บทความ

ทริพหรู ทดสอบ มาเซราตี ที่ อิตาลี


MGC-ASIA ผู้แทนจำหน่าย มาเซราตี อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดทริพหรู พาผู้สื่อข่าวไทย ไปทดสอบรถยี่ห้อนี้ ที่ประเทศอิตาลี และพาเข้าร่วมชมงานมหกรรมยานยนต์เจนีวา 2017 ที่ประเทศ สวิทเซอร์เเลนด์

ทันทีที่เดินทางถึงสนามบินเมืองโบโลนญา (BOLOGNA) ผู้บริหารของ MGC-ASIA ก็พาเรา เข้าเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของ มาเซราตี ที่ตั้งอยู่แถวบริเวณใจกลางเมือง โดยมีผู้บริหารมากล่าวต้อนรับ และเลี้ยงรับรองด้วยของว่างรสเข้มข้น

 

Head Office-2 copy

  • รถที่จัดแสดงอยู่ภายในสำนักงานใหญ่

 

จากนั้น ก็พาไปชมพิพิธภัณฑ์รถยนต์เก่าแก่ ที่หาดูได้ยาก และไม่สามารถไปได้ง่าย เพราะต้องจองคิวล่วงหน้า ผู้เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ คือ ครอบครัวตระกูล ปานีนี (PANINI) เจ้าของโรงงานทำเนยแข็ง ซึ่งเป็นผู้หลงใหล และชื่นชอบรถยนต์เป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะรถยนต์ตราสัญลักษณ์ “ตรีศูล” มาเซราตี

 

20161213_130017 (1) copy

  • “กรุ” มาเซราตี รุ่นสำคัญในประวัติศาสตร์

 

ในกรุสะสม มีรถรุ่นสำคัญในประวัติศาสตร์ของ มาเซราตี กว่า 20 คัน อาทิ มาเซราตี 6 ซีเอม (6CM) รถผลิตปี 1936 ที่ชนะการแข่งขันรายการ ตาร์กา ฟโลรีโอ (TARGA FLORIO)-มาเซราตี เอ 6 จีซีเอส 53 แบร์ลีเนตตา (A6GCS 53 BERLINETTA) ที่ออกแบบโดย ปินินฟารีนา (PININFARINA) สถาปนิกยานยนต์ ชื่อดังชาว อิตาเลียน ที่ทำให้รถคันนี้ กลายเป็นหนึ่งในตำนานรถน่ารักที่สุดของ มาเซราตี อีกทั้งยังชนะการแข่ง มิลล์ มิลญา (MILLE MIGLIA) อีกด้วย-มาเซราตี 250 เอฟ วี 12 (250F V12) รถแข่ง ฟอร์มูลา วัน ช่วงปี 1954-1960 ที่คว้าชัยชนะมาหลายรายการ อาทิ อาร์เจนตินา กรองด์ปรีซ์ โมนาโค กรองด์ปรีซ์ โดยนักแข่งชื่อดังระดับโลกอย่าง ฆวน มานูเอล ฟันจีโอ (JUAN MANUEL FANGIO) สเตอร์ลิง มอสส์ (STIRLING MOSS) ทั้งนี้รวมไปถึง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ผู้ทรงเคยใช้รถรุ่นนี้ แข่งรายการ ฝรั่งเศส กรองด์ปรีซ์ ในปี 1954 มาแล้วเช่นกัน

 

วันรุ่งขึ้น คณะออกเดินทางสู่ โมเดนา (MODENA) เมืองแห่งตำนานโรงงานผลิตรถยนต์สปอร์ทหรู ที่อยู่ตอนทางเหนือของประเทศ และเป็นที่ตั้งของสนามแข่งรถ อาอูโต ดโรโม (AUTODROMO) สถานที่ทดสอบรถ มาเซราตี ของพวกเราในวันนั้น

 

พอไปถึง เหล่าครูฝึกก็พาพวกเรา เข้าห้องอบรม เพื่อแนะนำไลน์วิ่งของสนาม และวิธีการขับเบื้องต้น เพื่อความปลอดภัย จากนั้น ก็เริ่มการทดสอบกัน โดยทาง มาเซราตี เตรียมรถไว้ทั้งหมด 6 คัน 4 รุ่น ได้แก่ กรันตูริสโม เอมซี สตราดาเล (GRANTURISMO MC STADALE)-กรันตูริสโม สปอร์ท (GRANTURISMO SPORT)-กิบลี เอส (GHIBLI S) และ เลวันเต เอส (LEVANTE S)

