอนิกเซกก์-โกโรส เค-อีวี คอนเซพท์ (KOENIGSEGG-QOROS K-EV CONCEPT) ผลงานจากความร่วมมือของค่าย KOENIGSEGG AUTOMOTIVE AB แห่งสวีเดน และ QOROS AUTOMOTIVE บริษัทรถยนต์ทวิสัญชาติ (สาธารณรัฐประชาชนจีนกับอิสราเอล) เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถซูเพอร์คาร์พลังไฟฟ้า ที่ใช้เวลาเพียง 2.6 วินาทีในการทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. และทำความเร็วสูงสุด 260 กม./ชม. (จำกัด) ติดตั้งระบบขับซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ชุด ให้กำลังรวม 960 กิโลวัตต์/1,306 แรงม้า ทำงานร่วมกับแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ขนาด 107 กิโลวัตต์ชั่วโมง ชาร์จไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลกว่า 500 กม. ตัวถังรูปทรงหวือหวาดูน่าระทึกใจซึ่งทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ มีระบบประตูที่อยากตั้งคำถามว่าคิดได้ไง ? คือ ด้านขวาเป็นประตู 2 บาน ที่เปิดแยกจากกันโดยไม่มีเสากลาง ส่วนด้านซ้ายเป็นประตูบานเดียวที่เปิด/ปิดแบบปีกเหยี่ยว (FALCON DOOR)

 

 

ROEWE VISION-E CONCEPT

 

DSC_8194

 

หน้าตาเหมือนรถที่กำลังจะออกโชว์รูมแต่ที่จริงยังติดป้ายบอกว่าเป็นรถแนวคิด คือ เรอเว วิชัน-อี คอนเซพท์ (ROEWE VISION-E CONCEPT) ผลงานใหม่ยังไม่มีป้ายทะเบียนของค่าย SAIC (SHANGHAI AUTOMOTIVE INDUSTRY CORPORATION) บริษัทรถยนต์ของรัฐ ที่ประกอบกิจการมาตั้งแต่ปี 1955 และขณะนี้มีรถยนต์อยู่ในเครือข่ายหลายยี่ห้อ เป็นต้นแบบของ ELECTRIC SUV หรือ รถกิจกรรมกลางแจ้งพลังไฟฟ้า ที่ค่ายนี้ตั้งใจไว้ว่าจะนำออกสู่ตลาดในปี 2018 แต่ยังไม่ยอมเผยไต๋ว่าจะติดป้ายชื่ออะไร ? ตัวถังหน้าตาดี จนไม่เต็มใจเชื่อว่าเป็นรถจีน มีแผงกระจังหน้าขนาดใหญ่โตมโหฬาร และมีช่วงยื่นด้านหลังที่ค่อนข้างสั้นจนสังเกตเห็นได้ ส่วนประตูด้านข้างที่เปิดแยกจากกันโดยไม่มีเสากลาง คงหายไปเมื่อเป็นรถตลาด ไม่เปิดเผยรายละเอียดของระบบขับ บอกเพียงว่าชาร์จไฟแต่ละครั้งจะวิ่งได้ไกล 500 กม. และใช้เวลาไม่ถึง 4 วินาที ในการทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.

 

 

CHANGAN A800 MPV

 

DSC_6297

 

ชางอัน เอ 800 เอมพีวี (CHANGAN A800 MPV) ผลงานใหม่ยังไม่ติดป้ายแดงของค่าย CHANGAN AUTO บริษัทรถยนต์ของรัฐซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง เพิ่งอวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ แต่ต้องรอจนถึงไตรมาสที่ 3 ของปีไก่ไร้ขนนี่แหละ จึงจะเริ่มออกโชว์รูม เป็นรถอเนกประสงค์ขนาดกลาง ในตัวถัง 4.810×1.795×1.730 ม. ที่ออกแบบให้นั่งได้รวม 6 คน และติดป้ายราคา 80,000-120,000 หยวน หรือประมาณ 400,000-600,000 บาทไทย มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ เครื่องเบนซินขนาด 1.6 ลิตร 92 กิโลวัตต์/125 แรงม้า กับเครื่องเทอร์โบเบนซินขนาด 1.5 ลิตร 115 กิโลวัตต์/156 แรงม้า ระบบเกียร์มี 3 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 5 หรือ 6 จังหวะ กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ส่วนสีตัวถังมีให้เลือก 6 สี คือ สีฟ้า สีเขียว สีแดง สีน้ำตาล สีเงิน สีขาว ตลาดรถ เอมพีวี ในเมืองจีนกำลังขยายตัว จึงเชื่อกันว่ายอดขายน่าจะวิ่งฉิวเพราะตั้งราคาได้ดี

 

 

HYBRID KINETIC K550 CONCEPT

 

DSC_7276

 

HYBRID KINETIC GROUP บริษัทผู้ผลิตรถพลังไฟฟ้าหน้าใหม่ ซึ่งตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ในฮ่องกง นำรถแนวคิดออกอวดตัวพร้อมๆ กันถึง 3 คัน แต่คันหนึ่งเคยเห็นกันมาแล้วที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาครั้งล่าสุด จึงเลือกมาเพียง 2 คัน คันแรกคือ ไฮบริด คีเนทิค เค 550 คอนเซพท์ (HYBRID KINETIC K550 CONCEPT) ที่เห็นในภาพซ้ายมือ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ 5 ที่นั่ง ตัวถัง 4.850×1.950×1.700 ม. ซึ่งออกแบบและพัฒนาด้วยความร่วมมือกับสำนัก ปินินฟารีนา (PININFARINA) แห่งอิตาลี ติดตั้งระบบขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งให้กำลังสูงสุด 500 กิโลวัตต์/680 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. โดยใช้เวลาเพียง 5.0 วินาที และมีอุปกรณ์เสริมซึ่งเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า MICRO-TURBINE GENERATOR RANGE-EXTENDER ทำหน้าที่เป็น “ตัวยืดระยะทาง” ช่วยให้รถพลังไฟฟ้าแบบนี้วิ่งไปได้ไกลถึง 1,000 กม.

 

 

HYBRID KINETIC K750 CONCEPT

 

DSC_7253

 

รถแนวคิดอีกคันหนึ่งของ HYBRID KINETIC GROUP บริษัทผู้ผลิตรถพลังไฟฟ้าหน้าใหม่ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในฮ่องกง คือ รถติดป้ายชื่อ ไฮบริด คีเนทิค เค 750 คอนเซพท์ (HYBRID KINETIC H750 CONCEPT) ที่เห็นในภาพขวามือ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดใหญ่ขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ใดๆ ตัวถังขนาด 5.450×2.000×1.900 ม. ซึ่งเป็นผลงานของสำนัก ปินินฟารีนา (PININFARINA) แห่งอิตาลี มีห้องโดยสารที่ออกแบบให้นั่งได้รวม 6 หรือ 7 คน และติดตั้งระบบขับเคลื่อนทุกล้อที่อธิบายอย่างย่นย่อได้ว่า ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด ให้กำลังรวม 600 กิโลวัตต์/816 แรงม้า และมีอุปกรณ์เสริมที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า MICRO-TURBINE GENERATOR RANGE-EXTENDER ทำหน้าที่เป็น “ตัวยืดระยะทาง” ทำให้รถวิ่งได้ไกลถึง 1,000 กม./การชาร์จไฟแต่ละครั้ง คาดว่าหลังปี 2021 จะเป็นรถตลาด

 

 

GEELY MPV CONCEPT

 

DSC_7541

DSC_7535

 

