บทความ

ปากกาคมกว่าอาวุธ


มือปืนสองพี่น้องก่อการร้ายในกรุงปารีส บุกเข้ากราดยิงสำนักพิมพ์ “ชาร์ลี เอบโด” นิตยสารรายสัปดาห์ เมื่อต้นปีใหม่ มีผู้เสียชีวิต 12 รายรวมทั้ง บรรณาธิการ และนักเขียนการ์ตูนของนิตยสาร นับเป็นเหตุการณ์ที่โลกไม่ยอมรับ วิธีการอันรุนแรงในการแก้ปัญหา

นิตยสาร “ชาร์ลี เอบโด” เป็นนิตยสารประเภทล้อเลียน (SATIRIC) เหน็บแนม เสียดสี สังคมโลกตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไป คนฝรั่งเศสพร้อมใจกันแสดงความเป็นเอกภาพ ต่อสู้การที่เสรีภาพถูกปราบปรามด้วยอาวุธ เข้าทำนองไม่มีอาวุธใดเหนือกว่าปากกา

คนฝรั่งเศสมากกว่า 1.5 ล้านคนออกมาชุมนุมประท้วง ด้วยคำว่า “ข้าคือชาร์ลี” (JE SUIS CHARLIE)
สามวันหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถจับตายมือปืนทั้งสองพี่น้องได้ ที่ ซูเพอร์มาร์เกทสำหรับชาวยิว ซึ่งมีมือปืนอีกหนึ่งรายก่อเหตุฆ่าคน

หวังว่าเพื่อนคงรู้จัก วัลแตร์ นักปรัชญาและนักเขียนเจ้าของคำว่า ปากกาคมกว่าอาวุธ ชาวฝรั่งเศส

คริสต์ศตวรรษที่ 18 ศตวรรษสุดท้ายของสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในฝรั่งเศส ระบอบศักดินา ซึ่งมีเจ้าและพระ เป็นอภิสิทธิ์ชนมานานหลายร้อยปี ถูกท้าทายด้วยแนวคิดใหม่ ที่เสนอโดยปัญญาชนของกลุ่มคนสามัญ อันเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ

ปัญญาชนเหล่านี้เรียกตนเองว่า “นักปรัชญา” (lES PHILOSOPHES) สิ่งที่นักคิดนักเขียนกลุ่มดังกล่าวสนใจนั้น มิใช่เพียงความคิดนามธรรม หากแต่เน้นการนำเอาหลักเหตุผลนิยม ตามแบบวิทยาศาสตร์ มาใช้วิเคราะห์วิจารณ์การปกครอง สถาบันศาสนา ระบบเศรษฐกิจ และขนบธรรมเนียมประเพณี

อีกทั้งยังเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชน พวกเขาภูมิใจในแนวคิดก้าวหน้าของตน เรียกขานมันว่า “ความรู้แจ้ง” หรือ “แสงสว่าง” (lES LUMIERES) วัลแตร์ (VOLTAIRE) เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในความเคลื่อนไหวดังกล่าว

บุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่ สังกัดอยู่ในชนชั้นกระฎุมพี (lA BOURGEOISIE) หรือชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นสามัญชนระดับผู้มีอันจะกิน เติบโตจากการค้าขาย และอาชีพอิสระต่างๆ (เช่น แพทย์ หมอความ ครู ฯลฯ)

คนฝรั่งเศสวันนี้ มิใช่ วัลแตร์ แต่เป็นคนที่อยู่ในความเศร้าสลด กับเหตุการณ์การก่อการร้ายที่ไม่ยุติธรรม โดยเฉพาะการคุกคามเสรีภาพของปากกา คำว่า “JE SUIS CHARLIE” กลายเป็นคำที่แพร่หลาย ถูกส่งต่อๆ กันนับล้านล้านครั้ง ภายในเวลาไม่นานหลังเหตุสยองขวัญ

นิตยสาร ชาร์ลี เอบโด มักเป็นชนวนความขัดแย้งอยู่บ่อยๆ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2554 สำนักงานมีเหตุถูกปาด้วยระเบิดเพลิง

สองปีที่แล้ว สเตฟาเน ชาร์บงนิเยร์ บรรณาธิการ “ชาร์ลี เอบโด” ที่ถูกยิงตายคาสำนักงาน เคยขอยืมคำพูดของ เช กูวารา นักปฏิวัติแห่งละตินอเมริกาที่ว่า

““ข้าขอยืนตาย ดีกว่ามีชีวิตอยู่ด้วยการคุกเข่า””

คำพูดประโยคนี้ เพื่อนๆ ของ ชาร์บงนิเยร์ เห็นพ้องต้องกันว่า ถ้าจะต้องฝังศพ ชาร์บงนิเยร์ เมื่อใด ก็จะคัดลอกคำพูดนี้วางไว้ที่ปากหลุม

ความเป็นเอกภาพของชนชาติฝรั่งเศส ถือเป็นภาพอันงดงามแห่งการต่อสู้กับความรุนแรงในศตวรรษนี้…!



------------------------------
เรื่องโดย : สยาม เมืองยิ้ม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2558
คอลัมน์ : ระหว่างเพื่อน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/pPuuE

Follow autoinfo.co.th