บทความ

ระยะปรับตัว


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2015/2014

ตลาดโดยรวม – 11.6 %
รถยนต์นั่ง – 14.8 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) – 26.1 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) 33.3 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ – 8.1 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ – 17.5 %
อื่นๆ 15.1 %

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2015/2014

ตลาดโดยรวม – 12.3 %
รถยนต์นั่ง – 13.6 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) – 21.9 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) 17.1 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ – 10.7 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ – 21.9 %
อื่นๆ 7.7 %

 

ประเมินจากสภาพตลาดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มกราคม และกุมภาพันธ์ ยอดการขายรถยนต์ หดตัวลงไป 12.3 % ขายกันเพียง 122,818 คัน เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ก็ยังแสดงว่า สภาพเศรษฐกิจของบ้านเรา ยังค่อนข้างมีปัญหา เนื่องจากกำลังซื้อที่ยังไม่ขยายตัว อันเป็นผลมาจากภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อผลิตผลทางการเกษตร ทำให้รายได้เกษตรกรทรงตัวในระดับต่ำ รวมทั้งราคาพืชผลการเกษตร ก็อยู่ในระดับต่ำเช่นกัน ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อ

 

อีกทางหนึ่งก็ว่าการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของภาครัฐ ล่าช้ากว่าที่ควร ทำให้เม็ดเงินที่จะอัดฉีดเข้าสู่ระบบ มีปริมาณที่น้อยเกินควร ทำให้สภาพเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ช้า

 

อีกเหตุผลหนึ่ง ที่บอกได้ว่าขณะนี้เป็นระยะปรับตัวของอุตสาหกรรมไทย ก็เพราะเรากำลังจะใช้มาตรการการเก็บอัตราภาษีสำหรับรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษน้อย ก็จะเก็บน้อย ทำให้บรรดาผู้ผลิต ก็ต้องเตรียมปรับตัวเช่นกัน โดยจะต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ หรือเลือกใช้เครื่องยนต์ใหม่ ที่ปล่อยค่าไอเสียน้อย เพื่อให้สอดรับกับอัตราภาษี ที่จะประกาศใช้ในต้นปีหน้า

 

และประเด็นสำคัญอีกอย่าง ที่กรมการขนส่งทางบก ออกระเบียบว่าด้วยการจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคล ระบุให้รถยนต์ที่นั่งเกิน 7 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 12 ที่นั่ง ที่มีน้ำหนักรถตั้งแต่ 1,600 กก. แต่ไม่เกิน 2,200 กก. หรือรถยนต์นั่งที่มีที่นั่งเกิน 12 ที่นั่ง ที่มีนำ้หนักรถเกิน 2,200 กก. หรือรถบรรทุกที่น้ำหนักเกิน 2,200 กก. ที่มีไว้เพื่อใช้งานส่วนตัว จะต้องมีสถานที่จอดรถเป็นของตนเอง

 

นอกจากนั้น ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องสามารถพิสูจน์ให้ได้ว่า จะใช้รถดังกล่าวเพื่อการส่วนตัวโดยแท้จริง โดยจะต้องแสดงพยานหลักฐานตามกำหนด โดยกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงว่า เพื่อเป็นการป้องกันการนำรถขนาดใหญ่ เช่น รถบัส รถสิบล้อ มาขอจดทะเบียนเป็นรถตามพรบ. รถยนต์ แล้วนำไปใช้ประกอบการขนส่งผิดกฎหมาย

 

สรุปว่า การแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ กับการจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน หรือรถบรรทุกส่วนบุคคล รถพิคอัพ แต่อย่างใดทั้งนั้น โดยดำเนินการเช่นเดิมตามที่เคยปฏิบัติมา ส่วนเจ้าของรถที่จดทะเบียนก่อนหน้านี้ และประสงค์จะต่อทะเบียน ก็จะต้องแสดงหลักฐานประกอบเพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว

 

จะว่าไปแล้ว เรื่องนี้มันป้องกันได้หลายอย่าง เรื่องแรก การฟอกเงิน หรือการซื้อรถเพื่อประกอบการขนส่งผิดกฎหมายแล้วเอามาจดเป็นรถยนต์นั่ง หรือการจอดรถขนาดใหญ่ทิ้งไว้ข้างถนน แถบบริเวณบ้าน ซึ่งกีดขวางการจราจรของผู้อื่น

 

แต่ก็เหมือนเป็นการปลดลอคสำหรับรถที่น้ำหนักเกิน 1,600 กก. ไปด้วยในตัว ทำให้ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารขนาดใหญ่ ที่น้ำหนักเกิน 1,600 กก. กระดี้กระด้ากันใหญ่ เพราะจะสามารถเพิ่มยอดขายได้ไม่ยากนัก

 

อีกเรื่องที่อยากบันทึกเอาไว้ คือ การเปิดตัวครั้งแรก ของ ECO STICKER เพื่อแสดงข้อมูลของรถยนต์คันนั้นๆ ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ 1) ข้อมูลผู้ผลิต/ผู้นำเข้า ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ และเวบไซท์ 2) ข้อมูลของรถยนต์ ได้แก่ ชื่อรุ่น แบบ โครงรถ เครื่องยนต์ เกียร์ ขนาดยางล้อ จำนวนที่นั่ง น้ำหนักรถ เชื้อเพลิงที่สามารถใช้ได้ และโรงงานที่ผลิตรถยนต์ 3) รายการอุปกรณ์ที่ติดตั้งจากโรงงาน ซึ่งประกอบด้วย อุปกรณ์ที่มีสาระสำคัญในด้านการประหยัดพลังงาน อุปกรณ์ที่มีสาระสำคัญในด้านความปลอดภัย และรายการอุปกรณ์อื่นๆ และ 4) การทดสอบตามมาตรฐานอ้างอิง ได้แก่ อัตราการใช้น้ำมัน (หน่วย ลิตร/100 กม.) ใน 3 รูปแบบการใช้งาน คือ สภาวะรวม สภาวะในเมือง และ สภาวะนอกเมือง และแถบแสดงอัตราการใช้น้ำมันอ้างอิงในสภาวะรวม (COMBINED) ซึ่งทดสอบโดยใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซล หรือน้ำมัน E85 (ถ้ามี)

 

นอกจากนี้แล้ว ใน ECO STICKER ยังมี QR CODE สำหรับให้ผู้ซื้อรถยนต์ หรือประชาชนทั่วไปสามารถดาวน์โหลด ECO STICKER เพื่อรับข้อมูลรายละเอียดของรถยนต์คันนั้น รวมทั้ง ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ECO STICKER ได้อีกด้วย

 

โดยผู้ผลิตรถยนต์จะเริ่มติด ECO STICKER สำหรับรถยนต์ที่ผลิตใหม่หรือนำเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 นี้ เป็นต้นไป

 

นี่ก็เป็นเรื่องดีอีกเรื่องสำหรับระยะการปรับตัวของยอดการขายรถยนต์ ที่บ้านเราจะได้เข้าสู่มาตรฐานสากลกับเขาได้เสียที แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่อง ที่อุตสาหกรรมยานยนต์บ้านเรา น่าจะก้าวไปข้างหน้าได้เร็วกว่านี้

 

ก็ได้แต่หวังว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ที่รับจ้างประกอบ น่าจะปรับเปลี่ยนเพื่อให้สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ในไม่ช้านี้



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2558
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/4hZE6
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th