รถใหม่อีกคันหนึ่งซึ่งปรากฏตัวแบบ GLOBAL DEBUT หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ คือ รถติดป้ายชื่อ กีลี เอมพีวี คอนเซพท์ (GEELY MPV CONCEPT) ผลงานใหม่ยังไม่ตีทะเบียนของ GEELY AUTO บริษัทรถยนต์ระดับยักษ์ของจีน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองหางโจว (HANGZHOU) ในมณฑลเจ้อเจียง (ZHEJIANG) เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถอเนกประสงค์ ซึ่งมีตัวถังยาวประมาณ 4.80 ม.มีหลังคาเหมือนลอยอยู่ในอากาศโดยไม่มีเสาค้ำยัน และติดตั้งประตูข้างที่เปิดแยกจากกันโดยไม่มีเสากลาง อย่างที่เรียกกันว่า “ประตูฆ่าตัวตาย” หรือ “ประตูตู้กับข้าว” เป็นผลงานรังสรรค์ของศูนย์ออกแบบ GEELY DESIGN ซึ่งมีที่ทำการทั้งในเซี่ยงไฮ้ ที่เมืองโกเธนเบิร์กในสวีเดน ที่เมืองบาร์เซโลนาในสเปน และที่รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา เป็นรถที่ตั้งใจจะทำขายจริง กำหนดออกตลาด คือ ปี 2018 หรือ 2019 และค่าตัวจะเริ่มต้นที่ 120,000 หยวน หรือประมาณ 600,000 บาท

 

 

BRILLIANCE-SHINERAY SWM EROE CONCEPT

 

DSC_8364

 

ปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้เช่นกันคือ บริลเลียนศ์-ไชน์เรย์ เอสดับเบิลยูเอม เอโรเอะ คอนเซพท์ (BRILLIANCE-SHINERAY SWM EROE CONCEPT) ผลงานจากความร่วมมือของ BRILLIANCE AUTO บริษัทรถยนต์ของรัฐซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเสิ่นหยาง (SHENYANG) ในมณฑลเหลียวหนิง (LIAONING) และ SHINERAY MOTORCYCLE COMPANY หนึ่งในบรรดาบริษัทผู้ผลิตจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน (ซึ่งเมื่อปี 2014 เพิ่งสยายปีกซื้อกิจการผลิตจักรยานยนต์ SWM ของอิตาลีไว้ในครอบครองอีกต่างหาก) เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของ MID-SIZE ELECTRIC SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งพลังไฟฟ้าขนาดกลาง ที่ชาร์จไฟแบทเตอรีแต่ละครั้งจะเดินทางได้ไกลถึง 580 กม. ตัวถังที่ทำให้นั่งได้รวม 5 คน มีฝาหน้าหม้อและหลังคาที่ดูเผินๆ เหมือนลอยตัวอยู่ในอากาศ หน้าตาและรูปทรงองค์เอวโดยรวม คะแนนเต็ม 10 ให้ได้ 8

 

 

BYD TANG 100

 

DSC_7629

 

ในบูธของ BYD AUTO บริษัทรถยนต์เอกชนที่ก่อตั้งกิจการเมื่อปี 2003 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซินเจิ้น (SHENZHEN) ในมณฑลกวางตุ้ง มีรถกิจกรรมกลางแจ้งอวดตัวอยู่หลายคันและทุกคันล้วนเป็นรถหน้าตาดีทั้งนั้น เลือกคันที่น่าสนใจที่สุดมา 1 คัน คือ บีวายดี ถัง 100 (BYD TANG 100) ที่กำลังอวดโฉมในภาพซ้ายมือ เป็นรถรุ่นใหม่ซึ่งพัฒนามาอีกทอดหนึ่งจากรถ บีวายดี ถัง (BYD TANG) ซึ่งเริ่มจำหน่ายในเมืองมังกรเมื่อเดือนมิถุนายน 2015 ติดตั้งระบบขับเคลื่อนทุกล้อแบบไฮบริดชนิดไม่ต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ ซึ่งใช้เครื่องเทอร์โบเบนซินขนาด 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด และระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 6 จังหวะ ได้กำลังสุทธิสูงสุด 371 กิโลวัตต์/505 แรงม้า มีความเร็วตีนต้นที่นับว่าเยี่ยมมาก เพราะใช้เวลาเพียง 4.9 วินาที ในการทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เริ่มจำหน่ายแล้วพร้อมกับป้ายราคา 251,300-279,800 หยวน หรือประมาณ 1.257-1.399 ล้านบาท

 

 

BYD DYNASTY CONCEPT

 

DSC_7658

 

งานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของ BYD ที่เลือกมาให้ชื่นชมกัน มีหน้าตาเหมือนรถในโชว์รูมแต่ที่จริงยังประกาศตัวว่าเป็นรถแนวคิด คือรถติดป้ายชื่อ บีวายดี ไดนาสตี คอนเซพท์ (BYD DYNASTY CONCEPT) ผลงานชิ้นล่าสุดของ BYD AUTO ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฮบริดรายใหญ่ที่สุดของโลก รวมทั้งเป็นผู้ชำนัญการด้านเทคโนโลยีแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ที่ใช้ในรถพลังไฟฟ้าอีกต่างหาก เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์คุณภาพสูง และเป็นต้นแบบของรถที่ค่ายนี้ตั้งใจจะนำออกสู่ตลาดในปี 2018 พร้อมกับป้ายชื่อ บีวายดี ซง 7 (BYD SONG 7) วิจารณ์กันในเมืองมังกรว่า หน้าตาดูดีกว่ารถทุกรุ่นทุกแบบที่ค่ายนี้เคยทำ เหตุผลสำคัญก็น่าจะเป็นเพราะว่า นี่คือ ผลงานรังสรรค์ชิ้นแรกของทีมออกแบบที่ผู้นำทีมคือ โวล์ฟกัง เอกเกร์ (WOLFGANG EGGER) ชาวเยอรมันวัย 54 ปี อดีตหัวหน้าทีมออกแบบของ เอาดี กรุพ ซึ่งเพิ่งย้ายมาทำงานกับบริษัทรถยนต์เมืองมังกรเมื่อปีกลายนี่เอง

 

 

YUDO AUTO X-PI ELECTRIC CONCEPT

 

DSC_6614 copy

DSC_6632

 

หนึ่งในบรรดารถประตูปีกนกหลายคันที่ปรากฏตัวให้เห็นในงานนี้คือ ยูโด ออโท เอกซ์-ไป อีเลคทริค คอนเซพท์ (YUDO AUTO X-PI ELECTRIC CONCEPT) ผลงานชิ้นล่าสุดของ YUDO NEW ENERGY AUTOMOBILE บริษัทรถยนต์ที่เพิ่งก่อตั้งกิจการขึ้นใหม่เมื่อเดือนธันวาคม 2015 พร้อมกับคำขวัญ CREATING FOR CHANGE หรือ “สร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยน” และมีภารกิจหลัก คือ ผลิตรถพลังไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายในเมืองมังกร เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของ MID-SIZE CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดกลาง และเป็นต้นแบบของรถพลังไฟฟ้าที่ค่ายนี้ตั้งใจจะนำออกสู่โชว์รูมภายในปี 2019 (ชื่อ PI ได้มาจากอักษรกรีกตัวที่ 16) ตัวถังซึ่งเปรียบได้กับชายหนุ่มผู้อุดมมัดกล้าม มีช่วงยื่นด้านหน้าและช่วงยื่นด้านหลังที่สั้นเป็นพิเศษ กับมีประตูข้างด้านละบานที่เปิด/ปิดแบบปีกนกอย่างที่เห็นในภาพ ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดของระบบขับ แต่ยืนยันได้ว่าไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์แบบใดๆ

 

 

SHANGHAI MAXUS D90 SUV

 

DSC_8221

 

หนึ่งในบรรดารถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดใหญ่หลายรุ่นหลายแบบซึ่งปรากฏตัวเป็นครั้งแรกที่งานนี้คือ เซี่ยงไฮ้ แมกซัส ดี 90 เอสยูวี (SHANGHAI MAXUS D90 SUV) ผลงานใหม่ของ SAIC (SHANGHAI AUTOMOTIVE INDUSTRY CORPORATION) บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งต้องรอจนถึงไตรมาสที่ 3 ของปีไก่ไร้กึ๋นนี้จึงจะเริ่มการจำหน่าย เป็นรถขนาดใหญ่ในตัวถัง 5.005×1.932×1.875 ม. ที่ทำห้องโดยสารเป็น 3 แบบ คือ ห้องโดยสาร 5 ที่นั่ง ห้องโดยสาร 6 ที่นั่ง และห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง แต่มีเครื่องยนต์ขนาดเดียว คือ เครื่องเทอร์โบเบนซิน 2.0 ลิตร 165 กิโลวัตต์/224 แรงม้า ส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้าคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ (ค่าย SAIC ซื้อกรรมสิทธิ์การผลิตรถติดป้ายยี่ห้อ MAXUS จากบริษัทรถยนต์ BRITISH LDV GROUP ของอังกฤษเมื่อปี 2010 และเริ่มการผลิตรถแบบแรก คือ รถตู้ติดป้ายชื่อ SHANGHAI MAXUS V80 ในปีถัดมา)

 

 

SINGULATO IS6

 

DSC_6659

 

ZHICHE AUTO บริษัทรถยนต์รายย่อยซึ่งเพิ่งเริ่มกิจการในลักษณะ START-UP ได้ไม่นานเรียกความสนใจได้อย่างดีด้วย ซิงกูลาโท ไอเอส 6 (SINGULATO IS6) ซึ่งอวดตัวในงานนี้ 2 คัน คันหนึ่งตัวถังสีน้ำเงิน ส่วนอีกคันที่เห็นในภาพครึ่งหนึ่งสีน้ำตาล ครึ่งหนึ่งสีขาว เป็น ELECTRIC CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์พลังไฟฟ้า ที่ค่ายนี้ตั้งใจจะนำออกสู่ตลาดเพื่อสู้กับรถประเภทเดียวกันของค่าย เทสลา (TESLA) ตัวถังยาว 4.850 ม. ซึ่งมีทั้งแบบ 5 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง ติดตั้งระบบขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์แบบใดๆ แต่ติดตั้งแบทเตอรีลิเธียม-ไอออนซึ่งการชาร์จไฟเต็มหม้อแต่ละครั้งจะทำให้รถวิ่งได้ไกล 400 กม. และการชาร์จไฟเพียงพอให้รถวิ่งได้ 320 กม. ด้วย FAST-CHARGER หรือเครื่องชาร์จไฟแบบเร่งด่วนจะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง ค่าตัวคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 200,000-300,000 หยวน หรือประมาณ 1.00-1.50 ล้านบาทไทย

 

 

BESTURN X40 SUV

 

DSC_8465

 

FAW GROUP CORPORATION รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตรถยนต์ของจีนซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองฉางชุน (CHANCHUN) ในมณฑลจีหลิน (JILIN) นำผลงานใหม่ออกอวดตัวในงานนี้มากมายหลายคัน คันที่เลือกมาให้ชื่นชมกันนี้ คือ รถตลาดติดป้ายชื่อ เบสเทิร์น เอกซ์ 40 เอสยูวี (BESTURN X40 SUV) ซึ่งเปิดตัวที่งานมหกรรมยานยนต์กวางโจวเมื่อปลายปีลิงและเริ่มการจำหน่ายในเมืองมังกรไปแล้ว เป็น COMPACT CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมข้ามพันธุ์ขนาดเล็กกะทัดรัดในตัวถัง 4.310×1.780×1.680 ม. ที่ออกแบบได้ดีเห็นแล้วไม่ต้องตั้งคำถาม ว่าได้แบบมาจากรถยนต์ต่างชาติคันไหน ? ตั้งราคาค่าตัวไว้ที่ระดับ 69,800-103,800 หยวน หรือประมาณ 349,000-519,000 บาท โดยแบ่งการตกแต่ง/อุปกรณ์เป็น 6 ระดับ ได้แก่ TECH-COMFORT-DELUXE-PREMIUM-VIP-FLAGSHIP แต่มีเครื่องยนต์ขนาดเดียว คือเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร 84 กิโลวัตต์/116 แรงม้า

 

 

BEIJING AUTO ARCFOX-1 EV CONCEPT

 

DSC_6843

 

อวดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์กวางโจวเมื่อปลายปีลิงหลอกเจ้าและฉายซ้ำอีกครั้งที่งานนี้ คือรถติดป้ายชื่อ เปยจิง ออโท อาร์คฟอกซ์-1 อีวี คอนเซพท์ (BEIJING AUTO ARCFOX-1 EV CONCEPT) ผลงานของ BAIC (BEIJING AUTO INDUSTRY CORPORATION) บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลจีนซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถเก๋งแฮทช์แบคพลังไฟฟ้าที่ออกแบบให้นั่งได้เพียง 2 คน และเป็นต้นแบบของรถตลาดที่จะเริ่มการจำหน่ายในไตรมาสที่ 3 ของปีไก่อ่อนสอนขันนี้ พร้อมกับป้ายชื่อ BEIJING AUTO ARCFOX-1 รถตลาดที่ว่านี้มีขนาดตัวถัง 2.986×1.676×1.492 ม. ติดตั้งระบบขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งใช้มอเตอร์ขนาด 35 กิโลวัตต์/48 แรงม้า ประจุไฟแต่ละครั้งสามารถเดินทางได้ไกล 200 กม. และทำความเร็วสูงสุด 110 กม./ชม. เป็นรถที่เบามาก มีน้ำหนักตัวพร้อมขับเพียง 1,020 กก. เพราะชิ้นส่วนตัวถังหลายชิ้นทำจากพลาสติค

 

 

NIO EP9

 

DSC_7190 copy

DSC_7193

 

NIO บริษัทรถยนต์ซึ่งเพิ่งก่อตั้งกิจการในลักษณะ START-UP เมื่อปี 2014 และขณะนี้มีที่ทำการทั้งในสหรัฐอเมริกาในเยอรมนีในอังกฤษและในนครเซี่ยงไฮ้ นำผลงานออกอวดตัวในงานนี้รวม 11 คัน คันที่เห็นอยู่นี้คือ นีโอ อีพี 9 (NIO EP9) เป็นรถสปอร์ทซูเพอร์คาร์พลังไฟฟ้าที่ค่ายนี้ตั้งใจจะทำขายเพียง 50 คัน และตั้งค่าตัวไว้ที่ระดับ 1.48 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 51.8 ล้านบาทไทย (เท่านั้นเอง) เป็นรถขับทุกล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ชุด แต่ละชุดติดตั้งอยู่กับแต่ละล้อ ได้กำลังสุทธิสูงสุด 1,000 กิโลวัตต์/1,360 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 3.0 วินาที และทำอัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ใน 7.1 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดคือ 313 กม./ชม. (เป็นตัวเลขที่ทำให้ค่ายนี้กล่าวอ้างได้ว่า เป็นรถยนต์นั่งพลังไฟฟ้าที่วิ่งได้เร็วที่สุดในโลก การชาร์จไฟแบทเตอรีจนเต็มหม้อแต่ละครั้งใช้เวลาเพียง 45 นาที และรถจะวิ่งได้ไกลถึง 427 กม.

