บทความ

พรศริน เมธีวัชรานนท์


รถยนต์จากประเทศอิตาลี ยังคงรักษาฐานลูกค้าในประเทศไทยไว้ได้อย่างต่อเนื่อง และได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ปรับขึ้น จึงทำให้ราคารถนำเข้าสูงขึ้น “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ พรศริน เมธีวัชรานนท์กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มไพร์ มอเตอร์ สปอร์ต จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ มาเซราตี และ อบาร์ธ ผู้ผลิตชุดตกแต่งและปรับทูนสมรรถนะเครื่องยนต์จากอิตาลี

 

ฟอร์มูลา : บริษัท เอ็มไพร์ มอเตอร์ สปอร์ต จำกัด เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่เมื่อไร ?

พรศริน : บริษัท ฯ เริ่มก่อตั้งในปี 2537 โดยเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ มาเซราตี จนถึงปัจจุบันดำเนินการมากกว่า 14 ปี ซึ่งแต่เดิม คุณแม่ และพี่ชายจะเป็นคนบริหาร ส่วนตัวเราเอง เพิ่งจะมาดูแลเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ตอนนั้นยังไม่มีพื้นฐานเรื่องรถเลย จึงต้องไปศึกษาข้อมูลกับบริษัทแม่ที่ประเทศอิตาลี ได้ฟังเรื่องราวในอดีต ไปดูการผลิต แผนการตลาด ปัจจุบันเกิดความผูกพันมีเลือดสีน้ำเงินอย่างเต็มตัว

 

ฟอร์มูลา : หลังจากได้เข้ามาบริหารบริษัท ฯ รู้สึกอย่างไรกับ มาเซราตี ?

พรศริน : ตอนแรกมีความรู้สึกเพียงว่า มาเซราตี เป็นพาหนะ ที่จะทำให้เราเดินทางจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง แต่เมื่อเข้ามาบริหาร ดูแลรถยี่ห้อนี้ ตอนนี้เลยกลายเป็นความผูกพัน เหมือนกับว่า รถยนต์ มาเซราตี เป็นลูก อยากทำทุกอย่างให้เขาเติบโตมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะจากในอดีตที่เราไม่เคยรู้เรื่องรถยนต์เลย แต่สามารถฟันฝ่าอุปสรรคในหลายๆ ด้านมาจนถึงจุดนี้ได้ ทำให้รู้สึกภูมิใจในตัวเอง และบแรนด์ ที่สามารถอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์ในเมืองไทยมาจนถึงปัจจุบัน

 

ฟอร์มูลา : ภาพรวมบริษัท ฯ ในปี 2557 เป็นอย่างไรบ้าง ?

พรศริน : ปี 2557 มียอดขายประมาณ 40 กว่าคัน ที่จริงตลาดเพิ่งจะมาเงียบเมื่อ 2 เดือนสุดท้ายของปี เพราะช่วงกลางปีตลาดยังคึกคักอยู่ ซึ่งจะว่าไปแล้วตลาดในปี 2557 ในทุกเซกเมนท์ค่อนข้างจะฝืด อีกทั้งภาพโดยรวมเศรษฐกิจในต่างประเทศ ก็ส่งผลไม่ดีนัก ตลาดหุ้นก็ซบเซา ทิศทางการเติบโตจึงมองเห็นไม่ชัดเจน เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าของรถยนต์ มาเซราตี จะเป็นกลุ่มนักธุรกิจที่จะให้รางวัลแก่ตัวเอง จึงชะลอการซื้อไปบ้าง
นอกจากนี้ตลาดรถยนต์นำเข้า ยังได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ภาษีนำเข้ารถยนต์ในปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์ต้องมีการปรับราคาจำหน่ายใหม่ ซึ่งราคาที่เพิ่มสูงขึ้น มีผลให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อ ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายหยุดทำตลาดรถยนต์ในบางรุ่น

อย่างไรก็ตามการปรับราคาใหม่ จะส่งผลกระทบกับการขายในอนาคตแน่นอน ซึ่งทำให้เป้าหมายที่เคยวางไว้อาจจะต้องมีการทบทวน ดูการตอบรับในงาน MOTOR EXPO เรื่อยไปจนถึงไตรมาสแรกของปี ว่าตลาดจะเป็นอย่างไร และเราจะต้องวางแผนรับมือเพิ่มเติมในรูปแบบไหน

 

ฟอร์มูลา : วางทิศทางรถยนต์ มาเซราตี ในประเทศไทยไว้อย่างไร ?

