บทความ

พาหนะส่วนบุคคลสุดเจ๋ง


มนุษย์มองหาพาหนะเพื่อการเดินทางที่ดีกว่า หรือสนุกกว่าที่มีอยู่เสมอ ตั้งแต่โรลเลอร์บเลด ไปจนถึงเฮลิคอพเตอร์ น่าเสียดายที่ โฮเวอร์บอร์ด ของ มาร์ที แมคฟลาย ในภาพยนตร์เรื่อง BACK TO THE FUTURE 2 ยังไม่เกิดขึ้น และการผลิตรถบินได้นั้นยังคงต้องใช้เวลาอีกนาน แต่กระนั้นรูปแบบการเดินทางส่วนบุคคลก็ได้เปลี่ยนแปลงไปไม่น้อยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

ปัจจุบัน การขึ้นรถไฟหรือปั่นจักรยาน เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเดินทางไปทำงาน หรือโรงเรียน แต่อุปกรณ์สุดล้ำเหล่านี้กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนการเดินทางด้วยวิธีเดิมๆ ให้มีสีสันมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่จะพาคุณเดินทางไปได้อย่างรวดเร็ว โดยอาศัยเพียงการทรงตัวของร่างกาย หรือกระทั่งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่า เช่น ดโรนส่วนบุคคล เราทุกคนคงเริ่มได้เห็นอะไรที่มันคล้ายๆ กับ โฮเวอร์บอร์ด ในช่วงปี 2016 กันไปแล้ว แม้จะยังไม่ใช่ โฮเวอร์บอร์ด จริงๆ แถมยังไม่ได้ดีเด่นอะไรมากมาย แต่เทคโนโลยีนี้จะถูกปรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในปี 2017 และจะกลายเป็นสกูเตอร์ขนาดกะทัดรัด ที่คุณสามารถเก็บใส่กระเป๋าและพกพาไปไหนมาไหนได้

 

สำหรับนักเดินทางที่ต้องการความรวดเร็ว สเกทบอร์ดไฟฟ้านี้ สามารถช่วยให้คุณแล่นฉิวผ่านเมือง ขึ้นเนิน หรือจะแค่เล่นสนุกกับเพื่อนๆ และบางทีอาจจะล้ำหน้ากว่านั้น ด้วยการใช้สมาร์ทโฟนเรียกดโรนส่วนตัวมารับ และนั่งผ่อนคลายในขณะที่ดโรนพาคุณไปยังที่ที่คุณต้องการ

 

 

อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องรออีกหลายปี กว่าจะได้สัมผัส GADGET เหล่านี้ เพราะถึงแม้ว่าจะพร้อมใช้งาน แต่ก็ต้องทำให้ถูกกฎหมาย และเป็นไปตามหลักความปลอดภัย การขับเคลื่อนแบบไร้คนขับยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก จนกว่าเทคโนโลยีจะทำงานแทนเราได้อย่างเต็มตัว

 

เราอาจจะยังไม่มี โฮเวอร์บอร์ด ของจริงในตอนนี้ แต่เทคโนโลยีการเดินทางส่วนบุคคลนั้นถูกพัฒนาให้ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ แถมเมืองต่างๆ ก็ได้เริ่มทำการปรับปรุงถนนหนทางให้ล้ำสมัยมากขึ้น อีกไม่นาน นวัตกรรมอนาคตเหล่านี้ จะมีเลนส่วนตัวและพื้นที่บนท้องฟ้า ให้ขับเคลื่อนได้อย่างเสรี

 

เดินทางไปกับ WALK CAR

 

PR_Credit CocoaMotors_WalkCar main option 2

 

แม้ SEGWAY จะเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่เทอะทะ จึงไม่สะดวกในการพกพา ฐานบริษัทที่โตเกียวของ COCOA MOTORS จึงได้ออกแบบอุปกรณ์การเดินทางแบบพกพาที่สามารถเก็บใส่กระเป๋าได้

 

WALK CAR มีลักษณะคล้ายแลพทอพมากกว่ายานพาหนะส่วนบุคคล แต่ก็ดูดีพอตัว เจ้า SEGWAY ขนาด 33 ซม. นี้ใช้เวลาชาร์จไฟประมาณ 1 ชม. และสามารถใช้ได้นาน 1 ชม. ด้วยความเร็ว 16 กม./ชม. ทำจากวัสดุคาร์บอน จึงมีน้ำหนักเพียง 2.8 กก. ซึ่งคุณสามารถเก็บใส่กระเป๋าได้ในเวลาที่ไม่ต้องการใช้มัน

 

PR_Credit Inboard_in motion

 

คาร์บอนเฟรม

WALK CAR ประกอบด้วยคาร์บอนเป็นหลัก จึงเบาและแข็งแรงมาก

 

แบทเตอรี

สามารถชาร์จไฟเต็มภายใน 1 ชม. และใช้งานได้นานในเวลาที่เท่ากัน

 

ล้อ

ล้อหน้าเป็นตัวขับเคลื่อน ในขณะที่ล้อหลังสามารถหมุนได้ 360 องศา เคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็วเทียบเท่ากับการวิ่ง และสามารถเก็บใส่กระเป๋าได้เช่นเดียวกับแลพทอพ

 

PR_Credit CocoaMotors_WalkCar2

สเกทบอร์ด INBOARD M1

หากคุณชื่นชอบรูปลักษณ์ของ WALK CAR แต่ต้องการใช้สเกทบอร์ดแบบดั้งเดิม M1 จากบริษัท INBOARD นับเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อุปกรณ์ชิ้นนี้ทำให้สเกทบอร์ดไฟฟ้าก้าวไปอีกขั้น โดยการติดตั้งมอเตอร์ตัวใหม่ เรียกว่า MANTA DRIVES ในล้อของมัน ซึ่งหมายความว่า ไม่มีสายพานหรือมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อด้านนอก และเมื่อแบทเตอรีหมด หรือคุณอยากแล่นลงจากเนิน ก็สามารถใช้ M1 ได้เสมือนสเกทบอร์ดปกติ

 

M1 ยังประกอบด้วยแบทเตอรีที่สามารถถอดออกได้ แปลว่าคุณสามารถพกแบทเตอรีสำรองและสลับใช้งานเมื่อคุณเดินทางถึง 11-16 กม. ตามระยะทางที่มันสามารถใช้งานได้ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ความเร็วสูงสุดของ M1 คือ 38.6 กม./ชม. และสามารถทำมุมลาดเอียงได้มากถึง 15 องศา ดังนั้นคุณไม่ต้องลงจากสเกทบอร์ดเมื่อเจอพื้นที่สูงชัน เพราะ M1 สามารถควบคุมระบบเบรค และเร่งความเร็วด้วยระบบไร้สาย หรือจะควบคุมผ่านแอพพลิเคชันในสมาร์ทโฟนก็ได้เช่นกัน

 

PR_Credit Inboard_Manta Drive™

 

ภายใน INBOARD M1

เทคโนโลยีที่ให้พลังงานสเกทบอร์ดอัจฉริยะชิ้นนี้

 

ความเร็ว

สามารถควบคุมการเร่งและลดความเร็วด้วยรีโมทไร้สาย

 

เบรค

หากดึงไกจะทำให้ความเร็วลดลง แต่ต้องปรับการถ่ายน้ำหนักให้พอดีก่อน

 

เบรครีเจเนอเรทีฟ

เมื่อคุณดึงเบรค พลังงานจะถูกนำไปกักเก็บไว้ที่แบทเตอรี

 

มอเตอร์ในล้อ

มอเตอร์ 2 ตัวที่อยู่ในล้อ จะให้พลังงานกับสเกทบอร์ดโดยไม่ต้องมีสายพานหรือเกียร์

 

การควบคุมแบบไร้สาย

ตัวบอร์ดสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายเข้ากับสมาร์ทรีโมท หรือสมาร์ทโฟนได้