 

 

NIO ES8

 

DSC_7176

 

ผลงานใหม่ยังไม่ติดป้ายทะเบียนอีกชิ้นหนึ่งของบริษัทรถยนต์หน้าใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งกิจการและขณะนี้มีพนักงานอยู่เพียง 2,000 คน คือ นีโอ อีเอส 8 (NIO ES8) ซึ่งอยู่ในสภาพที่เกือบจะเป็นรถตลาดสมบูรณ์แบบแล้วจึงติดป้ายว่าเป็น SEMI-CONCEPT CAR เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของ BIG CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดใหญ่นั่งได้ รวม 7 คน (2+3+2) มีตัวถังยาวกว่า 5.00 ม. และกว้างกว่า 2.00 ม. ที่ไม่จำกัดการจำหน่ายแต่ในเมืองมังกร หากตั้งใจจะส่งไปขายทั้งในยุโรปและอเมริกาเหนือด้วย เป็นรถพลังไฟฟ้าขับเคลื่อนทุกล้อที่ยังคงปกปิดรายละเอียดของระบบขับ จึงทราบกันแต่เพียงว่าใช้แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ซึ่งชาร์จไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกล 300 กม. ตอนปลายปี 2018 จะเริ่มการผลิตที่โรงงานของ CHANGAN AUTO บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 4 ของเมืองมังกรและเป็นบริษัทของรัฐ ส่วนการจำหน่ายคาดว่าจะเริ่มได้ตอนต้นปี 2019

 

 

ZINORO 60H

 

DSC_7073

 

จุดศูนย์รวมความสนใจในบูธของ BMW BRILLIANCE AUTOMOTIVE บริษัทรถยนต์ทวิสัญชาติที่ประกอบกิจการมาตั้งแต่ปี 2003 คือ รถตลาดติดป้ายชื่อ ซีนีโร 60 เอช (ZINIRO 60H) ซึ่งเพิ่งเริ่มการจำหน่ายในเมืองมังกรก่อนหน้านี้เพียงครึ่งเดือน โดยติดป้ายค่าตัว 349,000 หยวน หรือประมาณ 1.75 ล้านบาทไทย ไม่ได้ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งคัน แต่พัฒนามาอีกทอดหนึ่งจาก BMW X1 XDRIVE 25LE รถฐานล้อยาวซึ่งผลิตสำหรับตลาดจีนและไม่มีขายในเยอรมนี ติดตั้งระบบขับทุกล้อแบบไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ (PLUG-IN HYBRID) ซึ่งใช้เครื่องเทอร์โบเบนซิน 3 สูบเรียง 1,499 ซีซี ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน และเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ได้กำลังสุทธิสูงสุด 170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุด 190 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 1.8 ลิตร/100 กม. วิ่งด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ได้ไกล 60 กม. และทำความเร็ว 120 กม./ชม.

 

 

VENUCIA M50V

 

DSC_7350

 

ยอดขาย เอมพีวี หรือรถอเนกประสงค์ในเมืองมังกรกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไรที่คนรักรถในเมืองจีนมีโอกาสสัมผัสรถติดป้ายชื่อ เวนูซีอา เอม 50 วี (VENUCIA M50V) แบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถตลาดที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทวิสัญชาติ DONGFENG NISSAN ซึ่งประกอบกิจการมาตั้งแต่ปี 2003 จะนำออกสู่โชว์รูมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีไก่อ่อนสอนขันนี้ เป็นรถ เอมพีวี ขนาดมีนีซึ่งค่าตัวจะเริ่มต้นที่ระดับ 65,000 หยวน หรือประมาณ 325,000 บาทเท่านั้นเอง ห้องโดยสารจะมีทั้งแบบ 6 ที่นั่ง และแบบ 7 ที่นั่ง ส่วนเครื่องยนต์ก็จะมีให้เลือก 2 ขนาด คือเครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร 83 กิโลวัตต์/113 แรงม้า กับเครื่องเบนซิน 1.6 ลิตร 90 กิโลวัตต์/122 แรงม้า ก่อนหน้านี้ค่าย เวนูซีอา มีรถให้ลูกค้าในสาธารณรัฐประชาชนจีนเลือกใช้รวม 7 แบบ แยกเป็นรถเก๋ง 5 แบบ กับเป็นรถ เอสยูวี 2 แบบ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ค่ายนี้จะผลิตรถ เอมพีวี

 

 

DONDFENG FENGSHEN AX4

 

DSC_7412

 

ปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้เช่นกันคือ ดงเฟง เฟงเชน เอเอกซ์ 4 (DONGFENG FENGSHEN AX4) สินค้ารถยนต์ตัวใหม่ของค่าย DFM หรือ DONGFENG MOTOR ผู้ผลิตรถยนต์ของรัฐซึ่งเริ่มกิจการเมื่อปี 1969 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองอูฮัน (WUHAN) ในมณฑลหูเปย (HUBEI) เป็น SUBCOMPACT CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดเล็กกว่าเล็กกะทัดรัดซึ่งต้องรอจนถึงเดือนมิถุนายนของปี 2017 นี้จึงจะเริ่มการจำหน่ายในเมืองมังกร พร้อมกับป้ายราคาค่าตัวที่ย่อนเยาจนน่าอิจฉา คือ แค่ 60,000-70,000 หยวน หรือประมาณ 300,000-350,000 บาทไทยเท่านั้นเอง ตัวถังขนาด 4.195×1.780×1.622 ม. ใช้พแลทฟอร์มซึ่งค่ายนี้ร่วมกันพัฒนากับค่าย เปอโฌต์/ซีตรองของฝรั่งเศส ส่วนเครื่องยนต์จะมีให้เลือกใช้รวม 2 ขนาด คือ เครื่องเบนซิน 1.6 ลิตร 91 กิโลวัตต์/124 แรงม้า กับเครื่องเทอร์โบเบนซิน 1.4 ลิตร 103 กิโลวัตต์/140 แรงม้า

 

 

ICONA VULCANO TITANIUM

 

DSC_8043

DSC_8069 copy

 

รถค่าตัวแพงสุดสุดในงานนี้จะเป็นคันไหนไปไม่ได้หากไม่ใช่ ไอโคนา วุลคาโน ไททาเนียม (ICONA VULCANO TITANIUM) ซึ่งปรากฏตัวในบูธของ ICONA-DESIGN GROUP ผู้ออกแบบรถยนต์สัญชาติอิตาลีซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเซี่ยงไฮ้ด้วย เป็นรถสปอร์ทไฮเพอร์คาร์ที่ทำขึ้นเพียงคันเดียวและประกาศขายพร้อมกับป้ายค่าตัว 66,800,000.00 หยวน หรือประมาณ 334 ล้านบาทไทย ดังที่เห็นในภาพ ตัวถังประตูปีกนกที่ออกแบบให้นั่งเพียง 2 คน ติดตั้งระบบขับทุกล้อด้วยพลังของเครื่องยนต์ที่ยกมาทั้งบลอคจากรถสปอร์ทสายพันธุ์อเมริกัน คือ เชฟโรเลต์ คอร์เวทท์ เซดอาร์-1 (CHEVROLET CORVETTE ZR-1) เป็นเครื่องเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง OHV วี 8 สูบ 6,162 ซีซี ติดซูเพอร์ชาร์เจอร์ ที่ค่ายนี้ปรับแต่งใหม่จนกำลังสูงสุดพุ่งขึ้นเป็น 735 กิโลวัตต์/1,000 แรงม้า ทำให้ไฮเพอร์คาร์คันนี้ทำ 0-100 กม./ชม.ได้ในเวลาแค่ 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 354 กม./ชม.

