บทความ

โพร์เช 918 สไปเดอร์


นิยามของคำว่า “ซูเพอร์คาร์” และ “ความประหยัด” เป็นสิ่งที่เข้ากันไม่ได้โดยสิ้นเชิง แต่สิ่งเหล่านี้กำลังจะเปลี่ยนไป !?! เมื่อ โพร์เช 918 สไปเดอร์ ได้ผสมผสานระหว่างสมรรถนะในระดับสุดยอด และการประหยัดเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยม ครั้งนี้เรามาทดสอบซูเพอร์คาร์ระบบไฮบริดที่สนาม VAIRANO ประเทศ อิตาลี ถ้าให้พูดสั้นๆ ต้องบอกว่า ผลลัพธ์ที่ได้มา ทำเอาทีมทดสอบ “อึ้งกิมกี่” กันเป็นทิวแถว

 

918 สไปเดอร์

เครื่องยนต์ :     เบนซิน 4,593 ซีซี
กำลังสูงสุด :    600 แรงม้า
ขุมกำลัง :        เครื่องยนต์เบนซิน + มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ลูก
กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบ :    885 แรงม้า
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามที่ผู้ผลิตระบุ :    32.3 กม./ลิตร
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจากการทดสอบ :     22.0 กม./ลิตร
คู่แข่ง :            แฟร์รารี ลาแฟร์รารี และ แมคลาเรน พี 1

 

918 สไปเดอร์ ยานยนต์ในยุคหน้า ที่ผสมกลิ่นอายแบบดั้งเดิมเข้าไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น การเปิดประตูโดยยังใช้กุญแจไข สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า 918 เสนอเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ควบคู่กับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่คุ้นเคย มันคือ ซูเพอร์คาร์ที่มีความล้ำสมัย และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีมาก

รถรุ่นนี้ออกแบบใหม่หมดจด 918 สไปเดอร์ แสดงให้เห็นถึงจุดเด่นสำคัญของระบบไฮบริด ในระดับที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ด้วยพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมของความประหยัด และสมรรถนะ โดยไม่ต้องรักพี่เสียดายน้อง

 

ขุมกำลัง 3 รูปแบบเป็นหนึ่งเดียว

แม้ว่าราคาค่าตัวของรถรุ่นนี้ จะอยู่ในระดับที่สูงลิบลิ่ว แต่อย่าแปลกใจ หากพบว่าการตกแต่งภายในกลับไม่มีความหรูหราให้เห็นเท่าใดนัก ห้องโดยสารของสปอร์ทไฮบริดคันนี้ เน้นหนักที่ความโฉบเฉี่ยวตามแบบฉบับของความเป็นรถธงจากค่าย โพร์เช ดังนั้นการออกแบบจึงอยู่บนพื้นฐานของการใช้งาน และน้ำหนักที่เบา

เมื่อขึ้นมานั่งบนเบาะผู้ขับ ไม่นานนัก เราก็พบกับความคุ้นเคยของอุปกรณ์พื้นฐานจำนวน 3 รายการด้วยกัน คอนโซลกลางติดตั้งปุ่มปรับการทำงานของระบบปรับอากาศ ระบบความบันเทิง และเนวิเกเตอร์ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันบนท้องถนน จอแสดงภาพของแผนที่ ติดตั้งบริเวณตรงกลางคอนโซล มองเห็นเด่นชัด ขณะแล่นอยู่ เครื่องยนต์ วี 8 สูบ และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันอย่างเงียบเนียน อารมณ์ความ “ดิบห้าว” ของ 918 มีให้สัมผัสได้จากการใช้วัสดุ คาร์บอนไฟเบอร์ มีแรงสะเทือน และเสียงรบกวนเพียงเล็กน้อย อาจเป็นสิ่งที่กวนใจอยู่บ้าง แต่สำหรับผู้ที่หลงใหลได้ปลื้มกับสมรรถนะการขับขี่อันดุดันแล้ว เรื่องนี้คงเป็นสิ่งเล็กน้อยเท่านั้น

