บทความ

CARS FOR HIPSTERS


อ ย่ า แ ป ล ก ใ จ ที่ ภ า พ ป ร ะ ก อ บ ใ น ห น้ า นี้ จ ะ เ น้ น สี ซี เ ปี ย ดู “ซี ด จ า ง” แ ล ะ “ติ ด แ ส ง” แถมตัวอักษรยังเรียงแบบเว้นวรรค เนื่องจากมันเป็น “แนว” ของเหล่าบรรดา “ฮิพสเตอร์” (HIPSTER) กลุ่มคนที่บริษัทรถยนต์กำลังจ้องตาเป็นมันอยู่ในขณะนี้

“ฟอร์มูลา” จะพาไปรู้จักวิถีชีวิตและรถที่ “ฮิพสเตอร์” สนใจ รวมถึงมุมมองผู้บริหารบริษัทรถยนต์บแรนด์ขวัญใจ “ฮิพสเตอร์” ที่มีต่อลูกค้ากลุ่มใหม่ของเขา

 

“ฮิพสเตอร์” คือใคร ?

“ฮิพสเตอร์” คือกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตโดยไม่ไหลไปตามกระแสสังคม มีรสนิยมแตกต่างจากคนทั่วไป มองเรื่องราวต่างๆ ในมุมที่ไม่เหมือนใคร

ฉายา HIPSTER นั้น ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1941 เข้าใจกันว่า HIP แผลงมาจาก HEP ที่เป็นคำแสลงของคนผิวดำ ปรากฏเป็นครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ SATURDAY EVENING POST ปี 1908

HIP/HEP มีความหมายว่า รู้เท่าทัน/ทันสมัย HIPSTER จึงหมายถึง บุคคลที่มีความรู้เท่าทัน และดูทันสมัย

“ฮิพสเตอร์” ได้รับการนิยามว่าเป็นวัฒนธรรมย่อยในยุคแจซซ์ โดย เอริค ฮอบสบอว์ม (ERIC HOBSBAWM) นักประวัติศาสตร์คนดัง ที่ใช้นามปากกา ฟรานซิส นิวทัน (FRANCIS NEWTON) ได้เขียนไว้ใน THE JAZZ SCENE (1959) ว่ากลุ่มวัยรุ่นชนชั้นกลางผิวขาวได้สร้างภาษาของตนเองขึ้นเพื่อพูดคุยสื่อสาร และกันคนนอกกลุ่มออกไปด้วยศัพท์แสงปริศนาต่างๆ ในขณะที่ถ้าอธิบายกันแบบ JACK KEROUAC (นักเขียนกลุ่ม บีท เจนเนอเรชัน ต้นกำเนิดฮิพพี) พวก “ฮิพสเตอร์” คือ คนประเภทเดียวกันกับเขาที่ท่องตระเวนไปทั่วสหรัฐอเมริกาด้วยการโบกรถ เพื่อค้นหาตัวตนและจิตวิญญาณภายใน หรือเป็น AMERICAN EXISTENTIALIST ในกรอบอธิบายของ NORMAN MAILER(กวีชาวอเมริกัน หนึ่งในผู้เขียนสารคดีเกี่ยวกับฮิพพี) แต่พอย่างเข้าสู่ช่วงรอยต่อระหว่างศตวรรษที่ 20-21 “ฮิพสเตอร์” กลายเป็นคำที่ใช้เสียดสี หรือเหน็บแนม “เปลือกนอก” ที่ฉาบฉวยตื้นเขิน

ปัจจุบัน “ฮิพสเตอร์” ใช้เรียกคนที่ชอบทำตัวแตกต่างจากคนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งก็ดูคล้ายกับ “เด็กแนว” ที่แสดงความเป็นตัวของตัวเองผ่านการแต่งตัวเมื่อหลายปีก่อน หรือถ้าย้อนหลังไปนานกว่านี้ ก็คงคล้ายกับเหล่า “ฮิพพี” ที่สูญพันธุ์ไปหมดแล้วนั่นเอง

 

วิถีแห่ง “ฮิพสเตอร์”

การจะเป็น “ฮิพสเตอร์” นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครนึกอยากจะเป็นก็เป็นได้ เพราะนอกเหนือจากการแต่งตัวแล้ว มุมมองความคิดก็ต้องฉีกแนวตามไปด้วย