 

 

MG E-MOTION CONCEPT

 

DSC_8097

 

รถประตูปีกนกอีกคันหนึ่งซึ่งปรากฏตัวแบบ GLOBAL DEBUT หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้คือ เอมจี อี-โมชัน คอนเซพท์ (MG E-MOTION CONCEPT) ที่นักวิจารณ์บางคนในเมืองมังกรบอกว่าเป็นดาวดวงเด่นของมหกรรมยานยนต์รายการนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถ 4 ประตูคูเป 2+2 ที่นั่ง ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยใช้พแลทฟอร์มที่ต้นสังกัดของค่ายนี้ คือ SAIC (SHANGHAI AUTOMOTIVE INDUSTRY CORPORATION) เพิ่งทำขึ้นใหม่เพื่อใช้กับรถพลังไฟฟ้าล้วนๆ เป็นพื้นฐาน รวมทั้งเป็นต้นแบบของรถตลาดที่มีกำหนดออกโชว์รูมภายในปี 2018 พร้อมกับระบบขับไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ หรือที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า PLUG-IN HYBRID ก่อนจะตามติดมาด้วยรุ่นที่ขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ หรือ FULL-ELECTRIC ในปี 2020 เป็นรถพลังไฟฟ้าที่ใช้เวลาไม่ถึง 4.0 วินาที ในการทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. และชาร์จไฟแต่ละครั้งจะวิ่งได้ไกลประมาณ 500 กม.

 

 

MG ZS SUV

 

DSC_8131

 

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของค่าย MG ที่เลือกมานำเสนอในรายงานนี้ไม่เลือกไม่ได้ คือ รถตลาด เอมจี เซดเอส เอสยูวี (MG ZS SUV) ซึ่งเพิ่งเริ่มการจำหน่ายในเมืองมังกรเพียงไม่กี่วันก่อนวันเปิดงานนี้ เป็น SUBCOMPACT CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดเล็กกว่าเล็กกะทัดรัดหน้าตาดี ในตัวถังขนาด 4.314×1.809×1.648 ม. ซึ่งใช้พแลทฟอร์มชุดเดียวกันกับรถ MG GS ที่มีขายในบ้านเราด้วย มีแต่รถขับล้อหน้าไม่มีรถขับทุกล้อ และมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ เครื่องเบนซิน 4 สูบเรียง 1.5 ลิตร 88 กิโลวัตต์/120 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ กับเครื่องเทอร์โบเบนซิน 3 สูบเรียง 1.0 ลิตร 92 กิโลวัตต์/125 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ หรือเกียร์คลัทช์คู่ 6 จังหวะ ค่าตัวที่ซื้อขายกันในเมืองมังกรอยู่ระหว่าง 73,800-115,800 หยวน หรือประมาณ 369,000-579,000 บาทไทย

 

 

HONGQI LS5 SUV

 

DSC_8398

 

ผู้ผลิตรถยนต์รายเก่าแก่เล่ายี่ห้อของเมืองจีน คือ FAW HONGQI ซึ่งมีโลโกเป็นรูปธงแดงดึงดูดความสนใจของผู้คนได้อย่างดีด้วย หงฉี แอลเอส 5 เอสยูวี (HONGQI LS5 SUV) รถกิจกรรมกลางแจ้งแบบแรกในประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษของค่ายนี้ กำลังจะออกจำหน่ายในเมืองมังกรในฐานะ ULTRA-LUXURY SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งระดับสุดหรูค่าตัวแพง ตัวถังขนาด 5.198×2.095×1.890 ม.และหนักถึง 2,950 กก. มีห้องโดยสารที่ออกแบบให้นั่งได้รวม 7 คน (2+3+2) รูปทรงองค์เอวเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะนำไปเทียบกับรถบางรุ่นของค่าย แลนด์ โรเวอร์ เป็นรถขับทุกล้อด้วยพลังของเครื่องทวินเทอร์โบเบนซิน วี 8 สูบ 4.0 ลิตร 280 กิโลวัตต์/381 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของผู้ผลิต อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 8.1 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดทำได้เพียง 220 กม./ชม. เพราะรถหนักเหลือเกิน

 

 

TRUMPCHI GE3 EV

 

DSC_8493

 

รถจีนคันสุดท้ายที่ปรากฏตัวในรายงานนี้ คือรถติดป้ายชื่อ ทรุมพ์ชิ จีอี 3 อีวี (TRUMPCHI GE3 EV) ผลงานใหม่ยังไม่ติดป้ายทะเบียนของค่าย GAC (GUANGZHOU AUTO GROUP) บริษัทรถยนต์เอกชนซึ่งเริ่มกิจการเมื่อปี 2000 และขณะนี้มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองกวางโจว (GUANGZHOU) ในมณฑลกวางตุ้ง เป็น ELECTRIC CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์พลังไฟฟ้า ในตัวถังขนาด 4.337×1.825×1.655 ม. ที่ตั้งเป้าหมายไว้สูง คือ นอกจากเริ่มการจำหน่ายในเมืองแม่ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้แล้ว ยังคิดว่าในอนาคตจะส่งลงเรือไปขายในสหรัฐอเมริกาด้วย ระบบขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์แบบใดๆ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 120 กิโลวัตต์/163 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ซึ่งเมื่อชาร์จไฟเต็มหม้อรถจะวิ่งได้ไกลประมาณ 300 กม. สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม. ใน 9.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 156 กม./ชม.

 

 

HONDA UR-V

 

DSC_7829

 

ยักษ์รองเมืองยุ่นใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัว ฮอนดา ยูอาร์-วี (HONDA UR-V) ผลงานใหม่ล่าสุดของค่าย DONGFENG-HONDA ซึ่งเริ่มการจำหน่ายในเมืองมังกรไปเรียบร้อยแล้วหลังวันเปิดงานนี้เพียงวันเดียว เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดกลางผลิตในจีน ตัวถัง 4.825×1.942×1.670 ม. ออกแบบตามสไตล์ที่กำลังนิยมกันในขณะนี้ คือ ส่วนท้ายมีรูปทรงเหมือนรถคูเป มีทั้งรถขับล้อหน้ารถขับทุกล้อและมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบเบนซิน 4 สูบเรียง 1,498 ซีซี 142 กิโลวัตต์/193 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับระบบเกียร์อัตโนมัติปรับอัตราทดต่อเนื่อง (เกียร์ CVT) กับเครื่องเทอร์โบเบนซิน 4 สูบเรียง 1,996 ซีซี 200 กิโลวัตต์/272 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ สีตัวถังมีให้เลือก 5 สี คือ สีทอง สีขาว สีน้ำตาล สีแดง สีเทาเข้ม ส่วนราคาค่าตัวอยู่ระหว่าง 246,800-329,800 หยวน หรือประมาณ 1.23-1.65 ล้านบาทไทย

 

 

NISSAN KICKS

 

DSC_7601

 

รถสายเลือดซามูไรอีกแบบหนึ่งซึ่งเลือกใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัว คือ รถติดป้ายชื่อ นิสสัน คิคส์ (NISSAN KICKS) ซึ่งกำลังจะออกจำหน่ายในเมืองมังกร โดยใช้โรงงานของค่าย DONGFENG NISSAN เป็นที่ผลิต เป็น ENTRY-LEVEL CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์สำหรับผู้ใช้รถประเภทนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งเริ่มการผลิตไปแล้วทั้งในเมกซิโกในบราซิล และกำลังจะเริ่มการผลิตทั้งในอินเดียและในจีน ตัวถัง 4.295×1.760×1.588 ม. มีจุดสะดุดตาอยู่หลายจุด ตัวอย่าง คือ แผงกระจังหน้ารูปตัว V และเสาค้ำยันหลังคาคู่หน้า (A-PILLARS) ซึ่งเคลือบสีดำสนิทและทำให้หลังคาดูเหมือนกับลอยอยู่ในอากาศ เป็นรถขับล้อหน้าซึ่งไม่เปิดโอกาสให้ลูกค้าในเมืองจีนเลือกเครื่องยนต์ เพราะมีขนาดเดียว คือ เครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร 91 กิโลวัตต์/124 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ค่าตัวคาดว่าจะเริ่มต้นที่ระดับ 120,000 หยวน

 

 

LEXUS LC 500H

 

DSC_6436

DSC_6491

 

ปรากฏตัวให้คนรักรถในสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สัมผัสตัวจริงเสียงไม่จริงเป็นครั้งแรกหลังจากเริ่มการจำหน่ายในเมืองยุ่นไปแล้วเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่เพิ่งผ่านพ้นไป คือ เลกซัส แอลซี-ซีรีส์ (LEXUS LC-SERIES) รถอนุกรมใหม่ล่าสุดของยอดผู้ผลิตรถระดับ “พรีเมียม” สายเลือดซามูไร โมเดลที่กำลังอวดตัวอยู่ในภาพใหญ่และภาพเล็กซ้ายมือ คือ เลกซัส แอลซี 500 เอช (LEXUS LC 500H) เป็นรถคูเปขนาดกลาง ในตัวถัง 4.770×1.920×1.345 ม. ติดตั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลังแบบไฮบริดชนิดไม่ต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟที่ค่ายนี้ตั้งชื่อว่า MULTI-STAGE HYBRID SYSTEM เป็นระบบซึ่งใช้เครื่องเบนซินฉีดตรง DOHC วี 6 สูบ 3,456 ซีซี 220 กิโลวัตต์/299 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 132 กิโลวัตต์/180 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ CVT ได้กำลังสุทธิสูงสุด 264 กิโลวัตต์/359 แรงม้า และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 15.8 กม./ลิตร

 

 

JEEP YUNTU CONCEPT

 

DSC_7022

 

รถแนวคิดอีกคันหนึ่งซึ่งปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ คือ จีพ ยันตู คอนเซพท์ (JEEP YUNTA CONCEPT) ซึ่งเห็นแค่แผงกระจังหน้าก็บอกได้แล้วว่าสมควรเป็นรถยี่ห้ออะไร เป็นผลงานของค่าย GAC FIAT CHRYSLER ผู้ผลิตรถยนต์ไตรสัญชาติ และเป็นต้นแบบของ FULL-SIZE SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดโตเต็มพิกัด ที่ค่ายนี้ตั้งใจว่าภายในปี 2018 จะนำออกสู่ตลาดในเมืองมังกร และหลังจากนั้นซึ่งยังไม่ได้ระบุว่ากี่ปีก็จะเริ่มการส่งออก เป็นรถแนวคิดในตัวถังทรงสองกล่องที่นั่งได้รวม 6 คน (2+2+2) ติดตั้งประตูข้างที่เปิดแยกจากกันโดยไม่มีเสากลางอย่างที่เรียกกันว่า “ประตูฆ่าตัวตาย” หรือ “ประตูตู้กับข้าว” ไม่เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคใดๆ ทราบกันแต่เพียงเป็นรถไฮบริด และชื่อที่จะใช้เมื่อเป็นรถตลาด คือ จีพ คอมมานเดอร์ ( JEEP COMMANDER) เป็นชื่อเก่าที่ค่ายนี้เคยใช้มาก่อนแล้วกับรถ JEEP COMMANDER XK รุ่นปี 2005-2010

 

 

CHEVROLET FNR-X

 

DSC_8336 copy

DSC_8341

 

ปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” เช่นกัน คือรถแนวคิด เชฟโรเลต์ เอฟเอนอาร์-เอกซ์ (CHEVROLET FNR-X) ผลงานใหม่ของยักษ์ใหญ่เมืองมะกันซึ่งหากินกับการจำหน่ายรถยนต์ในเมืองมังกรมานมนานแล้ว เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ซึ่งติดตั้งระบบขับเคลื่อนทุกล้อแบบไฮบริด รวมทั้งเป็นต้นแบบของรถตลาดที่มีกำหนดออกโชว์รูมภายในปี 2018 โดยใช้โรงงานสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ร่วมทุนกับค่าย SAIC (SHANGHAI AUTOMOTIVE INDUSTRY CORPORATION) เป็นที่ผลิต ที่ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วก็คือ เมื่อเป็นรถตลาดสมบูรณ์แบบ จะแทนที่ประตูซึ่งเปิดแยกจากกันโดยไม่มีเสากลางอย่างที่เห็นในรถแนวคิด ด้วยประตูที่เปิด/ปิดแบบธรรมดา ส่วนระบบขับที่ใช้ก็จะมีทั้งระบบที่ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินความจุ 1.5 หรือ 1.8 ลิตร และด้วยระบบไฮบริดเหมือนที่ใช้ในรถแนวคิด (ชื่อรถ FNR ย่อมาจาก FIND NEW ROADS ส่วน X หมายถึง CROSSOVER)

 

 

BUICK REGAL

 

DSC_8283

 

หนึ่งในบรรดารถสายพันธุ์อเมริกันเพียงไม่กี่แบบไม่กี่รุ่นซึ่งปรากฏตัวแบบ ASIAN DEBUT หรือ “ครั้งแรกในทวีปเอเซีย” ที่งานนี้ คือรถติดป้ายชื่อ บิวอิค รีกัล (BUICK REGAL) ผลงานใหม่ของค่าย SAIC GM บริษัทรถยนต์ทวิสัญชาติ ซึ่งเริ่มประกอบกิจการในเมืองมังกรเมื่อปี 1997 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ เป็นรถเก๋งซีดานขนาดกลางรุ่นใหม่และเป็นเวอร์ชันที่ทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับจีน รวมทั้งใช้โรงงานในจีนเป็นที่ผลิตด้วย กำลังจะออกสู่ตลาดแทนที่รถรุ่นเดิม ในตัวถังใหม่ที่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.26 และมีครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงขนาด 1.5 ลิตร และขนาด 2.0 ลิตร ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้ามีแบบเดียว คือ เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ที่จะตามติดมาในระยะต่อไป คือ รุ่น REGAL 30H ซึ่งติดตั้งระบบขับไฮบริด รถอนุกรมนี้เริ่มจำหน่ายในสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี 2002 และขายไปแล้วมากกว่า 71,000 คัน

 

 

BUICK VELITE 5

 

DSC_8278

 

ผลงานอีกชิ้นหนึ่งของค่ายบิวอิคซึ่งเปิดตัวที่งานนี้ แถมเป็นการเปิดตัวแบบ WORLD DEBUT หรือ “ครั้งแรกในโลก” อีกต่างหาก คือ บิวอิค วีไลท์ 5 (BUICK VELITE 5) ซึ่งผู้ผลิต คือ บริษัทรถยนต์ทวิสัญชาติ SAIC GM ยืนยันว่า เป็นรถผลิตในจีนแบบแรกที่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่ำกว่า 1.0 ลิตร/100 กม. กล่าวอย่างตรงไปตรงมาไม่ต้องอ้อมไม่ต้องค้อม นี่คือรถพลังไฟฟ้า เชฟโรเลต์ โวล์ท (CHEVROLET VOLT) ซึ่งผลิตในเมืองจีนแล้วเปลี่ยนชื่อ เป็นรถซึ่งวิ่งได้ไกล 116 กม.เมื่อวิ่งด้วยพลังไฟฟ้าของแบทเตอรีลิเธียม-ไอออนเพียงอย่างเดียว แต่จะไปได้ไกลถึง 768 กม. เมื่อให้เครื่องยนต์เบนซินฉีดตรงความจุ 1.5 ลิตร ซึ่งทำหน้าที่เป็น RANGE EXTENDER หรือ “ตัวยืดระยะทาง” ร่วมทำงานด้วย จะมีรถให้เลือกรวม 2 โมเดล คือ VELITE 5 1.5GL ซึ่งมีค่าตัว 229,800 หยวน หรือประมาณ 1.15 ล้านบาท กับ VELITE 5 1.5GS ซึ่งแพงขึ้นนิดหนึ่งเป็น 259,800 หยวน

