บทความ

THAI AUTOMOTIVE DESIGNERS MEET THE MASTERS EPISODE IV


แม้ในปัจจุบันจะมีหลายๆ เมืองทั่วโลก แย่งกันขึ้นมาครองตำแหน่งศูนย์กลางโลกของแฟชัน ไม่ว่าจะเป็น นิวยอร์ค มิลาน โตเกียว แต่ชื่อของ “ปารีส” ยังคงความขลังอยู่เสมอ ในฐานะศูนย์รวมผู้มีสไตล์ และวิถีชีวิตอันโก้หรู

นอกจากเรื่องของแฟชัน และไลฟ์สไตล์แล้ว ในอดีตเมื่อ 30-40 ปีก่อน คนเล่นรถจะรู้ดีว่า ในบรรดารถยนต์จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก รถจากประเทศฝรั่งเศส จะมาพร้อมกับผลงานการออกแบบที่มีแนวคิด และสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วงล่างไฮดรอนิวเมทิคของ ซีตรอง ที่ให้ความนุ่มนวลแต่ไม่ยวบยาบในทุกสภาพถนน หรือการออกแบบภายในที่แปลกไม่เหมือนใครของรถฝรั่งเศสแทบทุกรุ่นในอดีต อาทิ การนำที่กดแตรไปติดตั้งบนก้านไฟเลี้ยว ด้วยสาเหตุที่ว่า ช่วยให้กดแตรได้เร็วกว่าการละมือมากดที่กลางวงพวงมาลัย หรือการออกแบบพวงมาลัยก้านเดี่ยว ที่โปร่งโล่งของ ซีตรอง และยังมีอะไรแปลกๆ อีกมากมาย

 

เรื่องราวเหล่านี้ค่อยๆ หายไปในยุคปลายทศวรรษที่ 90 อันเป็นยุคที่รถฝรั่งเศสเริ่มต้องการยอดขายจากการส่งออกมากกว่าเดิม จึงสูญเสียตัวตนจากการพยายามที่จะลดทอนรสนิยมของคนท้องถิ่น และใส่ความเป็นมาตรฐานสากลเข้าไป

 

แต่ทุกวันนี้บริษัทรถยนต์ของฝรั่งเศสเริ่มตระหนักในเรื่องดังกล่าว และเข้าใจแล้วว่า คนไม่ได้ต้องการซื้อรถฝรั่งเศสที่หน้าตาเหมือนรถเยอรมัน กลับตรงกันข้าม พวกเขามองหารสนิยมและแนวคิดที่มีต่อโลกในมุมมองของคนฝรั่งเศสต่างหาก

 

นี่คือสิ่งที่วิทยากรของเรา “ฌิลล์ส์ วิดัล” (GILLES VIDAL) ดีไซจ์เนอร์หนุ่มใหญ่ชาวฝรั่งเศสวัย 45 ปี ผู้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่าย “สไตล์” ของ เปอโฌต์ มาตั้งแต่ปี 2010 เข้าใจเป็นอย่างดี และผลักดันให้ เปอโฌต์ ยุคใหม่มีรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม แบบฝรั่งเศสแท้ๆ ไม่ได้เป็นรถที่มีความครึ่งๆ กลางๆ เหมือนที่ผ่านมา

 

เปอโฌต์ ยุคใหม่มุ่งไปที่การค้นหา และสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ และเป็นประสบการณ์ที่คนทั่วไปไม่ได้คาดคิดมาก่อน แต่เมื่อได้สัมผัสแล้ว ก็จะเกิดความประทับใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในห้องโดยสารภายใน มากกว่าด้านนอก ดังนั้น ฌิลล์ส์ วิดัล จึงตั้งเป้าที่จะผลักดันการออกแบบห้องโดยสารของ เปอโฌต์ ยุคใหม่ให้เกิดประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมกว่าใครให้จงได้

 

หนึ่งในเป้าหมายของเขาก็คือ การออกแบบให้ใครก็ได้ที่ขึ้นรถของ เปอโฌต์ ยุคใหม่ สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องอ่านคู่มือ เหมือนการใช้สมาร์ทโฟนอย่าง “ไอโฟน” นั่นคือ การออกแบบจะเน้นหนักไปที่การพัฒนาอินเตอร์เฟศ ให้ตรงตามความคาดหวังของผู้ใช้ แต่ทั้งหมดนี้จะต้องมีสไตล์ ไม่ได้เป็นเพียงงานออกแบบที่เน้นการใช้งานแต่ขาดจินตนาการ

 

ดังนั้น ทีมงานของเขาจึงเป็นการรวมเอาสมาชิกที่มีความชำนาญแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นคนจากอุตสาหกรรมเกม อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ และวงการภาพยนตร์ เข้ามาร่วมงานกับนักออกแบบ เพื่อค้นหาไอเดียที่สดใหม่ และหากถามว่าเขาไม่เอาผู้ใช้งานมาร่วมทีมด้วยหรือ คำตอบ คือ “ไม่” เพราะเขาเชื่อว่า หากถามคนทั่วไปว่าต้องการอะไรในวันพรุ่งนี้ คำตอบที่ได้มักจะเป็นสิ่งที่เขาต้องการในวันนี้มากกว่า ขณะที่สิ่งที่เขาทำ จะไม่อิงกับความต้องการของวันนี้แต่อย่างใด

