บทความ

ฟ้าเริ่มเปิด


นั่นเป็นคำพูดของนักการตลาดคนหนึ่ง ขณะคุยกันเรื่องสภาพตลาดรถยนต์ในห้วง 4 เดือนที่ผ่านมา แล้วต้องมาพบกับ คสช. อย่างปัจจุบันทันด่วน เลยมานั่งวิจารณ์กันว่า ตลาดรถยนต์ไทยจะไปทางไหน

แต่หากดูจากสภาพโดยรวม ขณะที่มีสถานการณ์ทางการเมือง มีการประท้วง ราชการทำงานติดขัด แต่ภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคยานยนต์ ยังสามารถทำงานกันได้ โรงงานประกอบรถยนต์ทุกแห่ง ทำงานกันได้อย่างไม่ติดขัด อาจมีปัญหาบ้าง ก็เรื่องการทำงาน โอที ที่บางแห่งก็ลดลงบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล การส่งออก ยังดำเนินไปได้ โดยไม่ติดขัด

ดูได้จากตัวเลขของสภาอุตสาหกรรม ฯ ที่รายงานตัวเลขส่งออกในเดือนมกราคม–เมษายน เราส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 361,313 คัน เพิ่มขึ้น 1.46 % มูลค่า 169,416.24 ล้านบาท

ในทางกลับกัน เราจำหน่ายในประเทศ สิริผลรวม 4 เดือนแรกของปี มกราคม–เมษายน ขายลดลง 43.6 % ได้ตัวเลขเพียง 291,558 คัน

ผลรวมตลาดรถยนต์ในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีวันทำงานไม่เท่าไร เพราะต้องเจอกับเทศกาลสงกรานต์ และวันหยุดอื่นๆ แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ตลาดรถยนต์ซบเซาลงไปมากนัก เพราะตัวเลขการขายลดลงแค่ 33.8% ขายได้เพียง 71,734 คัน ซึ่งไม่พลาดไปจากความคาดหมายมากนัก

ส่วนเรื่องที่คิดกันว่า จะมีการปลดคนงาน เพราะผลิตได้น้อยลงนั้น ค่ายรถยนต์ เริ่มตั้งรับได้ หลังจากพบกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ เหตุการณ์บ้านเมืองจลาจล ผ่านประสบการณ์มาเป็นอย่างดี ทุกค่าย ทำเพียงชะลอการผลิต ส่วนแรงงานนั้น ต่างก็ไม่ยอมปลด เพราะรู้ดีว่า กว่าจะหาแรงงานฝีมือดีได้ใหม่ในปัจจุบันนี้ แทบกลายเป็นเรื่องงมเข็มจากกองฟางทีเดียว

แรงงานเอง ก็ผ่านเหตุการณ์เช่นที่ว่ามาด้วยกัน แรงงานที่เคยโดนปลดจากเหตุการณ์ในอดีต ก็สงบเสงี่ยม เจียมเนื้อเจียมตัว รักษาตัวรอดเอาไว้ก่อน เป็นยอดดีเชียวละ นาทีนี้

กลับมาเรื่อง แล้วทำไม “ฟ้าเริ่มเปิด” ก็เพราะการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ติดลอคกันอยู่ เพราะเป็นรัฐบาลรักษาการ ทำอะไรไม่ได้ ก็เริ่มมองเห็นทางสว่าง เมื่อ คสช. ท่านให้ ปลัดกระทรวง ทุกกระทรวงทำงานแทนรัฐมนตรี ก็เชื่อได้เลยว่า งานจะต้องไปกันแบบฉลุยแน่นอน เพราะท่านเหล่านั้น เป็นคนทำงาน รู้งานในหน้าที่ รู้งานในสายงานที่ทำมาโดยตลอด ก็ไม่มีเรื่องน่ากังวลอีกต่อไป

หันมาดูว่า นักลงทุนเขาเกรงกลัวกับสภาพทางการเมืองบ้านเราหรือเปล่า คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้รับคำขอโครงการลงทุน ที่ยังค้างคาอยู่ 407 โครงการ เงินลงทุนรวม 7.29 แสนล้านบาท หลังจากประกาศยุบสภาเมื่อเดือนธันวาคม ก็เลยยังไม่มีการประชุมบอร์ด บีโอไอ เพื่อพิจารณาโครงการต่างๆ