 

 

MINI JOHN COOPER WORKS COUNTRYMAN

 

DSC_7083

DSC_7090

 

ที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแอนเจลิสครั้งล่าสุดเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2016 ค่าย มีนี เรียกความสนใจได้อย่างอึงคะนึงโดยการนำรถ มีนี คันทรีแมน (MINI COUNTRYMAN) รุ่นใหม่ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ 2 ไปอวดตัวในงานแบบ “ครั้งแรกในโลก” งานที่เมืองจีนค่ายนี้ก็มี “ครั้งแรกในโลก” เช่นกัน นั่นคือการปรากฏตัวของรถโมเดลหัวกะทิ มีนี จอห์น คูเพอร์ เวิร์คส์ คันทรีแมน (MINI JOHN COOPER WORKS COUNTRYMAN) ซึ่งแม้แต่ผู้คนในเมืองแม่ก็ยังไม่เคยได้สัมผัส หัวใจของรถโมเดลที่ว่าคือเครื่องยนต์ซึ่งทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์หลายทศวรรษของค่ายนี้ เป็นเครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,998 ซีซี 170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าคู่หลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ด้วยพละกำลังอันล้นเหลือนี้ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. จึงทำได้ในเวลาแค่ 6.5 วินาที และอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยก็ไม่แย่นัก คือ แค่ 7.4 ลิตร/100 กม.

 

 

MERCEDES-BENZ CONCEPT A-CLASS SEDAN

 

DSC_6747 copy

DSC_6761

 

เพราะผู้คนในสาธารณรัฐประชาชนจีนนิยมชมชอบรถเก๋งซีดานมากกว่ารถแฮทช์แบค จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องประหลาดใจอะไรต่อการปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ของรถติดป้ายชื่อ เมร์เซเดส-เบนซ์ คอนเซพท์ เอ-คลาสส์ ซีดาน (MERCEDES-BENZ CONCEPT A-CLASS SEDAN) ที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดในตัวถังขนาด 4.570×1.870×1.462 ม. ที่บ่งบอกให้เห็นว่าตัวจริงเสียงจริงของรถที่ผลิตจำหน่ายพร้อมกับป้ายชื่อ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอ-คลาสส์ ซีดาน (MERCEDES-BENZ A-CLASS SEDAN) จะมีหน้าตาอย่างไร ? แหล่งข่าวในเมืองมังกรระบุว่าเป็น A CHINA-ONLY MODEL หรือรถที่ทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับจีน และจะใช้โรงงานในจีนซึ่งเป็นผลงานจากความร่วมมือกับค่าย BEIJING AUTO เป็นที่ผลิต ขณะเดียวกันนิตยสารรถยนต์ชั้นนำฉบับหนึ่งของยุโรปกลับยืนยันว่า จะมีการผลิตและจำหน่ายรถแบบนี้ในยุโรปด้วย โดยจะใช้โรงงานที่เมืองเคคสเคเมท (KECSKEMET) ในฮังการีเป็นที่ผลิต

 

 

MERCEDES-BENZ S-CLASS

 

DSC_6781

 

คนรักรถหลายคนในเมืองเบียร์อาจเกิดอาการตาร้อนนิดๆ เมื่อได้ทราบข่าวที่ค่าย “ดาวสามแฉก” นำรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ S-CLASS) รุ่นที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” มาอวดตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้โดยไม่รองานในเยอรมนี เป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดทั้งภายนอกภายในตัวถัง เช่น ดวงโคมไฟหน้า แผงกระจังหน้า กันชนหน้าหลัง ดวงโคมไฟท้าย ฯลฯ และในส่วนของเครื่องยนต์กลไก คือ มีการปรับแต่งให้ได้กำลังสูงขึ้น โดยไม่ต้องขยายความจุ และเพิ่มเครื่องยนต์ที่ไม่เคยมีใช้ในรถรุ่นก่อน เช่น เครื่องทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง DOHC วี 8 สูบ 3,982 ซีซี 345 กิโลวัตต์/469 แรงม้า ที่ติดตั้งในรถ MERCEDES-BENZ S 560 4MATIC และเครื่องบลอคเดียวกันแต่เพิ่มกำลังสูงสุดเป็น 450 กิโลวัตต์/612 แรงม้า ที่ติดตั้งในรถ MERCEDES-AMG S 63 4MATIC+

 

 

BMW 1-SERIES SEDAN

 

DSC_7125

 

เริ่มออกโชว์รูมในเมืองมังกรเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ของปีวอกหลอกเจ้า แต่ทีมงานของเราเพิ่งมีโอกาสสัมผัสตัวจริงเสียงไม่จริงเป็นครั้งแรกที่งานนี้ คือ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-1 ซีดาน (BMW 1-SERIES SEDAN) ซึ่งมีค่าตัว 204,800-332,000 หยวน หรือประมาณ 1.02-1.66 ล้านบาทไทย เป็นรถซึ่งออกแบบ/พัฒนาที่เมืองมิวนิคในเยอรมนี แต่ผลิตในจีนโดยบริษัทรถยนต์ทวิสัญชาติ BMW BRILLIANCE AUTOMOTIVE ซึ่งมีโรงงานอยู่ที่เมืองเสินหยาง (SHENYANG) ในมณฑลเหลียวหนิง (LIAONING) เป็นรถซีดานขนาดเล็กกะทัดรัดในตัวถัง 4.456×1.803×1.446 ม. ที่ทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับตลาดจีนและไม่มีเป้าหมายที่จะส่งออก ในระยะแรกจะมีรถให้เลือกตามขนาดเครื่องยนต์รวม 3 โมเดลหลัก คือ BMW 118I SEDAN (เบนซิน 100 กิโลวัตต์/136 แรงม้า) BMW 120I SEDAN (เบนซิน 141 กิโลวัตต์/192 แรงม้า) และ BMW 125I SEDAN (เบนซิน 170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า)

 

 

BMW 5-SERIES LI

 

DSC_7115

 

เป็นรถสายเลือดเยอรมันซึ่งเลือกใช้งานนี้เป็นที่อวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” เช่นกัน คือ รถติดป้ายชื่อ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 แอลไอ (BMW 5-SERIES LI) ที่พบได้ก็แต่ในเมืองจีนไม่ต้องถามหาในเมืองเบียร์ พัฒนาต่อยอดจากรถ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 ซีดาน รุ่นปัจจุบันซึ่งเพิ่งออกโชว์รูมในเยอรมนีเมื่อตอนต้นปี โดยขยายช่วงฐานล้อจาก 2.975 เป็น 3.108 ม. คือ ยาวขึ้น 13.3 ซม. ซึ่งก็ส่งผลให้ตัวถังเพิ่มความยาวจาก 4.936 เป็น 5.055 ม. หรือยาวขึ้น 11.9 ซม. ตามไปด้วย เป็นรถผลิตในจีนที่โรงงานของ BMW BRIILIANCE AUTOMOTIVE และมีรถให้เลือก 6 โมเดลหลัก คือ BMW 520LI (เบนซิน 135 กิโลวัตต์/184 แรงม้า) BMW 525LI (เบนซิน 160 กิโลวัตต์/218 แรงม้า) BMW 528LI และ BMW 528LI XDRIVE (เบนซิน 180 กิโลวัตต์/245 แรงม้า) BMW 535LI (เบนซิน 225 กิโลวัตต์/306 แรงม้า) และ BMW 530 LE (ไฮบริด 160 กิโลวัตต์/218 แรงม้า)

 

 

CITROEN C5 AIRCROSS

 

DSC_7333

 

อวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้เช่นกัน คือ ซีตรอง เซ 5 แอร์ครอสส์ (CITROEN C5 AIRCROSS) จุดโฟคัสสายตาในบูธของค่าย “จ่าโท” เป็นรถอนุกรมใหม่ล่าสุดและเป็น COMPACT CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมข้ามพันธุ์ขนาดเล็กกะทัดรัด ซึ่งกำลังจะเริ่มการผลิตในจีน ที่โรงงานของบริษัทรถยนต์ทวิสัญชาติ DONGFENG-PSA ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองอูฮัน(WUHAN) ในมณฑลหูเปย (HUBEI) ตัวถังขนาด 4.50×1.84×1.67 ม. มีหน้าตาลูกเล่นและรายละเอียดที่เห็นได้ชัดว่า ออกแบบสไตล์เดียวกันกับรถร่วมค่ายที่ออกตลาดไปก่อนแล้ว คือ CITROEN C3 และ CITROEN C4 CACTUS คาดว่าจะเริ่มการจำหน่ายในเมืองมังกรพร้อมกับป้ายค่าตัว 195,000-290,000 หยวน หรือประมาณ 975,000-1,450,000 บาทไทย โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบเบนซิน 1.6 ลิตร 123 กิโลวัตต์/167 แรงม้า กับเครื่องเทอร์โบเบนซิน 1.8 ลิตร 150 กิโลวัตต์/204 แรงม้า

 

 

VOLKSWAGEN ID CROZZ

 

DSC_6254 copy

DSC_6229

 

รถแนวคิดสัญชาติเยอรมันอีกคันหนึ่งซึ่งปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ คือรถติดป้ายชื่อ โฟล์คสวาเกน ไอดี ครอซซ์ (VOLKSWAGEN ID CROZZ) รถแนวคิดรหัส ID (ย่อจาก IDENTITY/ICONIC DESIGN) แบบที่ 3 ถัดจากรถ VOLKSWAGEN ID ซึ่งอวดตัวครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ปารีสเมื่อเดือนตุลาคม 2016 และ VOLKSWAGEN ID ซึ่งปรากฏตัวครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์เมื่อเดือนมกราคม 2017 เป็นรถแนวคิดซึ่งทำขึ้นเพื่ออวดเทคโนโลยีรถพลังไฟฟ้าและระบบขับไม่ต้องใช้มนุษย์ ที่ยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์กำลังพัฒนาและบอกว่าได้ใช้แน่นอนในรถไฟฟ้าหลายๆ แบบที่จะเริ่มการผลิตในปี 2020 ตัวถังหน้าตาสุดไฮเทคที่นั่งได้รวม 4 คน ติดตั้งระบบขับเคลื่อนทุกล้อ ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด ให้กำลังสุทธิสูงสุด 225 กิโลวัตต์/306 แรงม้า ทำงานร่วมกับแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน 83 กิโลวัตต์ชั่วโมง ประจุไฟแต่ละครั้งจะวิ่งได้ไกล 500 กม.และทำความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.

 

 

VOLKSWAGEN TERAMONT

 

DSC_6210

 

เป็นรถสายพันธุ์เยอรมันที่ไม่ต้องไปเดินหาในเยอรมนีเช่นกันคือ โฟล์คสวาเกน เทรามอนท์ (VOLKSWAGEN TERAMONT) ที่เริ่มจำหน่ายเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2017 และทีมงานของเราเพิ่งมีโอกาสสัมผัสตัวจริงเสียงไม่จริงเพราะไร้เสียงเป็นครั้งแรกที่งานนี้ เป็น FULL-SIZE CROSSOVER SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดโตเต็มพิกัด ที่ออกแบบขึ้นโดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้รถในจีน รวมทั้งใช้โรงงานของค่าย SAIC VOLKSWAGEN บริษัทร่วมทุนซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 1985 เป็นที่ผลิต ตัวถังขนาด 5.039×1.989×1.773 ม.มีห้องโดยสารซึ่งติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว บรรทุกผู้ขับและผู้โดยสารได้รวม 7 คน มีแต่รถขับเคลื่อนทุกล้อและมีรถให้เลือกใช้ตามขนาดเครื่องยนต์รวม 3 โมเดลหลัก คือ TERAMONT 330TSI (เบนซิน 140 กิโลวัตต์/190 แรงม้า) TERAMONT 380TSI (เบนซิน 162 กิโลวัตต์/220 แรงม้า) และ TERAMONT 530TSI (เบนซิน 220 กิโลวัตต์/299 แรงม้า)

 

 

SKODA VISION E

 

DSC_6185

 

หน้าตาดีและดูไฮเทคเช่นกันคือรถแนวคิดติดป้ายชื่อ สโกดา วิชัน อี (SKODA VISION E) ซึ่งปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ในบูธของผู้ผลิตรถยนต์แห่งสาธารณรัฐเชคซึ่งประกาศไปแล้วว่าภายในปี 2025 ยอดขายของรถพลังไฟฟ้าติดยี่ห้อสโกดาจะต้องพุ่งขึ้นสู่ระดับร้อยละ 25 ของยอดขายโดยรวม เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดกลางที่วิ่งได้อย่างไร้ไอพิษและไม่ต้องใช้เครื่องยนต์แบบใดๆ ตัวถังขนาด 4.645×1.917×1.550 ม. ติดตั้งระบบขับทุกล้อชุดเดียวกันกับที่ใช้ในรถแนวคิดร่วมเครือ โฟล์คสวาเกน ไอดี ครอซซ์ (VOLKSWAGEN ID CROZZ) คือ ระบบขับด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด ทำงานร่วมกันกับแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ได้กำลังสุทธิสูงสุด 225 กิโลวัตต์/306 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.และชาร์จไฟแบทเตอรีแต่ละครั้งจะวิ่งได้ประมาณ 500 กม. เป็นรถที่ค่ายนี้ตั้งใจทำขายแน่นอน และกำหนดออกตลาดในเมืองมังกร คือ ปี 2019

 

 

AUDI E-TRON SPORTBACK CONCEPT

 

DSC_6349

DSC_6329

 

รถแนวคิดสายพันธุ์เยอรมันแบบสุดท้ายที่เลือกมาให้ชื่นชมกันคือ เอาดี อี-ทรอน สปอร์ทแบค คอนเซพท์ (AUDI E-TRON SPORTBACK CONCEPT) ซึ่งก็เป็นอีกคันหนึ่งซึ่งปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งพลังไฟฟ้า ในตัวถังขนาด 4.900×1.980×1.530 ม. ที่ส่วนท้ายมีรูปทรงเหมือนรถคูเป ติดตั้งระบบขับทุกล้อด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุดขับล้อคู่หลัง และอีก 1 ชุดขับล้อคู่หน้า ได้กำลังสุทธิสูงสุด 320 กิโลวัตต์/435 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. (จำกัด) ส่วนอุปกรณ์ป้อนพลังไฟฟ้าเป็นแบทเตอรีลิเธียม-ไอออนขนาด 95 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งชาร์จไฟแต่ละครั้งจะวิ่งได้ไกลกว่า 500 กม. เป็นรถที่เพียบไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทคสมยุคสมสมัย ตัวอย่าง คือ การแทนที่กระจกมองหลังด้วยกล้องถ่ายภาพ และระบบช่วยขับช่วยจอด (PILOTED DRIVE AND PARK)



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา และผู้จัดงาน
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2560
คอลัมน์ : มหกรรมยานยนต์ต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/oXVlp

บทความที่เกี่ยวข้อง

มหกรรมยานยนต์เจนีวา 2017
มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ 2017
มหกรรมยานยนต์ ปารีส 2016
มหกรรมยานยนต์ปักกิ่ง 2016
มหกรรมยานยนต์เจนีวา 2016
อัพเดทล่าสุด
17 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th