บทความ

“พิคอัพเริ่มขยับ”


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนกรกฎาคม ปี '57 กับ '56
ตลาดโดยรวม - 29.4 %
รถยนต์นั่ง - 37.6 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) -1.5 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) - 38.5 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ - 21.5 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ - 10.7 %
อื่นๆ - 47.7 %
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-กรกฎาคม ปี '57 กับ '56
ตลาดโดยรวม - 39.2 %
รถยนต์นั่ง - 46.9 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) - 5.1 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) - 34.5 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ - 35.4 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ - 35.9 %
อื่นๆ - 47.4 %

 

ถึงแม้ว่าการบริหารกิจการบ้านเมืองจะเปลี่ยนถ่ายอำนาจมาสู่ผู้นำคนใหม่ ที่ประกาศก้องจะคืนความสุขให้กับประชาชนชาวไทย และสร้างระบบประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ทำให้หลายภาคส่วนเริ่มมองเห็นประเทศไทยที่มีโอกาสจะกลับมาสงบสุขร่มเย็นเหมือนเช่นในอดีต หลายปัญหาที่สะสมคั่งค้างมาจากรัฐบาลชุดก่อน ถูกแก้ไขให้ลุล่วงอย่างรวดเร็วฉับไว จนได้รับเสียงชื่นชมอย่างท่วมท้น ขณะที่บางปัญหาก็มีแนวทางในการแก้ไข รอเพียงให้มีรัฐบาลชุดใหม่มาบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ผลที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการเมืองในช่วงต้นปี และสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ยังคงมีส่วนทำให้การตัดสินใจซื้อไม่ไหลลื่น โดยเฉพาะกับสินค้าที่มีราคาสูง แต่ก็มีความจำเป็นในการที่จะต้องมีไว้ใช้ เช่น สินค้าจำพวกรถยนต์นี่เอง ซึ่งการซื้อขายรถยนต์ใหม่ในเดือนกรกฎาคม 2557 เมื่อเทียบกับตัวเลขยอดจำหน่ายของเดือนกรกฎาคม 2556 ก็ยังคงมีความแตกต่างกันชัดเจน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ถึงแม้จะอัดแคมเปญพิเศษ เดินหน้าลดแลกแจกแถมกันอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนผู้ซื้อก็ยังสงวนท่าที ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ยังไม่ตัดสินใจซื้อ อีกทั้งในเดือนต่อไป เดือนสิงหาคมยังมีงานแสดงรถยนต์งานใหญ่เกิดขึ้นอีกงานหนึ่ง ซึ่งงานใหม่นี้เน้นค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมงานต้องมีพโรโมชันพิเศษจริงๆ เพื่อให้ผู้คนได้มีโอกาสเลือกซื้อรถยนต์ในราคาพิเศษกว่าปกติอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป

เดือนกรกฎาคม ยอดการซื้อขายรถยนต์ใหม่ทุกประเภท มีทั้งสิ้น 69,230 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว 29.4 % ซึ่งในความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เดือนกรกฎาคม 2557 มีรถยนต์หลายบแรนด์ที่มียอดจำหน่ายสูงขึ้น เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2556 แต่ทั้งหมดเป็นยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ที่มีราคาแพง มีส่วนแบ่งการตลาดน้อย เมื่อหักลบกับยอดจำหน่ายที่ขาดหายไปของบแรนด์ใหญ่ ที่เป็นรถยนต์ราคาอยู่ในระดับชาวบ้านทั่วไปสามารถหาซื้อได้ ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดสูง ทำให้ภาพโดยรวมของการซื้อขายรถใหม่ยังคงติดลบต่อไปอย่างต่อเนื่อง ยี่ห้อที่มียอดจำหน่ายสูงขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2557 เมื่อเทียบกับกรกฎาคม 2556 อาทิ เมร์เซเดส-เบนซ์ 809 คัน เพิ่มขึ้น 117 คัน หรือ 16.9 % บีเอมดับเบิลยู/มีนี 691 คัน เพิ่มขึ้น 61 คัน หรือ 9.7 % ฮันเด 272 คัน เพิ่มขึ้น 101 คัน หรือ 59.1 % เป็นต้น ขณะที่รถยนต์ที่ได้รับความนิยมระดับหัวแถว เช่น โตโยตา มียอดจำหน่าย 25,002 คัน ลดลง 9,112 คัน หรือ 26.7 % อีซูซุ 12,532 คัน ลดลง 2,186 คัน หรือ 14.9 % ฮอนดา 8,538 คัน ลดลง 7,501 คัน หรือ 46.8 % เป็นต้น ส่วนยอดรวมทั้งหมดตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงเดือนที่ 7 อยู่ที่ 509,406 คัน ยังติดลบอยู่ 39.2 % ซึ่งก็ยังคงเป็นรถยนต์จาก เมร์เซเดส-เบนซ์ เพียงรายเดียวที่มียอดสะสมเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