โดยพื้นฐาน “ฮิพสเตอร์” คือ กลุ่มคนที่รักธรรมชาติ ไม่สนับสนุนกิจกรรมใดๆ ที่ทำลายสิ่งแวดล้อม การรักษาสุขภาพต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง รับประทานอาหารออร์แกนิค แต่รักการดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ

“ฮิพสเตอร์” ชอบอ่านหนังสือแนวปรัชญา ชมภาพยนตร์สุดซับซ้อนที่คนทั่วไปไม่นิยม ฟังเพลงแนวที่ “ฮิพสเตอร์” เท่านั้นจะรู้สึกถึงความไพเราะ และดื่มด่ำกับงานศิลปะ ที่คนทั่วไปยากจะเข้าใจ

“ฮิพสเตอร์” ชอบของโบราณ แต่งตัวแบบวินเทจ บางคนซื้อเสื้อผ้าจากร้านขายของเก่าเท่านั้น ถ้าเป็นผู้ชายต้องไว้หนวดเครา

งานอดิเรกของ “ฮิพสเตอร์” คือการถ่ายภาพ ต้องใช้กล้องฟีล์ม แต่งภาพด้วยสีซีเปีย ชอบถ่ายภาพติดแสง ในมุมที่แปลกแตกต่าง

“ฮิพสเตอร์” นิยมเล่นสื่อออนไลน์ต่างๆ ทั้ง TWITTER, INSTAGRAM และ FACEBOOK โดยจะเขียนถ้อยคำ พร้อมโพสภาพถ่ายสไตล์ “ฮิพสเตอร์” ให้ทุกคนได้ชื่นชม

“ฮิพสเตอร์” มักมีแนวคิดทางการเมืองแบบเสรีนิยม และต้องแสดงออกว่าไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด บางคนอาจถึงขั้นชิงชังการเมืองไปเลย

โดยภาพรวม “ฮิพสเตอร์” อาจมีรสนิยม และการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันบ้างในแต่ละคน แต่ทุกคนยึดถือกฎเหล็กเดียวกัน คือ “ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นฮิพสเตอร์” บางคนถึงขนาดแสดงความดูถูกวัฒนธรรม “ฮิพสเตอร์” กันเลยทีเดียว

แต่พวกเขานั่นแหละ “ฮิพสเตอร์” ตัวจริง!

 

“ฮิพสเตอร์” ไทย

ในโลกโซเชียลเนทเวิร์ค มีการพูดถึง “ฮิพสเตอร์สไตล์ไทย” ในแง่มุมต่างๆ มากมาย และให้คำจำกัดความ “ฮิพสเตอร์” ไทยว่า ต้องขี่จักรยานแนววินเทจ นั่งร้านกาแฟเก๋ๆ ที่ไม่ใช่ร้านฟแรนไชส์ อ่านนิตยสาร KINFOLK (นิตยสารอเมริกันมาแรงที่นำเสนอภาพอาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งของภายในบ้าน พร้อมตกแต่งภาพสีโทนอบอุ่น สบายตา และโรแมนติค ผู้อ่านสามารถเข้าใจคอนเซปของภาพได้ทันที, ใช้แอพพิเคชัน VSCO CAM ในการแต่งภาพ ต้องถ่ายภาพติดแสงและถ่ายรูปครึ่งหน้า ใส่เสื้อ”แมรีอิสแฮพพี” (จากหนังแนวๆ เรื่อง MARY IS HAPPY, MARY IS HAPPY. ของผู้กำกับมาแรง เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์) ถ้าเป็นผู้ชายต้องไว้หนวดเครา หรือแต่งตัวสไตล์ย้อนยุค แทนตัวเองว่า “เรา” เลี้ยงแมว ปลูกตะบองเพชร และไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็น “ฮิพสเตอร์”

ขณะเดียวกันมีการเปิดเพจเกี่ยวกับ “ฮิพสเตอร์” ใน FACEBOOK ไว้มากมาย เช่น ฉันเป็น “HIPSTER”, IAMSUCHAHIPSTER หรือ DOESHIPSTERKILLYOURFATHER โดยเพจเหล่านี้ มีทั้งการบอกเล่าถึงความเป็นฮิพสเตอร์ รวมถึงการเสียดสี เหน็บแนม ประชดประชันเหล่าบรรดาฮิพสเตอร์กันด้วย

 

กลุ่มเป้าหมายใหม่ทางการตลาด?

