บทความ

ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำ (ใช้น้ำเปล่าก็พอ)…จริงไหม ?


เขาว่า… : ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำ (ใช้น้ำเปล่าก็พอ)…จริงไหม ?

ไม่จริง : เพราะน้ำเปล่าจะมีจุดเดือดต่ำกว่า (เดือดเร็วกว่า) น้ำยาหล่อเย็น จึงระบายความร้อนขณะเครื่องยนต์ร้อนจัดได้ไม่ดีพอ มีโอกาสโอเวอร์ฮีทสูง

 

น้ำยาหล่อเย็นมีส่วนผสมของเอธิลีน กไลคอล ทำหน้าที่กันน้ำแข็งตัว และยกระดับจุดเดือด รวมทั้งมีสารต้านการเกิดสนิม และการกัดกร่อน

ไม่นานมานี้ ผมนั่งแทกซีกลับบ้าน วิ่งไปได้สักพักใหญ่จู่ๆ เข็มวัดความร้อนวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณลุงคนขับพูดกับผมว่า “หม้อน้ำมันรั่ว สงสัยน้ำจะหมด” แกเลยจอดข้างทาง สักพักก็เติมน้ำเปล่าลงไปใหม่ แกบอกว่าน้ำเปล่านี่แหละ สุดยอดแล้ว ! ไม่ต้องไปใช้น้ำยาหล่อเย็นให้มันเปลืองเงินหรอก ผมเลยแนะนำให้แกไปซ่อมหม้อน้ำก่อนเลย เพราะระบบระบายความร้อนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของเครื่องยนต์ ส่วนเรื่องน้ำเปล่าดีกว่าน้ำยาหล่อเย็นนั้น ผมคงเปลี่ยนความคิดแกขณะนั้นไม่ได้

เรารู้กันดีว่า หลักการทำงานของเครื่องยนต์ คือ ดูด อัด ระเบิด และคาย เพื่อแปรเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานกล โดยอาศัยของเหลวมาสัมผัสผิวโลหะด้านนอกห้องเผาไหม้ เพื่อรับความร้อน และ “นำไปทิ้ง” นอกเครื่องยนต์ ของเหลวที่ว่านี้ จะต้องไม่ระเหยง่าย ไม่เป็นสารพิษ ไม่กัดกร่อน และหาได้ง่าย แน่นอนว่าคุณสมบัติเหล่านี้หาได้ใน “น้ำสะอาด” ไม่ต้องถึงกับบริสุทธ์ แค่น้ำประปาเราก็พอ แต่มันยังดีไม่พอ ในบางสถานการณ์ครับ

ในสมัยก่อนเครื่องยนต์ให้กำลังไม่สูงนัก ความร้อนที่ “คาย” ออกมาจึงไม่มาก ปัจจุบันเครื่องยนต์มีกำลังเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับความจุที่เท่ากัน สมมติว่าต้องขับรถขึ้นภูเขาสูง เครื่องยนต์ก็ต้องใช้กำลังสูงเพื่อสู้กับความชัน โดยยิ่งสูงความดันบรรยากาศยิ่งลดลง จุดเดือดของน้ำลดลง ผสานกับความร้อนที่เครื่องยนต์คายออกมาเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำเดือดเร็ว เกิดวงจรวิกฤตขึ้นทันที เพราะไอน้ำในสถานะแกส เป็นตัวนำความร้อนที่แย่มาก เครื่องยนต์จึงยิ่งร้อนขึ้น น้ำก็ยิ่งเดือดมากขึ้น หากไม่ดับเครื่องยนต์ก็จะชำรุดในเวลาไม่กี่นาที ดังนั้นจึงต้องหาสารมาผสมกับน้ำ เพื่อเพิ่มจุดเดือดของน้ำ ซึ่งก็คือ เอธิลีน กไลคอล (ETHYLENE GLYCOL) หรือสารหล่อเย็นที่เรารู้จักกันดี เพราะระบายความร้อนได้ดีกว่า และมีจุดเยือกแข็งที่ต่ำ

ถ้ามีใครมาบอกเราว่า ไม่ต้องใส่เอธิลีน กไลคอล ให้เปลืองเงินหรอก แค่น้ำเปล่าก็พอแล้ว อย่าไปเชื่อเชียวครับ ! แม้ไม่ได้ให้มันทำหน้าที่กันน้ำแข็งตัว หรือยกระดับจุดเดือด ก็ต้องผสมเอธิลีน กไลคอล ไว้เสมอ เพราะมีสารต้านการเกิดสนิม และการกัดกร่อน ผสมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีสารช่วยหล่อลื่นผิวที่เสียดสีกันในปั๊มน้ำของเครื่องยนต์ ช่วยให้อายุใช้งานยืนยาวขึ้น

ทุกครั้งที่ซ่อมระบบหล่อเย็น หรือมีการรั่วของน้ำหล่อเย็น ต้องเติมน้ำยาหล่อเย็น (เอธิลีน กไลคอล) ให้ได้ความเข้มเหมาะสมไว้เสมอ อายุใช้งานของน้ำยาหล่อเย็นไม่ควรเกิน 3 ปี ถ้าจะให้ดีเจาะจงให้ศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นใหม่ทุกๆ 2 ปีจะดีที่สุดครับ



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2559
คอลัมน์ : เขาว่าอย่างนั้นจริงไหม ?
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/sf5Ix
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th