เมื่อโฟคัสไปที่ตลาดรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงเป็นอันดับที่ 2 รองจากตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เดือนกรกฏาคม พิคอัพ ทไรทัน ของ มิตซูบิชิ กลับมาร้อนแรงอยู่ในกระแสความนิยมอีกครั้ง มียอดจำหน่ายที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว อยู่ที่ 2,888 คัน เพิ่มขึ้น 49.5 % ขณะที่ยอดจำหน่ายรวมทั้งหมดของตลาดรถยนต์ประเภทนี้อยู่ที่ 27,747 คัน ลดลงจากกรกฎาคม ปีที่แล้ว 21.5 % ทั้งนี้ยอดจำหน่ายสูงสุดของตลาดนี้ยังคงเป็นพิคอัพ ไฮลักซ์ วีโก ของ โตโยตา ที่เดือนนี้จำหน่ายไปได้ 10,807 คัน แต่ก็ยังสู้ยอดจำหน่ายที่ทำได้ในกรกฎาคม ปีที่แล้วไม่ได้อยู่ดี ติดลบไป 25.4 % อันดับที่ 2 เป็นตระกูล ดี-แมกซ์ ของค่าย อีซูซุ มียอดจำหน่าย 9,402 คัน หดหายไป 21.0 % อันดับ 3 เป็น มิตซูบิชิ อันดับที่ 4 เรนเจอร์ ของ ฟอร์ด มียอดจำหน่าย 1,389 คัน ลดลง 24.7 % ส่วนอันดับ 5 กลับมาเป็น นิสสัน อีกครั้งหนึ่ง และมีโอกาสที่จะขยับอันดับสูงขึ้นได้อีกในเดือนต่อไป เพราะ นาวารา ใหม่ ขึ้นประจำการบนโชว์รูมผู้จำหน่าย นิสสัน ทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็อยู่ที่ผู้ซื้อแล้วว่าจะประทับใจกับพิคอัพตัวเก่งคันใหม่นี้ มากน้อยเพียงไร เดือนกรกฎาคมนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มออกตัว บวกกับการดัน นาวารา ตัวเก่าออกไป ทำให้มียอดจำหน่ายรวมกันอยู่ที่ 989 คัน น้อยกว่าเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้วอยู่นิดหน่อย ติดลบไป 2.3 % เท่านั้น สำหรับยอดรวมตั้งแต่ต้นปี อยู่ที่ 203,370 คัน ติดลบไป 35.4 % และยังไม่มีพิคอัพยี่ห้อไหนที่มียอดสะสมเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ส่วนพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ยอดจำหน่ายเดือนกรกฎาคม 2557 อยู่ที่ 2,212 คัน หดหายไป 10.7 % โตโยตา ยึดตำแหน่งหัวแถวพิคอัพขับ 4 ยอดนิยมเหมือนเดิม จำหน่ายไป 938 คัน ขาดหายไป 22.1 % อีซูซุ 560 คัน เพิ่มขึ้น 4.5 % เช่นเดียวกับ ฟอร์ด จำหน่ายไป 447 คัน เพิ่มขึ้น 91.0 % มิตซูบิชิ เร่งการขายเต็มที่ ได้ไป 201 คัน ติดลบ 44.9 % และเชฟโรเลต์ จำหน่ายไป 47 คัน ติดลบ 32.9 % ยอดสะสม 7 เดือน อยู่ที่ 15,759 คัน ลดน้อยลง 35.9 % เมื่อเทียบกับยอดสะสมในช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2556 และเป็น ฟอร์ด เพียงยี่ห้อเดียวในเวลานี้ ที่มียอดสะสมเพิ่มมากขึ้น โดยมียอดรวมอยู่ที่ 2,622 คัน เพิ่มขึ้น 29.0 % ขณะที่ยี่ห้ออื่นยังป้วนเปี้ยนอยู่ในแดนลบ โตโยตา 6,707 คัน ติดลบ 37.0 % อีซูซุ 4,447 คัน ติดลบ 36.3 % มิตซูบิชิ 1,350 คัน ติดลบ 60.5 % และเชฟโรเลต์ 428 คัน ติดลบ 38.2 %