จากนิยามที่ “ฮิพสเตอร์” ไม่ไหลไปตามกระแส มีความชอบส่วนตัวที่แปลกแตกต่างจากคนทั่วไป ทำให้หากมองเผินๆ อาจคิดว่า “ฮิพสเตอร์” คือคนที่ชอบอะไรง่ายๆ ธรรมดาๆ แต่เมื่อเจาะลึกแล้วอาจจะพบว่า “ฮิพสเตอร์” นี่แหละ เป็นกลุ่มคนที่ตามกระแสอย่าง “สุดโต่ง” จนมีคนตั้งข้อสังเกตว่า แท้จริงแล้ว “ฮิพสเตอร์” อาจเกิดมาจาก “การตลาด ” ก็เป็นได้

นักการตลาดหลายบแรนด์เคยประสบความสำเร็จกับการขายสินค้าให้ “ฮิพสเตอร์” มาแล้ว เช่น เบียร์ PABST BLUE RIBBON ที่โฆษณาให้เหล่า “ฮิพสเตอร์” เห็นว่า มันเหมาะกับวิถีของ “ฮิพสเตอร์” อย่างไร กระทั่งหนังสือคัมภีร์ “ฮิปสเตอร์” THE HIPSTER HANNBOOK ยกเบียร์บแรนด์นี้ให้เป็นสัญลักษณ์ประจำตัว “ฮิพสเตอร์” เลยทีเดียว

บีเอมดับเบิลยู ก็เคยทำตลาดกับกลุ่ม “ฮิพสเตอร์” เช่นกัน ด้วยการส่งรถ “มีนี” ไปร่วมเป็นสปอนเซอร์ในงานปาร์ตี NEW YORK FASHION ของเหล่าหนุ่มสาว “ฮิพสเตอร์” อเมริกัน จนประสบความสำเร็จเกินคาด
ทั้งหมดนี้เป็นข้อพิสูจน์ของนักการตลาดว่า กลุ่ม “ฮิพสเตอร์” นั้น แท้จริงแล้ว คือกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง และตามกระแสแบบสุดขีด(อย่างเงียบๆ) โดยมีหลักอยู่ว่า “ฮิพสเตอร์” จะต้องรู้สึกว่า สิ่งนั้นเกิดมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ เมื่อใช้แล้วจะแสดงตัวตนและรสนิยมที่ชัดเจน

เมื่อจับจุดได้เช่นนี้ นักการตลาดของสินค้ามากมายรวมถึงรถยนต์ จึงพากันโพกัสไปที่ “ฮิพสเตอร์” ในฐานะกลุ่มเป้าหมายใหม่ ที่นอกจากจะทำให้พวกเขาขายสินค้าได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของบแรนด์ให้ดู “เท่” ขึ้นอีกด้วย

 

พาหนะหลากหลาย สไตล์ “ฮิพสเตอร์”

“ฮิพสเตอร์” เป็นกลุ่มคนที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ตามกระแสหลัก มีจิตใจรักธรรมชาติ และนิยมความงามของศิลปะ การเลือกรถคู่ใจต้องบ่งบอกถึงรสนิยมและความเป็นตัวตนอย่างชัดเจน

การเดินทางไปไหนมาไหน ถ้าระยะทางไม่ไกลมากนัก ชาว “ฮิพสเตอร์” จะใช้จักรยานเป็นพาหนะ และต้องเป็นจักรยานที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่เกิดมาเพื่อเขาเท่านั้น เช่น จักรยานฟิกซ์เกียร์ หรือจักรยานแนววินเทจ แต่ถ้าระยะทางไกลออกไป จักรยานอาจไม่สะดวก พวก “ฮิพสเตอร์” มักนิยมมอเตอร์ไซค์บแรนด์ “เวสปา” ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเหมาะสมกับตัวตนของเขาอย่างชัดเจน