ปุ่มปรับระบบการทำงานของเครื่องยนต์ ติดตั้งบริเวณฝั่งขวาของพวงมาลัยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในโหมดปกติ 918 สไปเดอร์ จะตอบสนองได้อย่างเหมาะสม และปลดปล่อยพละกำลังอย่างพอเหมาะ โดยไม่ต้องพึ่งพาการบังคับควบคุมของผู้ขับมากเกินไป ทำให้ผู้ขับมีสมาธิอยู่บนท้องถนนได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อปรับการตอบสนองให้ดุดันขึ้น มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์สันดาป วี 8 สูบ จะเปลี่ยนบทบาทการขับเคลื่อนของกันและกัน และเมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนๆ รวมถึงระบบไฮบริด เครื่องยนต์จะทำงานเมื่อต้องการเรี่ยวแรงขณะเค้นอัตราเร่งเท่านั้น ในขณะที่โหมด สปอร์ท และ เรศ เครื่องยนต์เบนซิน จะเป็น “พระเอก” ทันที โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกำลังเสริม บุคลิกความเป็นรถสปอร์ทกำลังสูงจากเครื่องยนต์ วี 8 สูบ จะฉายแววเด่นขึ้นมาทันใด ความดุดันแบบไม่ต้องรอรอบของเครื่องยนต์แบบไร้ระบบอัดอากาศ แต่รถคันนี้ยังมีทีเด็ดมากกว่านั้น

ตามปกติแล้วเครื่องยนต์พ่วงเทอร์โบ มักจะมีอาการรอรอบให้เห็น แม้ปัจจุบันจะมีการแก้จุดอ่อนดังกล่าวไปบ้างแล้วก็ตาม แต่สำหรับ 918 มีการตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ฉับไว ทันทีที่กดคันเร่ง ขุมกำลังทั้ง 3 รูปแบบทำงานร่วมกันอย่างเรียบเนียนเป็นหนึ่งเดียว สิ่งที่กล่าวมาฟังดูเหลือเชื่อ โดยเฉพาะผู้ที่คุ้นเคยกับความดุดันในแบบฉบับของรถซูเพอร์คาร์

918 มีอัตราเร่งที่น่าตื่นตะลึง ผสมโรงด้วยเสียงจากท่อไอเสียที่ดังสนั่นจากเครื่องยนต์ที่วางอยู่ด้านหลังติดเบาะผู้ขับ การหยุดนิ่งและเตรียมพร้อมด้วยการเปิดระบบช่วยออกตัว ระบบอีเลคทรอนิคส์จะควบคุมให้เกิดอาการล้อหมุนฟรีให้น้อยที่สุด ทันทีที่ล้อเริ่มขยับเพื่อจะออกตัว กลไกของระบบเกียร์ก็เตรียมพร้อมจะตอบสนองอย่างฉับไวเช่นกัน ด้วยระบบเกียร์ PDK ของ โพร์เช ซูเพอร์คาร์คันนี้ พุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ใน 2.6 วินาที เท่านั้น แต่ 918 ไม่ใช่รถที่มีดีแค่ทางตรง ผลลัพธ์จากการทดสอบยังแสดงให้เห็นจุดเด่นอื่นๆ อีกหลายประการ

 

ฉับไว และ เฉียบขาด

จุดเด่นที่ทำให้หลายคนลืมเรื่องน้ำหนักตัวของรถคันนี้โดยสิ้นเชิง ว่ากันตามจริงแล้ว ชุดส่งกำลังระบบไฮบริดมีน้ำหนักถึง 300 กก. ทำให้น้ำหนักโดยรวมสูงกว่า 1,800 กก. นับว่ามากในแง่ของรถซูเพอร์คาร์ และถือเป็นความท้าทายในแง่ของสมรรถนะขณะขับเคลื่อน

918 เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม แม้ขณะเค้นสมรรถนะในสนามแข่ง ความคล่องตัวราวกับมีน้ำหนักตัวเพียง 1 ตันครึ่งเท่านั้น ส่วนประกอบต่างๆ ที่รังสรรค์ และออกแบบได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกว่ารถรุ่นนี้มีน้ำหนักเบากว่าความเป็นจริง ชุดแบทเตอรีติดตั้งหลังเบาะผู้โดยสาร การบังคับควบคุมจึงตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เที่ยงตรง และฉับไว ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง ทำให้การเข้าโค้งได้อย่างคล่องแคล่ว เมื่อหักพวงมาลัย 918 ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และเที่ยงตรงยิ่งกว่า โดยธรรมชาติของระบบขับเคลื่อนดังกล่าวใช้การบังคับควบคุมที่พอเหมาะ ก็เพียงพอแล้ว แม้ โพร์เช จะพัฒนารถรุ่นนี้ท่ามกลางอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยมากมาย แต่มันก็ไม่ใช่รถสำหรับบรรดา “มือใหม่” โดยสิ้นเชิง ผู้ขับยังต้องใช้ความสามารถในการควบคุมรถที่มีพละกำลังกว่า 600 แรงม้า