รถเอสยูวี เดือนกรกฎาคม 2557 กระแสความนิยมยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่สูงเท่าที่ผ่านมา แต่ก็ใกล้เคียง แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย โดยเดือนกรกฎาคม มียอดทั้งสิ้น 6,369 คัน ต่างจากเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว เพียง 100 คันเท่านั้น ติดลบ 1.5 % ยี่ห้อที่มีผู้สนใจเป็นเจ้าของมากที่สุด คือ อีซูซุ ทำยอดจำหน่ายได้ 1,512 คัน เพิ่มขึ้นถึง 2,262.5 % ตามด้วย โตโยตา 1,200 คัน ลดลง 55.7 % อันดับ 3 ฟอร์ด 702 คัน เพิ่มขึ้น 902.9 % อันดับ 4 มาซดา ที่มี ซีเอกซ์-5 ใหม่ เป็นหัวหอก จำหน่ายไป 679 คัน และนิสสัน เข้ามาเป็นอันดับที่ 5 จำหน่ายได้ 622 คัน เพิ่มขึ้น 7,675.0 % สรุป 7 เดือนผ่านไป มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 53,698 คัน ลดลงจากปี 2556 อยู่ 5.1 % หลายยี่ห้อมียอดสะสมที่ปรับตัวไปอยู่ในแดนบวกแล้ว โดยเฉพาะอันดับที่ 1 ของตลาด อีซูซุ มียอดรวม 12,618 คัน เพิ่มสูงขึ้น 890.4 % อันดับที่ 3 นิสสัน 8,139 คัน เพิ่มขึ้น 6,797.5 % ฟอร์ด และมาซดา มียอดจำหน่าย 3,704 คัน และ 3,653 คัน เพิ่มขึ้น 536.4 % และ 91,225.0 % ตามลำดับ ซึ่งทั้งคู่อยู่ในอันดับที่ 6 และ 7 ของตาราง แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะขยับอันดับให้สูงไปกว่านี้ได้ ส่วนยักษ์ใหญ่ โตโยตา อยู่ในอันดับที่ 2 ด้วยยอด 11,546 คัน ติดลบอยู่ 37.5 % ฮอนดา และมิตซูบิชิ อยู่ในอันดับที่ 4 และ 5 ด้วยยอด 5,756 คัน ติดลบ 62.0 % และ 3,717 คัน ติดลบ 64.2 % ตามลำดับ

รถเอมพีวี เดือนกรกฎาคมมียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 1,153 คัน หายไป 38.5 % อันดับ 1 ของตลาดนี้ยังเป็น โตโยตา จำหน่ายได้ 428 คัน ลดลง 45.8 % ตามด้วย ฮอนดา 363 คัน ลดลง 14.2 % และน้องใหม่ของ นิสสัน 142 คัน เชฟโรเลต์ 105 คัน ลดลง 38.6 % ซูซูกิ 81 คัน ติดลบ 81.0 % ผ่านไป 7 เดือน ตลาดนี้มียอดสะสมรวมทั้งสิ้น 9,230 คัน หายไป 34.5 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 โตโยตา มียอดสะสมรวมสูงสุด 4,100 คัน ลดน้อยลง 43.5 % ฮอนดา 2,108 คัน ลดลง 61.8 % ซูซูกิ 1,997 คัน เพิ่มขึ้น 99.8 % เชฟโรเลต์ 879 คัน เพิ่มขึ้น 391.1 % และนิสสัน 852 คัน

สำหรับรถยนต์ประเภทอื่นๆ เดือนกรกฎาคม 2557 มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 3,287 คัน ลดลง 47.7 % รวม 7 เดือน มียอดสะสม 22,482 คัน ลดลง 47.4 %



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2557
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/CCrpA
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th