บทความ

Mercedes-AMG GLC 63 S 4Matic+/GLC 63 S 4Matic+ Coupe


Mercedes-AMG GLC 63 S 4Matic+/GLC 63 S 4Matic+ Coupe เอสยูวี ติดตราดาว….รับประกันความแรงและเร็ว

 

17C165_088

 

เดือนนี้ “ระเบียงรถใหม่” มาแปลกหน่อย คือ ไม่ใช่การนำเสนอรถประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงประเภทเดียว ตัวอย่างเช่น การชุมนุมรถสปอร์ทในฉบับเดือนเมษายน 2560 การชุมนุมรถครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี (Crossover SUV) หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ในฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และการชุมนุมรถไฟฟ้ากับรถไฮบริดชนิดที่ต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟในฉบับเดือนมกราคมปีเดียวกัน แต่เป็นการนำเรื่องราวของรถสารพัดประเภทมาเล่าสู่กันฟัง คือ มีทั้งรถ เอสยูวี พันธุ์แท้รถ เอสยูวี ข้ามพันธุ์รถเก๋งซีดาน รถเก๋งตรวจการณ์ รถเก๋งแฮทช์แบค และรถเก๋งคูเป มีทั้งรถสายพันธุ์เยอรมันและรถอเมริกันพันธุ์แท้ มีทั้งรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของเครื่องยนต์สันดาปภายในล้วนๆ และรถไฮบริดชนิดที่ต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟแบทเตอรี โดยมีข้อแม้อยู่เพียงข้อเดียวว่า ระบบขับต้องมีค่ากำลังสูงสุดที่สูงกว่า 500 แรงม้า หากต่ำกว่านั้นเป็นอันหมดสิทธิ์

 

17C165_104

 

คนรักรถน่าจะทราบกันดีว่าแรงม้าในภาษาไทยซึ่งตรงกับ Horsepower ในภาษาอังกฤษ เป็นหน่วยที่ใช้วัดค่าของกำลัง คำนี้กำเนิดขึ้นในตอนปลายของคริสต์ศตวรรษที่ 18 ผู้ให้กำเนิด คือ วิศวกรชาวสกอทเจ้าของนาม เจมส์ วัตต์ (James Watt) เพื่อใช้เปรียบเทียบกำลังของเครื่องยนต์ไอน้ำที่เขาเป็นผู้ค้นคิดประดิษฐ์ขึ้นกับกำลังของม้าลากรถ ในภายหลังมีการนำหน่วยแรงม้านี้ไปใช้กับประดิษฐกรรมอื่นๆ อีกมากมายรวมทั้งเครื่องยนต์ลูกสูบ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องจักรอื่นๆ ปัจจุบันหน่วยมาตรฐานสากลที่ใช้วัดค่ากำลังคือวัตต์ (Watt) หรือกิโลวัตต์ (Kilowatt) ส่วนหน่วยแรงม้าก็ยังคงมีใช้กันอยู่ในหลายประเทศ เช่น ในอังกฤษใช้แรงม้าอิมพีเรียล (Imperial Horsepower) ซึ่งมีค่าประมาณ 746 วัตต์ และในยุโรปหลายประเทศใช้แรงม้าเมตริค (Metric Horsepower) ซึ่งมีค่าประมาณ 735.5 วัตต์

 

รถ 500 แรงม้า บวกชุดแรกที่เลือกมาให้ชื่นชมกันเป็นผลงานของค่าย “ดาวสามแฉก” ที่เพิ่งเปิดตัวผ่านสื่อต่างๆ เมื่อกลางสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนปีไก่ และไม่กี่วันหลังจากนั้นตัวจริงเสียงไม่จริงก็อวดตัวแบบ World Premiere หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์คครั้งล่าสุดซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 14-23 เมษายน 2017

 

ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองเบียร์นำรถติดป้ายชื่อ เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี (Mercedes-Benz GLC) ออกอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ทในเยอรมนีเมื่อกลางเดือนกันยายน 2015 และเดือนเดียวกันก็เริ่มนำรถออกสู่โชว์รูมในเยอรมนีและอีกหลายประเภทในทวีปยุโรป รออีกไม่นาน คือ ประมาณครึ่งปีหลังจากนั้น รถขนาดใกล้เคียงกันและหน้าตาคล้ายกันอีกรุ่นหนึ่งก็ปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์ค 2016 พร้อมกับป้ายชื่อ เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลซี คูเป (Mercedes-Benz GLC Coupe) คนรักรถที่คุ้นเคยกับรถหรูยี่ห้อนี้และเข้าใจระบบการตั้งชื่อรุ่นรถของค่ายนี้ย่อมทราบกันดีว่า ทั้ง GLC และ GLC Coupe คือครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี (Crossover SUV) หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ที่พัฒนาจากรถเก๋ง เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาสส์ (Mercedes-Benz C-Class) นั่นเอง