พรศริน : ปัจจุบันบริษัทแม่มีความพร้อมมากขึ้น ซึ่งจากเดิมจะมีรถจำหน่ายอยู่แค่ 2 รุ่น บริษัท ฯ ในฐานะตัวแทนจำหน่ายของประเทศไทย จำเป็นต้องวางแผนการตลาด และรุกตลาดให้เข้ากับวิถีของบริษัทแม่ โดยคาดว่าในอนาคต บริษัทแม่คงต้องมีการปรับแผนการตลาดและทิศทางของรถยนต์แต่ละรุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับตลาดทั่วโลก ดังจะเห็นได้จากที่ผ่านมา ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 31″ บริษัท ฯ ได้เปิดตัว มาเซราตี กีบลี เครื่องยนต์ดีเซล ที่ถือว่าตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น

สำหรับในอนาคต ตั้งเป้าการขาย ต้องการมียอดจำหน่ายเกือบ 100 คัน แต่ต้องดูการตอบรับของคนไทยด้วยว่าจะเป็นอย่างไร เพราะถ้าแนวโน้มของภาษีไม่มีการเปลี่ยนแปลง และ มาเซราตี มีรถไฮบริดที่มีราคาแข่งขันกับค่ายรถคู่แข่งในระดับเดียวกันได้ ก็จะทำให้ มาเซราตี สามารถสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้นได้ เพราะตอนนี้ตลาดใหญ่ที่สุดของ มาเซราตี อยู่ที่ประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา โดยทั้ง 2 ประเทศนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องลดภาวะโลกร้อน ซึ่งถ้าแนวโน้มเป็นไปในทิศทางนี้ มาเซราตี ก็จะต้องไปแนวทางนั้นอยู่แล้ว

 

ฟอร์มูลา : กลยุทธ์ที่ใช้ในการกระตุ้นตลาดเป็นอย่างไร ?

พรศริน : สถานการณ์ตอนนี้ ต้องตั้งรับมากกว่า เพราะยังไม่มีดีมานด์ที่มีกำลังซื้อ เราต้องปรับเปลี่ยนตามผู้บริโภค เน้นการตลาดไปยังผู้ที่ชื่นชอบในรถอิตาลีจริงๆ ว่า มาเซราตี เน้นที่พโรดัคท์ ถ้าได้ทดลองขับแล้วชอบ ก็จะหลงใหลไปเลย มาเซราตี เหมือนผู้หญิงสวยแปลกที่รอคอยการมีคู่ พอเจอแล้ว ก็เป็นเนื้อคู่กันเลย

 

ฟอร์มูลา : จุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่งคืออะไร ?

พรศริน : จุดเด่นของ มาเซราตี อยู่ที่เรื่องของความสวย มีดีไซจ์นโดดเด่น และความสนุกสนานในการขับขี่ ด้วยความที่เป็นรถอิตาลี เน้นความหรูหรา มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปี สำหรับประเทศไทยก็มีมากว่า 20 ปี แล้ว ฉะนั้นในเรื่องฐานลูกค้า ก็เป็นข้อได้เปรียบอยู่เหมือนกัน

 

ฟอร์มูลา : จุดอ่อนที่ต้องเร่งพัฒนาคืออะไร ?

พรศริน : คุณภาพ ความสวย หรือ ดีไซจ์น เรามองว่า มาเซราตี ไม่ได้เป็นรองบแรนด์ใดแน่นอน แต่เรื่องของราคา มองว่าบแรนด์อื่นมีรถไฮบริดหมดแล้ว เนื่องจากนโยบายด้านภาษี ทำให้มีราคาที่ถูกกว่า แต่ มาเซราตี ยังไม่มีตรงนั้น จึงถือเป็นจุดอ่อนในเรื่องของราคา แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ เพราะแนวโน้มทั้งโลกมาทางนี้ ซึ่งถ้าเราจะทำ ก็ทำได้ทันทีอยู่แล้ว และอีกอย่าง คือ มาเซราตี เป็นรถนำเข้า จึงมีในส่วนของภาษีนำเข้า ก็คงจะไปสู้ค่ายรถหรูจากเยอรมนี ที่ผลิตในประเทศไทยไม่ได้

 

ฟอร์มูลา : ในอนาคตจะมีการลงทุนเพิ่มเติมหรือไม่ ?