 

แต่เพราะ เขาจัดให้ขับแค่คนละ 2 รอบสนามต่อรุ่น เราจึงไม่สามารถสัมผัสถึงอาการของรถได้มากเท่าที่ควร

 

 

GRANTURISMO MC STADALE รถสปอร์ท 2 ประตู 4 ที่นั่ง

 

กรันตูริสโม เอมซี สตราเดลเล copy
พอเห็นสีแดงที่ร้อนแรง เราก็พอเดาได้ว่า รถคันนี้คือ ‘ตัวจี๊ด’ ของการทดสอบในวันนั้น เราประทับใจตั้งแต่เสียงสตาร์ทเครื่อง ที่ดังกระหึ่ม และดุดัน ได้ลองอัตราเร่งชนิดที่เรียกได้ว่า แรงจนหลังติดเบาะ สามารถสัมผัสได้ถึง ‘แรงจี’ อย่างชัดเจน เวลาเหยียบคันเร่ง เหมือนตัวเราถูกรั้งให้ติดอยู่กับเบาะ

 

พอถึงจุดเบรค ก็รู้สึกว่า รถนั้นหยุดได้ทันใจ สาเหตุควเป็นเพราะ รถคันนี้ ใช้เบรคแบบ เซรามิค ทำให้ได้ระยะหยุดที่สั้นกว่าปกติ และทนความร้อนได้สูง เวลาเบรคหลายรอบติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็ไม่ทำให้ประสิทธิภาพการหยุดรถลดลง

 

ส่วนอาการของรถนั้น ‘ดิบ’ มาก ไวต่อโค้ง ต้องใช้ความพยายามในการควบคุมสูง หากเข้าโค้งด้วยความเร็ว

 

เรื่องของเกียร์ เรามีโอกาสได้ทดลองโหมดเกียร์ธรรมดา โดยใช้เกียร์ PADDLE SHIFT ให้ความรู้สึกว่า สามารถเลียนแบบอารมณ์ของเกียร์ธรรมดาได้คล้ายมาก เช่น การเปลี่ยนเกียร์ลง เรารู้สึกได้ถึงอาการ ENGINE BRAKE หรือแรงหน่วง ที่ใช้เกียร์ช่วยลดความเร็ว อย่างชัดเจน ภาษาง่ายๆ เรียกว่า การเปลี่ยนเกียร์แบบกระชาก ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบความเร็ว เพราะให้อารมณ์สปอร์ทที่ถึงใจ

 

 

GRANTURISMO SPORT

 

กรันตูริสโม สปอร์ท copy

 

รถคันนี้ ให้ความรู้สึกคล้ายๆ กับเจ้าตัว MC STRADALE ความแรงนั้น พอๆ กัน จะน้อยกว่าก็ไม่มาก แต่เพราะไม่ได้ใช้เบรคแบบ เซรามิค จึงทำให้รู้สึกว่า ณ จุดเบรคที่เดิม เราไม่สามารถชะลอรถได้ตามต้องการ

 

 

GHIBLI S

 

กีบลี copy

 

จัดเป็นรถสปอร์ทหรู ที่ขับ และควบคุมบังคับได้ง่ายกว่า GRANTURISMO ทั้ง 2 รุ่น ทางด้านความเร็วนั้น ก็แรงพอตัว ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันมากนัก การเข้าโค้งต่างๆ ถือว่าทำได้ดี โหมดเกียร์ธรรมดา เปลี่ยนจังหวะได้นุ่มนวลกว่า เหมาะสมกับที่เป็นรถสปอร์ทระดับหรู

 

 

LEVANTE S

 

เลวันเต copy

 

บอกได้เลยว่า รถรุ่นนี้ เหนือความคาดหมายมาก ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นรถแบบ SUV เลยทำให้คิดว่า สมรรถนะก็น่าจะคล้ายกับรถ SUV ทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือ เรื่องของเสียงเครื่อง ที่เรียกได้ว่า เป็นรถ SUV คันแรกเท่าที่เคยสัมผัสมา ที่มีเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเหมือนอย่างกับรถ SUPER CAR ที่ให้ความเร้าใจในการขับขี่เป็นอย่างมาก และอีกจุดหนึ่งที่สร้างความแตกต่าง ก็คือ ช่วงล่าง เพราะรู้สึกได้ว่า เป็นรถ SUV ที่เข้าโค้งได้ดีมาก เกาะถนน โดยไม่มีอาการโยนแต่อย่างใด เพราะช่วงล่าง ถูกออกแบบให้ปรับขึ้น-ลงได้ตามสถานการณ์ต่างๆ ทำให้สามารถขับได้ทั้งแบบลุย และทางเรียบได้ดีมาก