 

17C174_018-copy

 

ก่อนเริ่มปีไก่ได้พลอยรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ 2 แบบนี้มีรถให้ผู้คนในเมืองเบียร์เลือกใช้รวม 7 โมเดล คือ รถดีเซล Mercedes-Benz 220 d 4Matic รถดีเซล Mercedes-Benz 250 d 4Matic รถดีเซล Mercedes-Benz 350 d 4Matic รถเบนซิน Mercedes-Benz 250 4MATIC รถเบนซิน Mercedes-Benz 300 4Matic รถเบนซิน Mercedes-AMG GLC 43 4Matic และรถไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ Mercedes-Benz 350 e 4Matic

 

17C174_117

 

ส่วนรถโมเดลใหม่ที่เพิ่งอวดตัว “ครั้งแรกในโลก” เมื่อกลางเดือนเมษายนดังที่กล่าวข้างต้น ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองเบียร์ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเริ่มรับคำสั่งซื้อในวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2017 และต้องรอจนถึงเดือนกันยายนของปีเดียวกันจึงจะเริ่มการส่งมอบ รถชุดใหม่นี้มีอยู่ด้วยกัน 4 โมเดล ได้แก่ Mercedes-AMG GLC 63 4Matic+ และ Mercedes-AMG GLC 63 4Matic+ Coupe กับ Mercedes-AMG GLC 63 S 4Matic+ และ Mercedes-AMG 63 S 4Matic+ Coupe

 

รถ 2 โมเดลแรกไม่เข้าข่ายของ “ระเบียงรถใหม่” เดือนนี้ เพราะติดตั้งเครื่องยนต์ที่ให้กำลังสูงสุด 350 กิโลวัตต์/476 แรงม้า จึงขอตัดทิ้งไป ส่วนสองโมเดลหลังที่เลือกมาเป็นรถเปิดระเบียง ติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 8 สูบ 3,982 ซีซี ที่สำนัก AMG ปรับแต่งเป็นพิเศษจนได้กำลังสูงสุดที่สูงถึง 375 กิโลวัตต์/510 แรงม้า ที่ 5,500-6,250 รตน. ให้แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร/71.4 กก.-ม. ที่ 1,750-4,500 รตน. ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ AMG Speedshift MCT9 ส่งทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลังผ่านระบบขับทุกล้อ AMG Performance 4Matic+ ซึ่งระบบขับทุกล้อแบบถาวรที่แปรผันสัดส่วนการกระจายแรงบิดตามสภาพการขับขี่

 

สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขผู้ผลิต Mercedes-AMG GLC 63 S 4Matic+ ซึ่งผู้ขับสามารถเลือกโหมดการขับได้ 4 แบบ คือ Comfort-Sport-Sport Plus-Individual และมีน้ำหนักตัวพร้อมขับ 1,935 กก. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.8 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยไว้ที่ 250 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยและอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากปลายท่อไอเสียแฝดที่มีอยู่ถึง 2 คู่ ให้ตัวเลขที่ค่อนข้างหนักหนาสาหัสคือ 10.7 ลิตร/100 กม. หรือ 9.3 กม./ลิตร และ 244 กรัม/กม. ส่วน Mercedes-AMG GLC 63 S 4Matic+ Coupe ซึ่งมีน้ำหนักตัวพร้อมขับ 1,945 กก. และก็เลือกโหมดการขับได้ 4 แบบ คือ Comfort-Sport-Sport Plus-Individual เช่นเดียวกัน เวลาที่ใช้ในการทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ความเร็วสูงสุด อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย และอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากปลายท่อไอเสียซึ่งก็มีอยู่ถึง 4 ท่อเช่นกัน ตัวเลขเท่ากันทุกประการกับรถโมเดลแรก

 

Mercedes-AMG GLC 63 S 4Matic+

รถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์โมเดลหัวกะทิ
เครื่องทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง 510 แรงม้า
เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ/ขับเคลื่อนทุกล้อ
0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.(จำกัด)

 

Mercedes-AMG GLC 63 S 4Matic+ Coupe

รถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์โมเดลหัวกะทิ
เครื่องทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง 510 แรงม้า
เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ/ขับเคลื่อนทุกล้อ
0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.8 วินาที
ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. (จำกัด)


------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2560
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/sx4xE

Follow autoinfo.co.th