บทความ

ASTON MARTIN VANTAGE GT12


ASTON MARTIN VANTAGE GT12
สุดยอดรถสปอร์ทของเมืองผู้ดีตีนไม่แดง

ปิด “ระเบียงรถใหม่” ในเดือนแห่งการประชันรถสปอร์ท 3 ชาติพันธุ์ ด้วยรถสายเลือดอังกฤษพันธุ์แท้ ติดป้ายชื่อ แอสตัน มาร์ทิน วานเทจ จีที 12 (ASTON MARTIN VANTAGE GT12) ซึ่งเพิ่งเปิดเผยโฉมหน้าในเมืองผู้ดีเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ของปีแพะบ้า และประมาณครึ่งเดือนหลังจากนั้นผู้คนก็ได้สัมผัสตัวจริงเสียงจริงของรถรุ่นนี้เป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวา ตอนต้นเดือนมีนาคม

ไม่ใช่รถที่ทำขึ้นใหม่ทั้งคัน แต่เป็นพัฒนาการล่าสุดของรถ แอสตัน มาร์ทิน วานเทจ (ASTON MARTIN VANTAGE) รุ่นปัจจุบันซึ่งอยู่ในสายการผลิตมาตั้งแต่ปี 2005 และก่อนปฏิสนธิกาลของรถโมเดลล่าสุดนี้ มีรถติดตั้งเครื่องยนต์ วี 12 สูบ ให้เลือกใช้ 2 โมเดล คือ แอสตัน มาร์ทิน วี 12 วานเทจ เอส คูเป (ASTON MARTIN V12 VANTAGE S COUPE) กับ แอสตัน มาร์ทิน วี 12 วานเทจ เอส โรดสเตอร์ (ASTON MARTIN V12 VANTAGE S ROADSTER)

รถโมเดลล่าสุด คือ แอสตัน มาร์ทิน วานเทจ จีที 12 นี้ พัฒนาจากรถโมเดลแรก และออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง แอสตัน มาร์ทิน วานเทจ จีที 3 (ASTON MARTIN VANTAGE GT3) จึงกล่าวได้โดยอนุโลมว่า เป็นรถวิ่งตามท้องถนนสาธารณะที่มีสมรรถนะเหมือนรถวิ่งในสนามแข่งนั่นเอง

เป็นรถที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างเบา คือ แค่ 1,515 กก. หรือเบากว่ารถซึ่งเป็นที่มาถึง 150 กก. ทั้งนี้และทั้งนั้น เป็นผลพวงจากความพยายามในการใช้สารพัดวัสดุมวลเบา คือ คาร์บอนไฟเบอร์ แมกนีเซียม ไททาเนียม และอลูมิเนียม กับชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งภายนอกและภายใน

เมื่อมองจากภายนอกมีอยู่หลายจุดของตัวถังที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากรถซึ่งเป็นที่มา โดยเฉพาะอุปกรณ์อากาศพลศาสตร์ต่างๆ เมื่อมองจากด้านหน้า จุดสะดุดตา คือ กราฟิครูปเกือกม้าบนฝากระโปรง ซึ่งมีบทบาททั้งการหล่อเย็นและการไหลของอากาศ แต่เมื่อมองจากด้านหลัง จุดสะดุดตา คือ ปีกท้ายขนาดใหญ่โตมโหระทึกซึ่งติดตรึงอยู่กับที่

เครื่องยนต์ที่วางตัวตามยาวภายใต้ฝากระโปรงหน้า เป็นเครื่องบลอคเดียวกับที่ใช้ในรถซึ่งเป็นที่มา คือ เครื่องเบนซิน DOHC วี 12 สูบ ความจุ 5,935 ซีซี แต่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดในหลายจุด เช่น แมนิโฟลด์ไอดีแบบใหม่ที่ทำจาแมกนีเซียม ระบบไอเสียแบบใหม่ที่ทำจากไททาเนียม ฯลฯ ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายทั้งปวงนี้ คาดหมายว่ากำลังสูงสุดของเครื่องยนต์จะพุ่งจาก 421 กิโลวัตต์/573 แรงม้า เป็น 441 กิโลวัตต์/600 แรงม้า ตัวเลขที่ทำให้กล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำไม่ต้องอ้ำอึ้งว่า นี่คือรถถนนที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 1 ศตวรรษของค่ายนี้ ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้า ยังคงเป็นเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะชุดเดิม แต่ปรับแต่งใหม่เพื่อให้เปลี่ยนจังหวะเกียร์ได้รวดเร็วกว่าเดิม

ผู้ผลิตคาดหมายว่ารถโมเดลพิเศษสุดนี้ จะใช้เวลา 3.5 วินาที ในการทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. คือ เร็วกว่ารถซึ่งเป็นที่มา 0.2 วินาที ส่วนความเร็วจะลดจาก 330 เป็น 300 กม./ชม. เนื่องจากอุปกรณ์อากาศพลศาสตร์หลายชิ้นที่ติดตั้งเพิ่ม เป็นรถที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะผลิตเพียง 100 คัน ตั้งค่าตัวคันละ 250,000 ปอนด์ หรือเท่ากับประมาณ 13.5 ล้านบาทไทย และลูกค้าระดับวีไอพีของค่ายนี้ซื้อไปหมดแล้วในเดือนแรกที่เปิดตัว

 

ASTON MARTIN VANTAGE GT12

* รถสปอร์ทที่ทรงพลังที่สุดของ แอสตัน มาร์ทิน

* เครื่องยนต์เบนซิน วี 12 สูบ 600 แรงม้า

* ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ SPORTSHIFT

* ความเร็วสูงสุด 300 กม./ชม.

* ราคาในอังกฤษ 250,000 ปอนด์



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2558
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/TPUVC

บทความที่เกี่ยวข้อง

LEXUS LC 500H
TOYOTA VITZ HYBRID
TOYOTA PRIUS PHV
CADILLAC CT6 PLUG-IN
PORSCHE PANAMERA 4 E-HYBRID SPORT TURISMO
BMW 530E IPERFORMANCE
อัพเดทล่าสุด
20 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
4,590,000
2.
1,999,000
3.
3,990,000
4.
3,065,000
5.
2,790,000
6.
5,490,000
7.
1,354,000
8.
3,399,000
9.
750,000
10.
1,129,000
17.
799,000
18.
3,549,000
19.
479,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th