 

หลังจากที่ได้ทดสอบรถกันอย่างจุใจแล้ว เราก็ออกเดินทางต่อไปยังเมืองฟาโน (FANO) เพื่อหมายสัมผัสกับประสบการณ์ล่องเรือ กับ AZIMUT เรือยอร์ชหรู ที่ทาง MGC-ASIA เป็นผู้แทนจำหน่ายเช่นกัน แต่โชคไม่ดี ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้การออกเรือทำได้ยากลำบาก และอาจจะเกิดอันตราย ทางผู้บริหาร จึงตัดสินใจไม่ออกทะเล พวกเรารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะเดินทางมาไกลหลายชั่วโมง จนเกิดความรู้สึก อยากลองสัมผัสประสบการณ์ล่องเรือหรูจริงในทะเล แต่เพื่อความปลอดภัย จึงต้องยอมปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดแต่โดยดี

 

แต่กระนั้น ทางผู้บริหาร ก็ได้พาชมเรืออย่างละเอียด ภายในเรือตกแต่งหรูหรา มีครบทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น สามารถออกเรือได้นานเป็นสัปดาห์ โดยไม่ต้องกลับเข้าฝั่งเลย

 

วันถัดมา เราออกเดินทางสู่เมือง ตูริน (TORINO) ได้เข้าเยี่ยมชมโรงงาน มิราฟีโอรี (MIRAFIORI) ของบริษัท FCA GROUP ที่เป็นโรงงานผลิตรถยนต์ มาเซราตี เลวันเต ได้มีโอกาสเห็นถึงการใส่ใจในรายละเอียด ของการผลิตรถหรูยี่ห้อนี้ ตั้งแต่ขั้นตอนการประกอบตัวถัง ทำสี ใส่อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีตัวเลือกหลากหลายตามความต้องการของลูกค้า โดยภายในหนึ่งวัน โรงงานแห่งนี้ สามารถผลิตรถรุ่นนี้ได้ประมาณ 140 คัน

 

ก่อนเดินทางกลับ เราได้มีโอกาสแวะไปชมงาน มหกรรมยานยนต์เจนีวา 2017 ซึ่งภายในบูธของ มาเซราตี มีรถหลากหลายรุ่นมาแสดง รวมถึงตัว เลวันเต ที่เปิดตัวที่เมืองไทยมาแล้ว เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล วี 6 275 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลา 6.9 วินาที ถือเป็น ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี คันแรกของ มาเซราตี ซึ่งเมื่อเทียบราคากับคุณภาพแล้ว ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว

 

ขอขอบคุณ เอมจีซี เอเชีย ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ มาเซราตี อย่างเป็นทางการในประเทศไทย รวมทั้งผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน สำหรับการจัดทริพหรู พาผู้สื่อข่าวไทยไปลองรถในครั้งนี้



------------------------------
เรื่องโดย : ชไมพร ปภัสร์พงษ์
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2560
คอลัมน์ : กิจกรรม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ZkmNZ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เทคโนเซล (เฟรย์)ฯ จัดโครงการ
ฮอนดา พาทัวร์ธรรมะ
โพร์เช จัดกิจกรรม พาสื่ออิ่มบุญอิ่มใจ
ISUZU CUP SUPER FIGHT 2017
โฟตอน ทุนแลนด์ กระบะหน้าใหม่ เด่นที่ความแกร่ง !
“IMC สื่อสากล” จัดงาน “เธอคือแรงแห่งลมหายใจ”
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
24 Jul 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
4,690,000
3.
4,840,000
4.
2,299,000
5.
555,000
6.
550,000
7.
1,298,000
8.
2,640,000
9.
2,250,000
10.
2,590,000
11.
2,198,000
12.
1,398,000
16.
485,000
17.
1,138,000
18.
24,500,000
19.
18,900,000
20.
3,990,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th