ระหว่างเพื่อน

บ้านของเรา


เวลาผ่านไปเร็วราวกับติดปีกบิน เราอยู่กับการปฏิรูปประเทศของ คสช. มา 2 ปีแล้ว การเลือกตั้งครั้งใหม่คาดว่าประชาชนทั่วประเทศจะลูบจะคลำได้ในปี 2560 ตามโรดแมพ ตอนนี้ก็แสดงประชามติไปก่อนว่า รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 7 สิงหาคม 2559

การแสดงประชามติเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนอื่น ประชาชนก็ต้องทำความเข้าใจกับร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยการอ่านแต่ละมาตราให้เข้าใจ โดยเฉพาะสิทธิของประชาชนที่พึงได้รับ

เพื่อให้ประชาชนได้อ่านร่างฯ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องจัดพิมพ์แจกฟรีให้กับประชาชน ซึ่งต้องใช้งบประมาณไม่น้อย รวมทั้งช่วงเวลาในการจัดพิมพ์ และการจัดส่งให้ทันเวลาเพื่อประชาชนมีเวลาอ่านก่อนตัดสินใจ

ซึ่งงานนี้ทราบว่ารัฐบาลตอบความต้องการของประชาชนไม่ได้ ทำได้เป็นบางส่วน พร้อมกับทำบางสิ่งรวมทั้งออกแบบครู ก. ข. ค. เพื่อความเข้าใจของประชาชน

ระยะเวลาสองปีภายใต้การดูแลของรัฐบาล คสช. บ้านของเรามีความสงบ ไม่มีประชาชนเดินขบวน ไม่มีประชาชนยึดสถานที่สำคัญจัดตั้งค่ายการเมือง แบ่งฝ่ายกันอยู่บนความเสี่ยงภยันตรายถึงชีวิต

2 ปี หลังการเข้ายึดอำนาจในการปกครอง คสช. ทำงานนี้ได้สำเร็จ เช่นเดียวกับการจัดระเบียบบ้านของเรา โดยเฉพาะให้ทุกคนเคารพกฎหมาย บ้านช่องมีความเป็นระเบียบมากขึ้น เช่น ระบบทางเท้าที่เป็นปัญหาเรื้อรังมาช้านาน

การจัดระเบียบบ้านเป็นงานไม่ง่าย เพราะคนในบ้านไม่เคยเป็นทาสใคร ไม่เคยแพ้สงคราม ไม่เคยเข้าคิวรอคูปองปันอาหาร เป็นเสรีชน และเป็นคนทำอะไรตามใจ คือ ไทยแท้

แต่ถึงกระนั้น เราก็เป็นคนไทยที่เบื่อง่ายที่สุดรวมอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนเข้ามาเป็นพระเอกในดวงใจได้ไม่นาน ก็เกิดอาการชังน้ำหน้า รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลยก็เห็นว่ารัฐบาลทำไม่เข้าท่า ไม่ยอมทำอะไรเลย

ผู้ยึดอำนาจการปกครองที่เข้มแข็งที่สุด เราเห็นอยู่คนเดียว คือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ บริหารราชการแผ่นดิน 4 ปีเศษ โดยไม่ต้องมีรัฐธรรมนูญ ประกาศให้ทราบทั่วประเทศว่า

“ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

เลิกสูบฝิ่น ปราบนักเลงหัวไม้ผู้กว้างขวางของสังคม ออกกฎหมายปราบปรามการค้าประเวณี เริ่มแผนการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ทำบ้านของเราทั่วประเทศมีสภาพ “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก”

เพื่อนคงจำได้ สมัยนั้น ก่อนตรุษจีนของทุกปี มีเหตุเพลิงไหม้เป็นประจำ แต่โดน จอมพลสฤษดิ์ จับยิงเป้าไม่กี่รายเท่านั้น ไม่มีเหตุเพลิงไหม้ก่อนตรุษจีนอีกเลย

รูปแบบของผู้นำประเทศแบบนี้ (ตั้งแต่พศ. 2502) กว่าครึ่งศตวรรษแล้ว เราก็ยังเห็นว่าเป็นของทันสมัยไม่ล้าหลัง เพราะตอนนี้ประเทศฟิลิปปินส์มีผู้นำคนใหม่ที่ประกาศตัวเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของผู้ค้ายาเสพติด ถึงกับลั่นวาจาว่า ถ้าคุณไม่ฆ่าผม ผมก็จะฆ่าคุณ แล้วไม่ต้องเอาสิทธิมนุษยชนมาคุย

หรือหันไปมอง การหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมพ์ ผู้ประกาศลงสมัครเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นไง หาญห้าวแพ้ จอมพลสฤษดิ์ ของเราซะที่ไหน…!!!



------------------------------
เรื่องโดย : สยาม เมืองยิ้ม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2559
คอลัมน์ : ระหว่างเพื่อน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/6b0Qd

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน