ร่มไม้ชายศาล

โทษขโมยรถ


คนบ้านเราปวดกะโหลกเรื่องโจรกรรมรถมาโดยตลอด แถมยังปวดใจเมื่อมองไม่เห็นทางแก้ไขใดๆ เลยก็ว่าได้ ปัญหามีแต่จะหนักขึ้น เจ้าของรถต้องวัดดวงไปตามบุญตามกรรม จับโจรได้แต่ละราย มันเคยก่อเหตุมาแล้วแทบทั้งนั้น แสดงว่ามาตรการป้องปรามไร้ผลกระมัง สิ่งที่สุจริตชนพอจะรู้อีกอย่าง คือ “ลักขโมยรถ” กับขโมยทรัพย์สินอื่นๆ โทษทัณฑ์ดูเหมือนจะไม่แตกต่างกัน อย่างนี้โจรชอบ แต่ชาวบ้านช้ำทรวง

มาดูคดีนี้เป็นกรณีตัวอย่างก็แล้วกัน “นายเงินเพียบ” โดนตำรวจรวบตัว อัยการหิ้วไปฟ้องศาล เอาผิดข้อหาลักรถกระบะของ “นายสร้างฝัน” จนเจ้าตัวนอนฝันร้าย เพราะมีรถอยู่แค่คันเดียวไว้ทำมาหากิน ในคำฟ้องอัยการโจทก์ระบุไว้ด้วยว่า นายเงินเพียบ เป็นจำเลยในคดีทำนองเดียวกัน ศาลตัดสินเด็ดขาดให้ติดคุก 3 ปี ขอให้นับโทษในคดีนั้นรวมเข้าไปด้วย

จำเลยช่ำชองกับโรงศาล จ้างทนายสู้คดี ให้การปฏิเสธ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นต้องออกเหงื่อ นั่งหน้าเคร่ง ฟังพยานทั้ง 2 ฝ่าย แล้วเห็นว่าไอ้นี่เป็นโจรจริง ตัดสินลงโทษจำคุกตั้ง 2 ปี ให้นับโทษต่อจากโทษจำคุก 3 ปี ในคดีเก่าด้วย

นายเงินเพียบ ฟังชื่อไม่น่าจะขโมยรถชาวบ้าน ดิ้นรนให้พ้นคุกด้วยการยื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เพ่งดูสำนวน แล้วเห็นว่า ข้อแก้ตัวของ นายเงินเพียบ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ลงโทษจำคุก 2 ปี แต่ไม่ให้นับโทษต่อในคดีเก่า หมายความว่าไม่เอาโทษจำคุกในคดีที่โดนมาก่อนตั้ง 3 ปี รวมเข้าไปด้วย เอาแค่ 2 ปีก็พอ

ในชั้นอุทธรณ์ อัยการไม่ว่าอะไร ศาลชั้นต้นท่านลงโทษไว้แค่ไหนก็แค่นั้น แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่เอาโทษในคดีเก่าที่ นายเงินเพียบ ยังไม่ได้รับโทษมารวมเข้าไปด้วย อัยการจึงออกโรงยื่นฎีกา

ศาลฎีกางานเข้าอีกจนได้ ทั้งๆ ที่คดีรอคิวบานเบอะ เมื่อได้จังหวะจึงส่องดูสำนวนคดีนี้ แล้วชี้ขาดว่า

ในศาลชั้นต้น ศาลให้อัยการโจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง เรื่องขอนับโทษจำเลยต่อในคดีเก่า แต่ศาลชั้นต้นไม่ได้ทำการซักถาม นายเงินเพียบ ว่า เอ็งเป็นคนๆ เดียวกันกับจำเลยในคดีนั้นใช่ไหม หนำซ้ำอัยการก็ไม่ได้นำสืบให้ปรากฏเช่นกันว่า นายเงินเพียบ เป็นจำเลยคนเดียวกันกับจำเลยในคดีเก่า ตามปกติก็นับโทษต่อไม่ได้อย่างที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินไว้นั่นแหละ

แต่เมื่อศาลฎีกา ดูคำอุทธรณ์ของ นายเงินเพียบ ซึ่งทนายเขาแต่งให้กระมัง เขียนไว้ชัดว่า นายเงินเพียบ โดนคดีมาก่อน ศาลตัดสินจำคุก 3 ปี ยังไม่ได้ติดตะรางตามคำตัดสินนั้นเลย อย่างนี้ก็หวานคอแร้ง ศาลให้นับโทษในคดีนี้ต่อในคดีเก่าได้สบาย

ศาลฎีกาจึงยอมโป๊อีกหนหนึ่ง พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีไปตามที่ศาลชั้นต้นว่าไว้

หมายถึง นายเงินเพียบ ต้องติดคุกในคดีแรก 3 ปี รวมกับคดีนี้ 2 ปี เบ็ดเสร็จ 5 ปี นั่นแล ซึ่งก็ไม่เท่าไร

เข้าใจว่า นายเงินเพียบ คงหนีประกันในคดีแรก ยังไม่ได้รับโทษ แล้วทะลึ่งทำตัวเป็นโจร ลักรถอย่างเคย กว่าศาลจะเอาเข้าซังเตให้ครบตามที่มันทำชั่ว ต้องออกเหงื่อกันหลายศาล เสียเวลาไม่ใช่น้อย ถ้าได้อย่างเมืองจีนยุคนี้ ทั้งเร็ว ทั้งแรง โจรถึงจะเข็ด เท่าที่เป็นอยู่ เราๆ ท่านๆ ต้องผวากันต่อไป ตามสไตล์ไทยแลนด์

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๗๒๓๘/๒๕๕๓

คดีรถ ตีพิมพ์ใน”ฟอร์มูลา” ส่งไป ๒๒ พ.ค.๒๕๕๗



------------------------------
เรื่องโดย : จอมยุทธ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2557
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/HdCnK
เพิ่มเพื่อน