พรศริน : ปี 2557 เศรษฐกิจประเทศไทยตกต่ำลงมาก หลายคนยังไม่รู้ว่าจะไปในทิศทางใด ต้องรอดูก่อนว่า กำลังซื้อจะเป็นไปในทิศทางไหน ตอนนี้ มาเซราตี มีโชว์รูม 2 แห่ง คือ ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน พร้อมการปรับโฉมใหม่ ใช้เงินลงทุนไปกว่า 10 ล้านบาท ส่วนอีกแห่งหนึ่งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ส่วนการขยายโชว์รูมแห่งใหม่ หรือแต่งตั้งดีเลอร์ คงต้องรอดูอีกสักระยะหนึ่งก่อน

นอกจากนี้ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว บริษัท ฯ ได้มีการเจรจากับกลุ่ม เฟียต กรุพ ที่จะนำเข้า อบาร์ธ มาจำหน่ายควบคู่กับ มาเซราตี โดยมองว่า อบาร์ธ จะเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมในตลาดเมืองไทย แต่เนื่องจากปัจจุบัน เฟียต กรุพ มีปัญหาเรื่องของเอกสาร จึงยังไม่ได้มีการขยายตลาดในส่วนของ อบาร์ธ

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้บริษัท ฯ ยังคงเน้นการสร้างบแรนด์ มาเซราตี ให้มีภาพลักษณ์ และการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้ด้วยการสร้างจุดแข็งของสินค้า และกลยุทธ์ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้น

 

ฟอร์มูลา : ปัจจุบัน มาเซราตี ได้รับการตอบรับอย่างไรบ้าง ?

พรศริน : ลูกค้าให้การตอบรับค่อนข้างดี มียอดจองที่น่าพอใจ ถือว่าตัวเลขเป็นไปในทิศทางที่บริษัท ฯ อยากจะเห็น ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่เป็นเพราะเราคนเดียว แต่เนื่องจากทางบริษัทแม่ด้วย ที่มีการพัฒนารถยนต์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น เสียงตอบรับในประเทศค่อนข้างดี อย่าง มาเซราตี กีบลี ก็เป็นที่นิยม และได้เห็นกลุ่มลูกใหม่ๆ มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังมีลูกค้ากลุ่มเก่า ที่ซื้อรถคันที่ 2 และ 3 ผลตอบรับดี ซึ่งบริษัท ฯ คิดว่าหากมีการขยายรุ่นใหม่ในตลาด คงจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั้งเก่าและใหม่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

 

ฟอร์มูลา : ปี 2558 วางนโยบายไว้อย่างไร ?

พรศริน : ในปีนี้บริษัท ฯ วางแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ได้แก่ มาเซราตี กวัตตโรโปร์เต ดีเซล 330 แรงม้า และรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นมาเพียง 100 คันในโลก รุ่น กวัตตโรโปร์เต เซนยา ที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์ 1 คัน โดยจะเปิดตัวในไตรมาสแรกของปี 2558

สำหรับในช่วงไตรมาส 2-3 จะเปิดตัว กรันตูริสโม สเปเชียล เอดิชันที่ได้รับสิทธิ์ 2 คัน และในช่วงปลายปีจะเปิดตัวอีก 2 รุ่น

บริษัท ฯ ได้วางแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะมีการปรับราคา ขณะที่อีกหนึ่งบแรนด์ คือ อบาร์ธ ที่บริษัท ฯ ได้ดูแลเรื่องบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการ และก่อนหน้านี้ได้มีการจำหน่ายรถออกไปแล้วกว่า 10 คัน แม้จะยังไม่ได้ทำตลาดอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตามราคาของ อบาร์ธ ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 2.65-2.75 ล้านบาท และจะปรับขึ้นนั้น ทำให้บริษัท ฯ ต้องมีการปรับยอดขายใหม่อีกครั้ง จากภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากเกิน 3 ล้านบาท สำหรับรถขนาดเล็ก คาดว่าจะทำตลาดยาก

 

ฟอร์มูลา : แผนการตลาดในปีนี้ จะเน้นหนักไปที่จุดใด ?

พรศริน : จะเน้นหนักไปที่การเข้าหากลุ่มเป้าหมายโดยตรง ผ่านกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีระหว่างรถ มาเซราตี กับลูกค้า นอกจากนั้น การนำเสนอราคารถเริ่มต้น พร้อมทั้งการเพิ่มออพชันต่างๆ ในรถแต่ละรุ่นตามความต้องการของลูกค้า

นอกจากนี้ยังเน้นการตลาดผ่านสื่อหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นนิตยสาร สื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อจะให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง แต่หลังจากนี้เราจะเข้าหาลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสโดยตรงกับรถ มาเซราตี ไม่เพียงเท่านั้นรถของเราทุกรุ่น ลูกค้าสามารถที่จะเลือกออพชันต่างๆ ตามมาตรฐานโรงงานประกอบ และยังได้รับสิทธิ์วารันตี 3 ปีจากโรงงาน



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : สายชล อรรถาเวช
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2557
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/DJ7NM
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง