บทความ

TESLA MODEL X


ยอดขายของ SUV (SPORT UTILITY VEHICLE) หรือ “รถกิจกรรมกลางแจ้ง” กำลังเบ่งบานไปทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดรถยนต์รายใหญ่อันดับ 1 และอันดับ 2 ของโลก คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน และสหรัฐอเมริกา ขอยกประเทศหลังเป็นตัวอย่าง ข้อมูลล่าสุดซึ่งบังเกิดขึ้นในช่วง 4 เดือนแรกของปีวานรได้แก้ว (มกราคม-เมษายน 2016) และไปพบเข้าโดยบังเอิญในเวบไซท์ www.goodcarbadcar.net ปรากฏว่าตลาดรถยนต์ในเมืองคาวบอยสามารถขายรถใหม่ทุกประเภทได้รวมทั้งสิ้น 5,596,094 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 จากยอดขาย 5,411,242 คัน ที่ทำได้ในช่วงเดียวกันเมื่อปี 2015 ในจำนวนนี้มีอยู่มากถึง 2,090,736 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 9.0 จากตัวเลขในช่วงเดียวกันเมื่อปี 2015 ที่เป็น SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้ง และเมื่อแยกยอดขายตามรุ่นของรถก็พบว่า รถขายดีที่สุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย โตโยตา รัฟโฟร์ (TOYOTA RAV4) 106,274 คัน ฮอนดา ซีอาร์-วี (HONDA CR-V) 100,101 คัน ฟอร์ด เอสเคพ (FORD ESCAPE) 95,514 คัน นิสสัน รก (NISSAN ROGUE) 92,209 คัน และ ฟอร์ด เอกซ์พลอเรอร์ (FORD EXPLORER) 86,961 คัน

 

เดือนนี้เป็นอีกเดือนหนึ่งที่ “ระเบียงรถใหม่” นำเสนอแต่เรื่องราวของ SUV หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งล้วนๆ ไม่มีรถประเภทอื่นปะปนมาด้วยเลย และขอเปิดระเบียงด้วยรถพลังไฟฟ้า เทสลา โมเดล เอกซ์ (TESLA MODEL X) ซึ่งหน้าตาและรูปทรงองค์เอวเห็นแล้วไม่อยากเชื่อว่าเป็นรถกิจกรรมกลางแจ้ง

 

TESLA MODEL X 10

 

เป็นรถซึ่งออกแบบและพัฒนาที่ศูนย์ออกแบบของค่าย เทสลา มอเตอร์ส (TESLA MOTORS) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองลอสแองเจลิสในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยใช้ชิ้นส่วนหลายชิ้นร่วมกันกับรถที่เกิดก่อน คือ รถซีดานขนาดใหญ่ติดป้ายชื่อ เทสลา โมเดล เอส (TESLA MODEL S) ซึ่งเริ่มจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2012 คนรักรถในเมืองมะกันได้สัมผัสรถแบบใหม่นี้เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2012 อันเป็นช่วงเวลาที่ค่าย เทสลา มอเตอร์ส นำรถคันต้นแบบออกอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่ศูนย์ออกแบบซึ่งตั้งอยู่ในลอสแองเจลิสดังกล่าวข้างต้น พร้อมคำประกาศยืนยันว่าจะเริ่มส่งรถให้แก่ผู้สั่งจองได้ตอนต้นปี 2014 อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลายอย่างเกี่ยวกับประตูข้างและการระบายความร้อนของมอเตอร์เมื่อมีการพ่วงท้าย ทำให้กำหนดการดังกล่าวต้องเลื่อนออกไป และจำเป็นต้องรอจนถึงวันอังคารที่ 29 กันยายน 2015 นั่นแหละ การเปิดตัวอย่างสมบูรณ์แบบและการส่งรถให้แก่ลูกค้าผู้สั่งจองจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับการประกาศเกียรติคุณอย่างอหังการว่าเป็น THE SAFEST, FASTEST AND MOST CAPABLE SPORT UTILITY VEHICLE IN HISTORY หรือรถกิจกรรมกลางแจ้งที่ปลอดภัยที่สุดและทำอะไรได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ไม่ได้บอกไว้ด้วย ก็คือ เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งแบบเดียวในปัจจุบันที่ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์แบบใดๆ เพราะติดตั้งระบบขับเคลื่อนทุกล้อด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด ทำงานร่วมกับแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ระบายความร้อนด้วยของเหลว ขนาด 75 กิโลวัตต์ชั่วโมง (75 KWH) หรือ 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง (90 KWH)

 

TESLA MODEL X 11

 

ตัวถังอลูมิเนียมเสริมความแข็งแรงด้วยเหล็กกล้า ซึ่งยาว 5.037 ม. กว้าง 2.070 ม. (เมื่อพับกระจกข้าง) และสูง 1.684 ม. วางตัวอยู่บนช่วงฐานล้อยาว 2.964 ม. และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านที่เยี่ยมยอดมาก คือ ต่ำเพียง 0.24 หรือต่ำกว่ารถกิจกรรมกลางแจ้งทุกรุ่นทุกแบบที่มีขายในสหรัฐอเมริกาขณะนี้ รูปทรงองค์เอวของตัวถังมีจุดเด่นสะดุดตาสะดุดใจอยู่ไม่กี่จุด จุดสำคัญที่สุด คือ ประตูข้างที่ดูผิดแปลกไปจากรถทุกคันที่วิ่งอยู่บนพื้นโลก กล่าวคือ ประตูคู่หน้าเป็นประตูติดบานพับที่เปิดไปข้างหน้าเหมือนประตูรถทั่วไป แต่คู่หลังเป็นประตูปีกเหยี่ยว (FALCON-WING DOORS) ที่ผู้ผลิตยืนยันว่าทำให้เข้าออกรถได้ง่ายกว่าประตูปีกนกนางนวล (GULL WING DOORS) ภายในห้องโดยสารซึ่งติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว นั่งได้ 6 หรือ 7 คน มีระบบ ULTRASONIC SENSOR ซึ่งสามารถมองทะลุโลหะ ช่วยป้องกันไม่ให้ประตูปีกเหนี่ยวกระทบกระแทกสิ่งกีดขวางใดๆ ขณะที่เปิดหรือปิด และมีระบบกรองอากาศ HEPA FILTER อย่างที่ใช้อยู่ในโรงพยาบาล สามารถตรวจจับได้หากมีไวรัส แบคทีเรีย ไข่ของแบคทีเรีย หรือสปอร์ของพืชชนิดใดๆ หลุดรอดหรือรุกล้ำเข้าไปในห้องโดยสาร

