บทความ

อัพเกรดระบบไฟ ให้รถพลังเสียงประเภท SPL (จบ)


เสริมแบทเตอรีสำรอง
สำหรับชุดเครื่องเสียง

ฉบับนี้มาต่อกันเรื่อง การเพิ่มแบทเตอรีลูกที่ 2 เพื่อแยกการทำงานระหว่างแบทเตอรีหลัก สำหรับใช้สตาร์ทเครื่องยนต์/อุปกรณ์ไฟฟ้าในรถ หรือ MAIN BATTERY และแบทเตอรีสำรอง หรือ AUXILIARY BATTERY สำหรับใช้กับชุดเครื่องเสียงรถยนต์, สปอทไลท์ หรือวินช์ ฯลฯ โดยใช้ BATTERY ISOLATOR หรือ ISOLATOR เพื่อแยกการจ่ายไฟจากไดชาร์จไปยังแบทเตอรีทีละลูก

ในกรณีที่แบทเตอรีหลักเต็ม ISOLATOR จะตัดการจ่ายไฟไปที่แบทเตอรีสำรอง เพื่อป้องกันแบทเตอรีหลักไฟหมด และเก็บไฟไว้ใช้เฉพาะสตาร์ทรถยนต์เท่านั้น ซึ่งในบ้านเรามีจำหน่ายหลายยี่ห้อ เช่น STINGER, WARN ส่วนการต่อใช้งาน ISOLATOR จะมีรูปบอกวิธีต่อกับไดชาร์จ และแบทเตอรีทั้ง 2 ลูกบนตัว ISOLATOR การติดตั้งแบทเตอรีมีความสำคัญเช่นกัน ถ้าไม่สามารถติดตั้งแบทเตอรีสำรองในห้องเครื่องยนต์ได้ ต้องนำไปติดตั้งบริเวณท้ายรถ และเดินสายไฟ/กราวน์ดให้ถูกขนาด เพราะถ้าใช้ขนาด AWG (AMERICAN WIRE GAUGE) หรือ GAUGE ไม่ถูกต้อง จะทำให้สายไฟร้อน ละลาย ลุกไหม้เกิดประกายไฟเป็นอันตรายกับรถได้ สามารถหาขนาดสายไฟ ความยาว โดยดูค่ากระแสได้จากตาราง WIRE GAUGE TABLE AMPERAGE ในเวบไซท์ที่ถูกต้อง

ส่วนความยาวสายไฟจาก ISOLATOR ไปแบทเตอรีจะต้องติดฟิวส์ หรือบเรเคอร์ จุดละ 18″ และในกรณีที่ใช้แบทเตอรีสำรองแบบเติมน้ำกลั่นจะต้องมีตำแหน่งติดตั้งที่มีการระบายอากาศ เพื่อไม่ให้เกิดไอ และแกสที่เกิดจากแบทเตอรีด้วย

 

เสริมระบบไฟ
ด้วยเพาเวอร์ คาพาซิเตอร์

เพาเวอร์ คาพาซิเตอร์ หรือเรียกสั้นๆ ว่า “แคพ” เป็นอุปกรณ์เสริมประสิทธิภาพระบบไฟให้แก่ชุดเครื่องเสียง มีหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่ 0.5 ฟารัด ถึงหลายๆ ฟารัด ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงโดยเฉพาะรถพลังเสียงประเภท SPL ส่วนจะใช้แคพขนาดเท่าไรถึงจะเหมาะสมกับระบบเสียงรถยนต์ มีคำแนะนำว่า ทุก 1,000 วัตต์ ใช้แคพขนาด 1 ฟารัด หรือ 1,500 วัตต์ ใช้แคพขนาด 1.5 ฟารัด เป็นต้น แคพเป็นอุปกรณ์ทำหน้าที่เก็บ และจ่ายกระแสไฟที่มีลักษณะคล้ายกับแบทเตอรี แต่แบทเตอรีจะเก็บ และจ่ายไฟอย่างช้าๆ ซึ่งแตกต่างจากแคพที่มีการเก็บ และจ่ายไฟได้รวดเร็วกว่า ทำให้ได้รับนิยมในการเสริมประสิทธิภาพระบบไฟให้กับชุดเครื่องเสียง โดยเฉพาะเพาเวอร์แอมพ์ที่ใช้ขับลำโพงซับวูเฟอร์ที่ต้องการกระแสไฟฟ้าไปเลี้ยงวงจรอย่างรวดเร็ว เพราะเสียงดนตรี เช่น กลอง เสียงเบสส์ เป็นช่วงเสียงดนตรีที่กินกระแสไฟฟ้าจำนวนมาก และรวดเร็วกว่าเสียงดนตรีประเภทอื่น

สำหรับการติดตั้งคาพาซิเตอร์เตอร์กับเพาเวอร์แอมพ์ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด ให้ติดตั้งใกล้กับเพาเวอร์แอมพ์ เพื่อลดความยาว ความต้านทานภายในสายไฟ และใช้สายไฟ/สายกราวน์ดเบอร์เดียวกับใช้ระบุในคู่มือเพาเวอร์แอมพ์ เช่น คู่มือเพาเวอร์แอมพ์ระบุว่าใช้สายไฟขนาด 4 GAUGE ก็ต้องใช้ตามนั้น ที่สำคัญคือ ห้ามใช้ขนาดที่เล็กกว่าคู่มือกำหนด และสายกราวน์ดใช้ขนาดเดียวกัน การต่อใช้งานให้ต่อตามปกติ คือ ขั้วบวกเพาเวอร์แอมพ์ต่อกับขั้วบวกคาพาซิเตอร์ ส่วนขั้วลบต่อกับลบ และการต่อสายไฟ/กราวน์ดจะต้องต่อสายให้ถูกต้อง และเข้าขั้วต่อที่แน่นหนา พร้อมหุ้มด้วยวัสดุที่เป็นฉนวน เช่น เทปพันสายไฟ หรือใช้ท่อหด เป็นต้น

 

ส่งท้าย

การอัพเกรดระบบไฟฟ้าให้แก่ชุดเครื่องเสียงติดรถยนต์ โดยเฉพาะเครื่องเสียงชุดใหญ่ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ชุดเครื่องเสียงสามารถถ่ายทอดประสิทธิภาพ และคุณภาพเสียงสูงสุดอย่างเต็มที่



------------------------------
เรื่องโดย : นายจอร์จ
ภาพโดย : ฝ่ายภาพ/อินเตอร์เนท
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2558
คอลัมน์ : เทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/xh0f2
อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New