สำหรับรถยนต์ของ “ฮิพสเตอร์” นั้น ไม่มีการกำหนดอย่างชัดเจนตายตัวเฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นบแรนด์ใด “ฮิพสเตอร์” มักนิยมมีรถยนต์เอาไว้ใช้งานอย่างน้อย 2 คัน รถคันแรกเป็นรถที่บ่งบอกตัวตนของเขาได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งรถบแรนด์ โฟล์คสวาเกน และ มีนี บางรุ่น สามารถตอบโจทย์ “ฮิพสเตอร์” ได้ลงตัว “ฮิพสเตอร์” ชอบรถที่มีรูปทรงย้อนยุค ดูสวยงามคลาสสิค เช่น รถเต่าสะท้านโลกอย่าง โฟล์คสวาเกน บีเทิล รถตู้ทรงอมตะอย่างตระกูล ทรานสปอร์เตอร์ เจเนอเรชัน ที 1 และ ที 2 ในรูปแบบต่างๆ ทั้งหัวแตงโม และกระบะ รวมถึงรถ ออสติน มีนี คันเล็กน่ารัก แต่ก็ใช่ว่าจะมีเฉพาะแค่ 2 บแรนด์นี้เท่านั้น ยังมีอีกหลากหลายมากมาย แค่เป็นรถที่รูปทรงดูคลาสสิค และไม่มีใครเหมือนเป็นพอ

รถอีกคันหนึ่งที่เหล่า “ฮิพสเตอร์” ต้องมีไว้ใช้งานในชีวิตประจำวัน คือรถ “รักษาสิ่งแวดล้อม” ตามคอนเซพท์โลกสวย ซึ่งรถที่ตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุด คือ รถไฮบริด ไม่ว่ายี่ห้อไหนรุ่นใดก็ตาม ได้หมด หรือไม่ก็ต้องเป็นรถขนาดเล็กที่มีมลพิษน้อย และประหยัดน้ำมัน

 

5 รถใหม่ที่ “ฮิพสเตอร์” ต้องเหลียวหลัง

“ฟอร์มูลา” แนะนำรถยนต์ใหม่ที่มีขายในบ้านเรา ซึ่ง “เข้าทาง” เหล่า “ฮิพสเตอร์” ที่สุด

 

FORD ECOSPORT

“ฮิพเตอร์” รุ่นเล็กที่ชอบความคล่องตัวและไม่เหมือนใคร แนะนำ ฟอร์ด อีโคสปอร์ท รถสไตล์คลอสส์โอเวอร์ยกสูงขนาดเล็ก ที่ให้ความคล่องตัวสูง ทั้งในเมืองและนอกเมือง แถมมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร ให้การบริโภคเชื้อเพลิงที่ต่ำ “ฮิพสเตอร์” รุ่นใหม่ คงถูกใจไม่ใช่น้อย!

 

MAZDA 2

มาซดา 2 ใหม่ เครื่องยนต์สกายแอคทีฟ คลีน ดีเซลเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 1.5 ลิตร มีจุดเด่นเรื่องอัตราเร่งที่เร็วแรง เทียบเท่าเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ให้การเผาไหม้สมบูรณ์ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยมาตรฐาน EURO5 และปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์(CO2) ต่ำเพียง 100 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น และยังประหยัดเชื้อเพลิงมากถึง 16.3 กม./ลิตร รถรุ่นนี้ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นรถยอดฮิตอีกคันหนึ่งของ “ฮิพสเตอร์” บ้านเรา

 

MINI 5 DOOR

เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ ในงาน MOTOR EXPO 2014 ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมีนี ที่เพิ่มประตูสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพื่อการเข้าออกรถที่สะดวกขึ้น แถมยังได้ที่วางขาเพิ่มขึ้นอีก 12 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม โดยยังคงไว้ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกของมีนีเช่นเดิม สำหรับคนทั่วไปมองดูอาจรู้สึกแปลกๆ เพราะยังไม่ชินกับความยาวที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับฮิพสเตอร์แล้ว ความแปลกไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา โดยเฉพาะบแรนด์นี้เป็นบแรนด์ในฝันของเขาอยู่แล้วด้วย

 

NISSAN JUKE

จากการดีไซจ์ที่แปลกแตกต่างไม่เหมือนใคร ด้วยการออกแบบที่ลบคำจำกัดความเดิมๆ เช่น ไฟใหญ่หน้ารถทำไมต้องอยู่ในตำแหน่งบนสุด?, รถ 5 ประตูทำไมจะคล้ายรถ 3 ประตูไม่ได้? หรือ รถสไตล์คอสส์โอเวอร์ ทำไมจะทำให้ดูคล้ายรถสปอร์ทไม่ได้ คนส่วนใหญ่อาจมองว่าไม่สวย แต่สำหรับ”ฮิพสเตอร์” แล้ว นี่ละ “ทางของเขา”

 

PORSCHE CAYENNE S E-HYBRID

โพร์เช กาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด ใช้เครื่องยนต์ไฮบริดแบบคู่ขนาน อี-ไฮบริด และเทคโนโลยีแบบ PLUG-IN ให้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ 29.4 กม./ลิตร และปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 79 กรัม/กม. เป็นรถที่เสริมภาพลักษณ์สไตล์รักษ์โลกได้มาก “ฮิพสเตอร์” ที่ขับรุ่นนี้ รับรองว่า…สุด!