การตอบสนองทำได้ฉับไวกว่ารถสปอร์ทรุ่นอื่น แต่หากคุณเป็นนักขับมือฉมังที่ชื่นชอบความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ 918 สามารถสนองตอบได้เป็นอย่างดี ไม่มีอาการในแง่ลบ หรือสิ่งที่เหนือความคาดคิดแสดงออกมาให้สัมผัส การเปลี่ยนทิศทางของตัวรถ ทำได้อย่างง่ายดายด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง เพียงแค่ประคองพวงมาลัยให้เหมาะสม ก็เพียงพอแล้ว

คุณสามารถสัมผัสอารมณ์การขับขี่อันแสนรื่นรมย์จากรถสปอร์ทคันนี้ของ โพร์เช โดยไม่ต้องเค้นกันหนักหน่วง เหมือนที่ต้องทำกับรถสปอร์ทระดับ จีที 2 ตัวรถที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เป็นอย่างดี จานเบรคแบบคาร์บอนเซรามิคหยุดรถได้อยู่หมัด แต่การสัมผัสของแป้นเบรคยังทำได้ห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ ในระดับเดียวกับรถรุ่นอื่นจากโรงงานที่เมือง ZUFFENHAUSEN ซึ่งให้ความรู้สึกแบบเดียวกับรถไฮบริดอย่าง ปรีอุส เมื่อคุณกดแป้นเบรคลงไป ในช่วงแรกจะเป็นการทำงานของระบบอีเลคทรอนิคส์ ถัดมาจะเป็นการทำงานของกลไกระบบเบรคเหมือนรถทั่วไป การติดตั้งระบบชาร์จกระแสไฟฟ้าจากการเบรคสู่มอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้สัมผัสของการเบรคไม่เฉียบคมอย่างที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตามหากผู้ขับมีความเคยชินกับการตอบสนองของระบบเบรคดังกล่าว สิ่งที่ว่ามาก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตเท่าใดนัก

 

แม่นยำ และ เที่ยงตรง

รถคันนี้แสดงให้เห็นจุดเด่นที่เหลือเชื่ออีกหลายประการ เป็นการตอกย้ำถึงมาตรฐานของโลกยานยนต์ที่ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นโดย 918 คันนี้ กับสมรรถนะที่ร้อนแรง ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 350 กม./ชม. แต่กลับมีการประหยัดเชื้อเพลิงในระดับเดียวกับรถซีดานทั่วไป แม้ขณะทดสอบเราจะไม่สามารถทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเพลิงตามที่ผู้ผลิตระบุมาได้ (ในระดับ 30 กม./ลิตร นั่นเชียว) แต่ตัวเลขที่ได้มายังทำได้ดีกว่า “10 กม./ลิตร” ตามแบบฉบับของรถซูเพอร์คาร์ทั่วไปอีกมาก

 

ฟันธง

ดังนี้แล้วอะไรคือสิ่งที่เป็นจุดเด่นอันยอดเยี่ยมของ 918 สไปเดอร์ ที่จะทำให้ผู้สนใจยอมควักกระเป๋าเงินเพื่อได้ครอบครอง ? ต้องบอกว่ามาตรฐานของรถทั่วไปที่เคยชิน ไม่สามารถอธิบายความยอดเยี่ยมของ 918 ได้ ระดับราคาที่สูงลิบ สะท้อนให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า อัดแน่นอยู่ในรถคันนี้ พูดง่ายๆ คือ ไม่ง่ายนักที่จะได้พบประสิทธิภาพอันสูงส่งแบบรถคันนี้ นับเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี จากการถือกำเนิดของรถรุ่นก่อนหน้าอย่าง คาร์เรรา จีที

918 ทำให้เรารู้สึกทึ่งด้วยสารพัดตัวเลขที่ถูกวัดค่าออกมาได้ (อัตราเร่ง ระยะเบรค ฯลฯ) เป็นไปตามมาตรฐานที่ดีเยี่ยมของรถ โพร์เช โดยที่คาดไม่ถึงว่าจะสามารถพบเจอได้ในรถ 1 คัน มันคือการผสมผสานระหว่างสมรรถนะที่ดุดัน และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีเลิศ สิ่งเหล่านี้เองคือการยกระดับโลกของซูเพอร์คาร์ สู่มาตรฐานใหม่ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน



------------------------------
เรื่องโดย : ALESSIO VIOLA ผู้แปล : ภูเขม หน่อสวรรค์
ภาพโดย : QUATTRORUOTE
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2558
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/9B5a4
อัพเดทล่าสุด
20 Jun 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
679,000
2.
1,079,000
4.
1,269,000
5.
765,000
6.
640,000
7.
1,475,000
8.
14,790,000
9.
1,180,000
10.
970,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th