 

ผลงานห้องโดยสารที่มีชื่อว่า “ไอ-คอคพิท” (I-COCKPIT) ที่ถือกำเนิดในรถแนวคิด เปอโฌต์ ควอร์ทซ์ (PEUGEOT QUARTZ) ในปี 2014 และสุดท้ายได้ถูกพัฒนาเป็น ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี เปอโฌต์ 3008 ปี 2017 สามารถตอบข้อสงสัยของเราได้เป็นอย่างดี เพราะในการเปิดตัวรถรุ่น 3008 สิ่งที่สาธารณชนได้เห็นอันดับแรก คือ ภาพของห้องโดยสาร “ไอ-คอคพิท” แทนที่จะเป็นภาพภายนอกของตัวรถเหมือนแต่ก่อน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้น น่าตื่นเต้น เพราะคนที่ได้เห็นพยายามจินตนาการ และอยากรู้ว่าการได้นั่งอยู่ในรถที่มีห้องโดยสารที่งดงาม จะรู้สึกอย่างไร

 

ห้องโดยสาร “ไอ-คอคพิท” สร้างประสบการณ์ใหม่จากการผสมผสาน ความสัมพันธ์ของมิติดิจิทอล เข้ากับโลกของการใช้งาน เป็นหยินหยางของความไฮเทค และความเป็นธรรมชาติที่จับต้องได้ ดังที่เราคุ้นเคยจากผลงานออกแบบอุตสาหกรรมชั้นดี อย่างสัมผัสที่เรียบลื่นแต่แน่นหนาของวงแหวนโฟคัสของกล้องถ่ายรูป ราคาแพง หรือการสัมผัสกับหน้าจอสมาร์ทโฟนที่แม้จะเรียบ แต่มีการตอบสนองด้วยการสั่น และเสียงฟีดแบคที่เป็นธรรมชาติ

 

ทั้งหมดนี้ทีมงานของ เปอโฌต์ พยายามที่จะผสมผสานรายละเอียด เข้ากับรูปทรงที่สร้างความรู้สึกเร้าอารมณ์ในการขับขี่ ซึ่งเมื่อได้เห็นก็รับรู้ได้ทันทีว่า มันเป็นห้องโดยสารที่มีความคิดเป็นอิสระ และฉีกกรอบจากความคุ้นเคยเดิมๆ อย่างแท้จริง

 

ห้องโดยสาร “ไอ-คอคพิท” แบ่งระดับออกเป็นชั้นๆ สูงต่ำ และห่างไกลไม่เท่ากัน แต่ในเวลาเดียวกันก็สร้างสัมพันธ์ของสายตาที่มองจอภาพที่ไกลออกไปได้ชัดเจน สัมผัสของมือที่ควบคุมปุ่มและคันโยกต่างๆ ที่อยู่ในระยะเอื้อมถึง และความรู้สึกของร่างกายที่ประสานให้เป็นหนึ่งเดียวกับการเคลื่อนที่ของตัวรถได้อย่างกลมกลืน

 

นับเป็นห้องโดยสารที่มีความกล้าในการออกแบบ และทำให้นึกไปถึงห้องโดยสารที่น่าตื่นตาตื่นใจของรถฝรั่งเศสในอดีต ซึ่งเขากล่าวต่อไปอีกว่า ทีมงานของเขาเป็นคนหลายชาติ หลากภาษา แต่เขาพยายามที่จะให้คนทั้งหมดนี้มีความเข้าใจถึง “รสนิยม” ของชาวฝรั่งเศส เพราะคนที่ซื้อ เปอโฌต์ ต้องการที่จะซื้อแนวคิดการแก้ปัญหาในแบบฝรั่งเศส ไม่ใช่แบบของญี่ปุ่น หรือเยอรมัน

 

และแน่นอนว่า ห้องโดยสารที่เร้าอารมณ์ก็ต้องคู่กับการออกแบบตัวถังที่เฉียบขาดไม่แพ้กัน ซึ่งครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี 3008 ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยการคลี่คลายแนวคิดของ “ควอร์ทซ์” ออกมาให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง แต่ยังคงไว้ซึ่งเส้นสายที่เฉียบคม มีไดนามิค พร้อมสัดส่วนที่แข็งแกร่ง และสง่างาม รวมถึงลูกเล่นทางการออกแบบอย่างการเป็นรถที่มี 2 สีตัดกัน

 

นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่เราได้เห็นบแรนด์เก่าแก่ที่เคยสูญเสียจิตวิญญาณไปในช่วงเวลาหนึ่ง กลับมามีความองอาจและเร้าใจอีกครั้ง และที่สำคัญ คือ มีความเป็นตัวของตัวเองในแบบ “สิงห์หนุ่ม” จากฝรั่งเศสที่ไม่เหมือนใคร

 

“ฌิลล์ส์ วิดัล” คุณแน่มาก !



------------------------------
เรื่องโดย : ภัทรกิติ์ โกมลกิติ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2560
คอลัมน์ : MEET THE MASTER
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ttTMK

Follow autoinfo.co.th