 

5 รถสุดเก๋า ที่ “ฮิพสเตอร์” ถวิลหา

นอกจากรถใหม่สุดแนวยังรถเก่าสุดเก๋าที่ “ฮิพสเตอร์” หลงไหลมาให้ชม

 

AUSTIN MINI

รถเล็ก น่ารัก และมีกลิ่นอายของความเป็นอังกฤษสูง จนบางคนถึงกับบอกว่า มีนี เป็นสัญลักษณ์ของแดนผู้ดี เพราะเป็นรถที่มีสายการผลิตยาวนานที่สุดในโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1959 – 2000 รวม 41 ปี ผลิตขายทั่วโลกเกือบ 10 ล้านคัน(เป็นรองแค่โฟล์คบีเทิลเท่านั้น) เหล่าฮิตสเตอร์สุดติส ต้องหามาครอบครองให้จงได้

 

FORD MUSTANG

สาวก “ฮิพสเตอร์” ที่ชอบความแรงที่ไม่เหมือนใคร ขอแนะนำ ฟอร์ด มัสแตง เจ้าหมาป่าเชื่อสายอเมริกัน ที่โด่งดังไปทั่วโลก ทั้งความแรง และเสียงเครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดดเฉพาะรุ่น FORD MUSTANG SHELBY GT350 ด้วยแล้ว ใครได้ครอบครองถือว่าไม่ธรรมดา “ฮิพสเตอร์” รุ่นเก๋าต้องห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

VOLKSWAGEN TRANSPORTER

กลายเป็นตำนานไปแล้ว สำหรับ โฟล์คสวาเกน ทรานสปอร์เตอร์ เจเนอเรชัน T1 และ T2 ที่ใครเห็นเป็นต้องหลงไหล จากรูปทรงที่คลาสสิค ไม่มีวันเก่า ทั้งทรงแวน และทรงกระบะ รถรุ่นนี้ถือกำเนิดขึ้นจากแบบร่างหยาบๆ ด้วยฝีมือของ BEN PON ซีเนียร์นักธุรกิจชาวดัทช์ในช่วงยุคทศวรรษ 1940 และได้ผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1949 รวมระยะเวลาจนถึงปัจจุบัน T5 (ปี2013) เป็นเวลายาวนานถึง 64 ปี สำหรับฮิพสเตอร์แล้ว รุ่นนี้ถือเป็นรถ “ในฝัน” เลยก็ว่าได้

 

VOLKSWAGEN BEETLE

“ฮิพสเตอร์” ที่ชอบรถแนววินเทจ และคลาสสิค โฟล์คสวาเกน บีเทิล รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้หมด ชื่อเสียงของ บีเทิล โด่งดังตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เดิมทีเป็นรถราคาประหยัดเพื่อให้คนทั่วไปสามารถซื้อหาได้ ปัจจุบันกลายเป็นรถคลาสสสิคที่ต้องมีไว้ครอบครอง เนื่องจากรูปทรงที่ดูแปลกตา คนไทยนิยมเรียก “รถเต่า” สำหรับ “ฮิพสเตอร์” ตัวพ่อต้องมีรถรุ่นนี้ไว้ในครอบครอง

 

VOLKSWAGEN KARMANN GHIA

โฟล์คสวาเกน คาร์มาน เกีย นับเป็นรถคลาสสิคทรงคูเป(COUPE) ที่ดูร่วมสมัยอย่างมาก เปิดตัวครั้งแรกในปี 1953 และออกขายในปี 1955 ซึ่งในปีนั้นเองสามารถขายได้สูงถึง 10,000 คันเลยทีเดียว คาร์มาน เกีย มีความสวยงามตั้งแต่หัวจดท้าย รถรุ่นนี้ถือเป็น “ที่สุด” อีกหนึ่งคันของ “ฮิพสเตอร์”

 

ขอขอบคุณ
ร้านรถถังกระดาษ (https://facebook.com/hatgodown)
ร้านขายเสื้อ SMALLSHOP (https://facebook.com/smallshop)



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการบทความและสารคดี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2558
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/5I518

Follow autoinfo.co.th