 

มีการติดตั้ง LED

ตัวบอร์ดติดตั้งไฟ LED ที่ด้านหน้าและด้านหลังเพื่อความปลอดภัย

 

แบทเตอรีสำรอง

แบทเตอรีในตัวบอร์ดสามารถถอดเปลี่ยนได้ ดังนั้นหากแบทเตอรีหมด คุณก็สามารถเปลี่ยนใช้แบทเตอรีสำรอง

 

ไมโครไซเคิล

 

PR_Credit Ryno_press shot copy

 

RYNO คือ ไมโครไซเคิล (MICROCYCLE) ล้อเดียวที่ก้าวหน้าไปอีกระดับ เช่นเดียวกับ SEGWAY ที่ UNIWHEEL ตั้งใจทำงานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน การออกแบบโดยใช้เพียง 1 ล้อ และควบคุมด้วยระบบรักษาความสมดุล (GYROSCOPIC) ทำให้มันกลายเป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายในทุกๆ วัน

 

แม้ RYNO จะมีหน้าตาเหมือนกับจักรยานยนต์ที่ถูกบด ซึ่งพบเห็นได้บ่อยในกองเศษเหล็ก แต่ทุกๆ ชิ้นส่วนถูกวิเคราะห์อย่างดี มอเตอร์และแบทเตอรีถูกเก็บไว้ในล้อ ทำให้ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ แถมยังสะดวกสบาย

 

คุณสามารถเร่งความเร็วโดยการเอนตัวไปข้างหน้า คล้ายๆ กับ SEGWAY แต่ระบบกันกระแทกและด้ามจับของ RYNO จะทำให้คุณขับขี่อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 16 กม./ชม. สามารถใช้แบทเตอรีเดินทางได้ไกล 24 กม. นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งความหลงใหลของผู้ที่ชื่นชอบรถจักรยานยนต์

 

RYNO ใช้ระบบรักษาความสมดุล (GYROSCOPIC) เพื่อให้ตัวรถตั้งตรงเมื่อคุณนั่งอยู่ด้านบน

 

บริษัทยืนยันว่า RYNO ควบคุมได้ง่าย และเราจะได้ขับกันในอีกไม่ช้านี้

 

PR_Credit Ryno_riding

 

ชำแหละชิ้นส่วน RYNO

ไมโครไซเคิล คันนี้สามารถให้ทั้งความเร็ว ความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการขับขี่ได้อย่างไร

 

คานที่ช่วยในการหยุด

คุณสามารถหยุดรถได้โดยการเอนตัวไปข้างหลัง และคานที่ออกแบบมาเป็นพิเศษจะช่วยพยุงคุณให้ปลอดภัยในขณะที่รถหยุด

 

การปรับที่นั่ง

ที่นั่งสามารถปรับความสูงได้ ดังนั้นคุณสามารถขับ RYNO ได้ ไม่ว่าคุณจะสูงเท่าไรก็ตาม

 

ชอคอับ

ติดตั้งใต้ที่นั่งเพื่อให้การขับเป็นไปอย่างนุ่มนวล และสะดวก

 

กันชน

กันชนนี้อยู่ที่ด้านหน้า เผื่อคุณอยากจอด และวางพักไว้

 

มอเตอร์

มอเตอร์ไฟฟ้าถูกเก็บอยู่ในล้อ ความเร็วสูงสุด คือ 16 กม./ชม. เทียบเท่ากับการวิ่งด้วยความเร็วสูง

 

แบทเตอรี

ที่เก็บแบทเตอรีทั้งสอง อยู่ด้านในล้อเช่นกัน ทำให้ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำมากเท่าที่จะต่ำได้

 

PR_Credit Ryno_front close up

RYNO คือ ยานพาหนะที่สามารถไปได้ทุกที่ที่การเดิน หรือการปั่นจักรยาน สามารถไปได้

 

UNIWHEEL

 

Location shot of teenagers riding a variety of rideables in a park. You'll notice Jack looking very natural at the back.

 

แม้จะดูใช้งานได้ยากกว่ายูนิไซเคิล แต่ UNIWHEEL คือ การผสมผสานระหว่างระบบรักษาความสมดุล GYROSCOPIC แบบ SEGWAY และการออกแบบอย่างชาญฉลาด ทำให้มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดในท้องตลาด UNIWHEEL ซึ่งออกแบบและผลิตในประเทศอังกฤษ สามารถปรับแต่งสีสันตามที่คุณต้องการ มีกันชนและแบทเตอรีที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ทำให้เป็นยานพาหนะที่ใช้เดินทางได้อย่างรวดเร็ว ความเร็วสูงสุด คือ 22 กม./ชม. เป็นระยะทาง 11 กม. ทำให้คุณสามารถไป/กลับโรงเรียน และที่ทำงานได้อย่างง่ายดาย แถมยังมีน้ำหนักเพียง 10.8 กก. จึงสะดวกต่อการพกพา

 

ถอดรหัส UNIWHEEL

UNIWHEEL ทำงานอย่างไร

 

Isolated shot of the UniWheel teardown and laid out. Shot in the studio with studio lighting.

 

แบทเตอรี

แบทเตอรีออกแบบมาให้ถอดเปลี่ยนได้ง่าย เพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานให้นานขึ้น

 

เปลี่ยนกรอบได้

กรอบแบทเตอรีผลิตออกมาหลายสี และสามารถปรับเปลี่ยนตามสไตล์ของคุณ

 

แผ่นวางเท้า

ครั้งแรกที่สัมผัส UNIWHEEL คุณอาจยังไม่ชิน แต่ปรับตัวสักพักก็จะใช้งานได้ง่ายขึ้น

 

มอเตอร์

มอเตอร์กำลัง 1,500 วัตต์ สามารถให้ความเร็วสูงสุดที่ 22 กม./ชม. เทียบเท่ากับการวิ่งอย่างรวดเร็ว

 

กันชน

ล้อไฟฟ้าอาจจะครูดกับบางอย่างเมื่อคุณใช้งาน ดังนั้นกันชนจึงสามารถเปลี่ยนใหม่ได้

 

UNIWHEEL ออกแบบในประเทศอังกฤษ ผลิตตามสีที่ลูกค้าต้องการ มาพร้อมกับแบทเตอรีที่สามารถถอดเปลี่ยนได้

 

รถบินได้

พบกับ EHANG แทกซีดโรนส่วนบุคคล

 

PR_Credit EHang_Flying Scene

 

แม้ความฝันที่จะมีรถบินได้เป็นของตัวเองจะยังมาไม่ถึง แต่ถ้าบริษัท EHANG จากประเทศจีน ได้ลงมือทำบางอย่าง คุณอาจจะไม่ต้องรอนานอีกต่อไป เพราะ EHANG 184 คือ ดโรนส่วนตัวที่สามารถบินไปรอบๆ ได้โดยอัตโนมัติ เพียงแค่คุณบอกว่าต้องการไปที่ไหน นั่ง และผ่อนคลายรอเวลาเท่านั้น

 

ดโรนถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสาร 1 คน ในทางทฤษฎีก็จะคล้ายๆ กับ UBER คือ เปิดแอพพลิเคชัน และเรียก EHANG ดโรนที่ใกล้ที่สุด จากนั้นคุณก็แค่ขึ้นไป กดที่หน้าจอแทบเลทในห้องนักบิน และดโรนก็จะออกตัว แต่อย่าเพิ่งคาดหวังให้ดโรนพาคุณบินข้ามประเทศ เพราะ EHANG 184 ออกแบบมาเพื่อการบินในระยะสั้นเท่านั้น และสามารถบินได้ประมาณ 20 นาที ก่อนที่จะต้องชาร์จพลังงาน ขณะขึ้นบิน คุณสามารถเฝ้าสังเกตการเดินทางของคุณผ่านแทบเลท และสนุกไปกับสาระบันเทิงเช่นเดียวกับที่เครื่องบินปกติมี

