บทความ

LAMBORGHINI CENTENARIO


ในบรรดาผู้ผลิตรถสปอร์ทสัญชาติอิตาลีรวม 3 รายที่เขียนชื่อลงท้ายด้วยตัวอักษร I คือ แฟร์รารี (FERRARI) ลัมโบร์กินี (LAMBORGHINI) และ มาเซราตี (MASERATI) เป็นที่รับรู้รับทราบกันดีว่า ผู้ที่เริ่มกิจการก่อนเขาเพื่อน คือ มาเซราตี ซึ่งนับจนถึงปีลิงหลอกเจ้านี้ ก็มีอายุยืนยาวกว่า 1 ศตวรรษไปแล้ว ส่วนผู้ที่ก้าวเข้าสู่วงการหลังเพื่อน ก็คือ ลัมโบร์กินี (LAMBORGHINI) ซึ่งเพิ่งเริ่มกิจการผลิตรถสปอร์ทเมื่อปี 1963 นี้เอง

ผู้ก่อตั้งธุรกิจผลิตรถสปอร์ทติดตรากระทิงดุ คือ แฟร์รุชโช ลัมโบร์กินี (FERRUCCIO LAMBORGHINI) ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมซึ่งสร้างชื่อเสียงและความร่ำรวยให้แก่ตนเอง โดยการผลิตและจำหน่ายรถทแรคเตอร์ เล่าสืบทอดกันมาจนเป็นตำนานว่า ที่ตัดสินใจผลิตรถสปอร์ทเสียเอง ก็เพราะอัดอั้นตันใจในบริการที่ได้รับจากผู้ผลิตรถสปอร์ท แฟร์รารี เขากำเนิดในเมืองมะกะโรนี เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 1916 และถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1993 หากเขายังคงมีชีวิตอยู่จนถึงปีนี้ ก็จะมีอายุครบ 100 ปีพอดี และนี่เองคือที่มาของรถสปอร์ทซูเพอร์คาร์ติดป้ายชื่อ ลัมโบร์กินี เซนเตนารีโอ (LAMBORGHINI CENTENARIO) ที่ค่าย “กระทิงดุ” ผลิตขึ้นเป็นพิเศษในจำนวนจำกัด เพื่อเฉลิมฉลองวาระ 100 ปีที่ว่านี้

เพิ่งอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาครั้งล่าสุด พร้อมคำประการยืนยันว่าจะทำขึ้นเพียง 40 คัน ครึ่งหนึ่งจะเป็นรถคูเปอย่างที่เห็นในภาพ อีกครึ่งหนึ่งจะเป็นรถเปิดประทุนแบบโรดสเตอร์ และจะใช้เวลาผลิตไม่นานนัก คือ เริ่มการผลิตในฤดูใบไม้ร่วงของปี 2016 และจะผลิตได้ครบก่อนหมดปี 2017 ตั้งค่าตัวยังไม่รวมภาษีไว้ที่ระดับ 1.75 ล้านยูโร หรือเท่ากับประมาณ 70 ล้านบาทไทย และบรรดานักสะสมรถแย่งกันซื้อไปหมดแล้วทุกคันก่อนออกงานเสียด้วยซ้ำ ทั้ง 2 ตัวถังไม่ใช่รถที่ออกแบบใหม่ทั้งคัน แต่พัฒนามาอีกทอดหนึ่งจากรถธงในสายการผลิต คือ ลัมโบร์กินี อเวนตาโดร์ แอลพี 750-4 เอสวี (LAMBORGHINI AVENTADOR LP 750-4 SV) ซึ่งก็มีทั้งตัวถังคูเป และตัวถังเปิดประทุนเช่นกัน

 

LAMBORGHINI CENTENARIO 4   LAMBORGHINI CENTENARIO 5

 

การเปลี่ยนแปลงในส่วนของตัวถังที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์มีอยู่มากมายหลายจุด รวมทั้งการติดตั้งปีกท้ายซึ่งสามารถยืดหดได้ถึง 150 มม. และปรับมุมได้ถึง 15 องศา ขึ้นอยู่กับว่าเลือกใช้โหมดการขับขี่แบบไหน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลให้ความยาวของตัวรถเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คือ จาก 4.835 เป็น 4.924 ม. และน้ำหนักตัวเปล่าลดลง 5 กก. เป็น 1,520 ม. การเปลี่ยนแปลงในส่วนของเครื่องยนต์กลไกแทบไม่มีเลย เครื่องยนต์ที่ติดตั้งแบบกลางลำตามยาวยังคงเป็นเครื่องบลอคเดิม คือ เครื่องเบนซิน วี 12 สูบ 60 องศา 6,498 ซีซี ที่ปรับแต่งเพิ่มเติมในบางจุดจนกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คือ จาก 551 กิโลวัตต์/750 แรงม้า เป็น 566 กิโลวัตต์/770 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้า และคู่หลังก็ยังคงเป็นเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะเหมือนเดิม

สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของผู้ผลิต รถสปอร์ทกระทิงดุรุ่นพิเศษนี้ ใช้เวลาเพียง 2.8 วินาทีในการทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ความเร็วสูงสุดไม่ยอมระบุตัวเลขที่ชัดเจน บอกแต่เพียงว่าสูงกว่า 350 กม./ชม. และบอกด้วยว่าการห้ามล้อจากความเร็ว 100 กม./ชม. ใช้ระยะทาง 30 ม.

 

LAMBORGHINI CENTENARIO
รถสปอร์ทกระทิงดุรุ่นพิเศษที่ผลิตเพียง 40 คัน
เฉลิมฉลอง 1 ทศวรรษปีเกิดของผู้ก่อตั้ง
เครื่องเบนซิน วี 12 สูบ 6498 ซีซี 770 แรงม้า
ความเร็วสูงสุดสูงกว่า 350 กม./ชม.
ค่าตัวยังไม่รวมภาษี 1.75 ยูโร (ประมาณ 70 ล้านบาท)


------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : ผู้จัดงานและบริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2559
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/8hcCu
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th