 

มีรถให้เลือกใช้ 3 โมเดล คือ TESLA MODEL X 75D ซึ่งค่าตัวเริ่มต้นที่ 81,200 เหรียญสหรัฐฯ หรือเท่ากับประมาณ 2.84 ล้านบาทไทย TESLA MODEL X 90D ซึ่งค่าตัวเริ่มต้นที่ 96,700 เหรียญสหรัฐฯ หรือเท่ากับประมาณ 3.38 ล้านบาทไทย และ TESLA MODEL X P90D ซึ่งค่าตัวแพงที่สุด คือ เริ่มต้นที่ 116,700 เหรียญสหรัฐฯ หรือเท่ากับประมาณ 4.08 ล้านบาทไทย

 

โมเดลแรก คือ TESLA MODEL X 75D ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 193 กิโลวัตต์/259 แรงม้า จำนวน 2 ชุด ชุดหนึ่งขับล้อคู่หน้าอีดชุดขับล้อคู่หลัง และใช้แบทเตอรีขนาด 75 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งประจุไฟแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลประมาณ 380 กม. สามารถทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 6.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 209 กม./ชม. (130 ไมล์/ชม.)

 

โมเดลถัดมา คือ TESLA MODEL X 90D ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ชุดเหมือนโมเดลแรก แต่เพิ่มขนาดแบทเตอรีเป็น 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง ประจุไฟแต่ละครั้งจะวิ่งได้ไกลประมาณ 415 กม. อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ทำได้ใน 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 249 กม./ชม. (155 ไมล์/ชม.)

 

ส่วนโมเดลหัวกะทิ คือ TESLA MODELX P90D ซึ่งเน้นสมรรถนะ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 193 กิโลวัตต์/259 แรงม้าขับล้อคู่หน้า ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 375 กิโลวัตต์/503 แรงม้าขับล้อคู่หลัง และติดตั้งแบทเตอรีขนาด 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง ประจุไฟแต่ละครั้งจะวิ่งได้ไกลประมาณ 400 กม. อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ทำได้ในเวลา 3.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 249 กม./ชม. (155 ไมล์/ชม.)

 

การประจุไฟแบทเตอรีทั้ง 2 ขนาดนี้สามารถทำได้หลายวิธี คือ ประจุไฟที่บ้านด้วยไฟบ้าน ประจุไฟระหว่างการเดินทางที่ศูนย์ประจุไฟซึ่ง เทสลา มอเตอร์ส สร้างขึ้นและเรียกชื่อว่า SUPERCHARGER STATION หรือสถานีซูเพอร์ชาร์เจอร์ และประจุไฟเมื่อถึงจุดหมายปลายทางด้วยไฟบ้านเหมือนวิธีแรก

 

ค่าไฟฟ้าที่ใช้ในการประจุไฟแบทเตอรีนี้ ค่าย เทสลา ให้ข้อมูลว่า การประจุไฟเพื่อให้รถวิ่งได้ไกล 40 ไมล์ หรือเท่ากับประมาณ 64 กม. ด้วยไฟบ้าน 240 โวลท์ 48 แอมพ์ จะใช้เวลา 1 ชั่วโมง 19 นาที และเสียค่าไฟ 1.82 เหรียญสหรัฐฯ หรือเท่ากับประมาณ 64 บาทไทย เมื่อคิดว่าปริมาณไฟฟ้า 1 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือ 1 หน่วย มีราคา 0.12 เหรียญสหรัฐฯ หรือเท่ากับประมาณ 4.20 บาทไทย จึงคำนวณได้ว่าการใช้รถไฟฟ้าแบบนี้จะเสียค่าพลังงานกิโลเมตรละแค่ 1 บาทเท่านั้นเอง ในเมืองไทยเราค่าไฟฟ้าที่ซื้อจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะย่อมเยากว่านี้นิดหน่อย คือ ไม่ถึง 4.00 บาท/หน่วย ในกรณีประจุไฟที่สถานีซูเพอร์ชาร์เจอร์จะใช้เวลาเพียง 7 วินาที และไม่ต้องเสียค่าไฟ ปัจจุบันทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปยุโรป และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค มีสถานีเติมไฟที่ว่านี้อยู่แล้วมากกว่า 3,000 แห่ง

 

TESLA MODEL X

รถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์พลังไฟฟ้า
ขนาดตัวถัง 5.037×2.070×1.684 ม.
มอเตอร์ไฟฟ้า 193 และ 375 กิโลวัตต์
ความเร็วสูงสุด 209-249 กม./ชม.
ราคาเริ่มต้น 81200 เหรียญสหรัฐฯ


------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา และผู้จัดงาน
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2559
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/T5MPS
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th