 

PR_Credit EHang_Arms Folded

 

EHNAG กล่าวว่า ดโรนตัวนี้ใช้เวลาเพียงสั้นๆ ในการชาร์จไฟ เดินทางด้วยความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. แต่ยังต้องฝ่าฟันกับอีกหลายอุปสรรคก่อนจะถึงจุดมุ่งหมายที่วางไว้ หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุด คือ การทำงานกับฝ่ายควบคุมการบินเพื่อกำหนดใบอนุญาตในการขับขี่ประเภทใหม่ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด แต่อย่างไรก็ตาม เราเข้าใกล้อนาคตที่จะมีรถบินมากแล้ว จนไม่อยากรอเลยทีเดียว !

 

ภายใน EHANG 184

ดโรนบินด้วยระบบอัตโนมัตินี้ทำงานอย่างไร

 

PR_Credit EHang_Front View

 

มอเตอร์ 8 ตัว

เพื่อแบกรับน้ำหนักของผู้โดยสาร มอเตอร์ทั้ง 8 ตัว ให้พลังงานได้ 106 วัตต์

 

PR_Credit EHang_Motor and Propeller

ชาร์จพลังงาน

ทางผู้ผลิตกล่าวว่า ดโรนใช้เวลาในการชาร์จราว 2-4 ชม. และจะใช้งานได้นานกว่า 20 นาที ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

 

ดโรนมีความสูงน้อยกว่า 2 ม. แขนทั้ง 4 ข้าง สามารถพับเก็บได้เมื่อต้องการจัดเก็บ

 

จุดกักเก็บพลังงาน

ที่กักเก็บพลังงานและระบบคอมพิวเตอร์จัดเก็บอยู่ด้านล่างตัวดโรน บริเวณใต้ที่นั่งของผู้โดยสาร

 

เปิดแอพพลิเคชัน สั่งการให้ ดโรน EHANG ลงจอดจุดที่ใกล้ที่สุด

 

PR_Credit EHang_Control Pad

คุณสามารถเฝ้าสังเกตเส้นทาง และระบบควบคุมอากาศได้โดยผ่านแทบเลท

 

การออกแบบภายในที่ตามความประสงค์ของผู้ซื้อ ประกอบด้วยแทบเลท อินเตอร์เฟศ

 

เซนเซอร์

ดโรนออกแบบมาให้หลบหลีกสิ่งกีดขวางโดยอัตโนมัติ ด้วยการใช้เซนเซอร์ที่อยู่รอบๆ ส่วนหน้าของเครื่อง

 

ปลอดภัยจากการตก

เมื่อระบบพลังงานหนึ่งพังลง ดโรนก็ยังสามารถบินและลงจอดอย่างปลอดภัยได้

 

น้ำหนักเบา

ดโรนถูกออกแบบให้รับน้ำหนักได้ 100 กก. และบินที่ความสูงต่ำกว่า 500 ม. ตลอดเวลา

PR_Credit EHang_Air Conditioning System

ที่เก็บสัมภาระ

ที่ด้านหลังของตัวดโรน มีที่เก็บสัมภาระสำหรับกระเป๋าขนาดเล็ก

 

ที่นั่งผู้โดยสาร

ดโรนสามารถนั่งได้เพียง 1 คนในส่วนห้องนักบิน

 

PR_Credit EHang_Interior

 

การควบคุม

แทบเลทในห้องนักบินสามารถใช้ในการกำหนดจุดหมาย เฝ้าสังเกตเส้นทาง หรือสนุกไปกับเสียงดนตรีได้



------------------------------
เรื่องโดย : GADGET MAGAZINE
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2560
คอลัมน์ : เรื่องเด่นจาก GADGET/HOW IT WORKS
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/gOAvf

Follow autoinfo.co.th