แต่ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา บรรดานักลงทุนก็ไม่ได้หนีหายไปไหน ยังคงรอเรื่องจาก บีโอไอ ที่คณะอนุกรรมการพิจารณา เตรียมเอาไว้แล้ว 17 โครงการ เงินลงทุนรวมราว 1.401 แสนล้านบาท ลองดูกันว่า มีใครบ้าง

โครงการใหญ่สุด ขอรับการส่งเสริมผลิตรถยนต์เป็นโครงการรวม ในนาม บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ลงทุน 5.125 ล้านบาท แต่ไม่ได้รวมโครงการ อีโคคาร์ 2 ที่ยื่นขอรับการส่งเสริมไปด้วย

การผลิตยางยานพาหนะ จากบริษัท แอลแอลไอที (ประเทศไทย) จำกัด เม็ดเงินลงทุน 1.886 หมื่นล้านบาท

การผลิตยางยานพาหนะ ยื่นขอในนาม PIETRO ALESSANDRO MOTTA และ BUNDIT KERDVONGBUNDIT ลงทุน 9.000 พันล้านบาท

ขยายกิจการผลิตชิ้นส่วนโลหะสำหรับยานพาหนะ ในนาม บริษัท โทเพร (ประเทศไทย) จำกัด ลงทุน 2.753 พันล้านบาท

ขอส่งเสริมผลิตรถยนต์ ในนามบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ลงทุน 2.494 พันล้านบาท

ขอส่งเสริมผลิตชิ้นส่วนโลหะสำหรับยานพาหนะ ในนามบริษัท ซัมมิท คีย์เลกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ลงทุน 1.450 พันล้านบาท

นี่ว่าเฉพาะเรื่องรถยนต์และชิ้นส่วนเกี่ยวเนื่อง ก็ปาเข้าไปกว่า 2 แสนล้านบาทแล้ว นอกนั้นก็ยังมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ยื่นขอเรื่องอื่นอีกมาก

แต่ไม่ใช่ว่า ยื่นเรื่องขอส่งเสริมการลงทุนมาแล้ว บริษัทเหล่านี้ จะไม่ทำอะไร เพราะทุกเจ้า มีการเตรียมจัดหาที่ดิน เตรียมก่อสร้างโรงงาน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก คอยเพียงได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน บริษัท เหล่านี้ก็จะเริ่มนำเข้าเครื่องจักร เข้ามาติดตั้ง และสามารถจะเริ่มสายพานการผลิตได้ภายใน 1 ปี

เพียงแต่เมื่อยังไม่ได้ บีโอไอ ก็ยังทำงานกันอย่างสบาย ไม่มีเจ้าไหนมาขอยกเลิกแต่อย่างใด เพราะนักลงทุนชาวญี่ปุ่น ค่อนข้างจะคุ้นชินกับประเทศไทย กับคนไทย ค่อนข้างมาก เมื่อตัดสินใจลงทุนแล้ว ต้องเดินหน้าไปจนสำเร็จ

อีกไม่น่าจะเกิน 2 เดือน น่าจะมีอัศวินขี่ม้าขาว มาปลดลอค บีโอไอ ได้เสียที

มาดูเรื่องดัชนีความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรม เป็นการส่งท้ายกันหน่อย ก่อนพบกับ คสช. ในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา จากความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อ 6 เดือน ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ปรับตัว “ต่ำที่สุด” ในรอบ 58 เดือน นับตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 52 โดยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ 84.0 ปรับตัวลดลงจาก 84.7 ในเดือน มีนาคม

มาถึงตอนนี้ ก็มีคนเข้ามาดูแลกันเรียบร้อยแล้ว ก็แต่หวังว่า การสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนพฤษภาคม น่าจะค่อยกระเตื้องขึ้นมาหน่อย ก็ยังดีกว่าตกต่ำที่สุดในรอบ 60 เดือน หรือ 5 ปี ทีเดียวเชียว เอ๊ะ เคยได้ยินใครพูดว่า เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย ใครคุ้นบ้างเนี่ย



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2557
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/yl1BC
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th