บทความ

ยอดยังซม


ผ่านไป 7 เดือน ยอดการขายรถยนต์บ้านเรา ยังไม่กระเตื้อง ยอดขายลดลง 12.3 % ขายได้เพียง 59,387 คัน ขณะที่ยอดรวม ยังคงลดลงอยู่ 16.4 % ด้วยตัวเลข 417,844 คัน แต่ก็ยังมีข่าวดี ท่ามกลางข่าวร้าย เมื่อยอดการส่งออกเริ่มกลับมากระเตื้องขึ้น ทำได้เพิ่มขึ้น 11.52 % ด้วยตัวเลข 102,359 คัน

นั่นคือ ความเป็นไปเมื่อผ่านเดือนที่ 7 แต่พอขึ้นเดือนที่ 8 สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลง เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจกันใหม่ ในช่วงปลายเดือน ยิ่งทำให้ประเมินได้ว่า กว่าบรรดาท่านผู้รับผิดชอบทั้งหลายจะเริ่มทำงานเป็นมรรคผลออกมาถึงประชาชนได้ ก็น่าจะมีอีก 3 เดือนข้างหน้า ที่จะมาช่วยกระตุ้นการขายรถยนต์กันได้ ก็หมายความง่ายๆ ว่า ตลาดรถยนต์จะเหลืออีกเพียง 2 เดือนสุดท้าย ที่น่าจะช่วยดึงยอดกันขึ้นมา

ในส่วนของภาคเศรษฐกิจ ก็ยังคงขับเคลื่อนกันต่อไป ที่ยอดการขายน่าจะไม่กระเตื้องมากไปกว่านี้ ผู้รู้ประเมินกันว่า เมื่อยอดขายได้เฉียด 60,000 คันอย่างนี้ ขายกันอีก 5 เดือน ก็น่าจะได้สัก 300,000 คัน อันจะทำให้ยอดรวมทั้งปีน่าจะไม่เกิน 750,000 คัน

กลุ่มอุตสาหกรรมเอง ก็ออกมายอมรับแล้วว่ามีความเป็นไปได้ เพียงแต่ขอรอประเมินอีกสักเดือนหนึ่ง ก่อนที่จะแถลงอย่างเป็นทางการ น่าจะเป็นในเดือนหน้า

แต่จากข่าวช่วงครึ่งปีของธุรกิจด้านไฟแนนศ์ ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ สินเชื่อเพื่อการเช่าซื้อรถยนต์ทั้งระบบมีจำนวน 8.52 แสนล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 57 ประมาณ 7 พันล้านบาท หรือ 3.9 % ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 ติดต่อกัน นับแต่เดือนพฤษภาคม 2557 โดย ลีสซิ่งกสิกรไทย ฯ สามารถทำได้ในครึ่งปีแรก เพิ่มขึ้น 3.76 % ปล่อยสินเชื่อได้ 30,413 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าเตรียมงานสำหรับช่วงครึ่งปีหลัง ที่ประเมินว่าตลาดรถยนต์มีทิศทางที่ดีขึ้น จากประกาศโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ในปีหน้า ซึ่งจะช่วยเร่งยอดขายรถยนต์ 1,500 ซีซี ขึ้นไป รถยนต์มือสอง บิกไบค์ ตลาดยังโต

ขณะเดียวกัน ก็ประเมินยอดขายรถยนต์ปีนี้ ประมาณ 760,000-780,000 คัน เพิ่มราว 12-14 %

ปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดขายรถยนต์ลดลง คือ รายได้ประชากรที่ลดลง จากทั้งภาคการเกษตรและการส่งออก ทำให้มีความกังวลในการใช้จ่ายมากขึ้น จึงชะลอการซื้อรถยนต์ ขณะที่การปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินก็เข้มงวดมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องที่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกติดลอคกับข้อบังคับให้ถือครองรถยนต์ 5 ปี ทำให้โอกาสในการซื้อรถใหม่เพื่อหมุนเวียนลดลง

ประเด็นที่ทำให้ยอดขายรถยนต์ลดลง น่าจะเห็นพ้องกันในทุกฝ่าย เพราะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ก็มองว่า เนื่องจากการลงทุนของภาคเอกชนยังคงชะลอตัว ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำยังไม่ฟื้นตัว การเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน จากหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง และการเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐยังต่ำกว่าเป้าที่กำหนดไว้

ส่วนมุมมองของค่ายยักษ์ใหญ่ก็บอกว่า สืบเนื่องจากราคาสินค้าเกษตรที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ และภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กำลังซื้อยังไม่ขยายตัว ทำให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย เศรษฐกิจโดยรวมในประเทศยังคงฟื้นตัวช้า ส่งผลทางจิตวิทยาต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค และการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งมีผลถึงตลาดรถยนต์

แต่จากมุมมองของประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ มองว่า ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2-3 ปี ตลาดจึงจะกลับมาฟื้นตัว และภาวะการขายรถทั้งปีของบ้านเราปีนี้ไม่น่าเกิน 8 แสนคันอย่างแน่นอน แต่ก็เชื่อว่าตลาดครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่ดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะมีปัจจัยบวกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุนจากภาครัฐ รวมถึงมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาด แต่เราก็มองว่าปัจจัยเหล่านั้นยังไม่เพียงพอ คาดว่าตลาดรวมน่าจะขายได้ไม่เกิน 800,000 คัน

ส่วนมุมมองเกี่ยวกับอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ ท่านมองว่า การประกาศใช้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ในวันที่ 1 มกราคม 2559 นั้น เรามองว่าน่าจะส่งผลดีกับตลาดรถยนต์บางส่วนในช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากมีรถยนต์บางกลุ่มจะต้องปรับขึ้นราคาจำหน่าย และอาจจะส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในช่วงต้นปี 2559 ชะงักไปชั่วคราว แต่จากนั้นคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน เพื่อให้ผู้บริโภค ค่ายรถ และการปรับตัวของตลาดโดยรวม ตลาดก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ทั้งนี้คงต้องรอดูสถานการณ์ของตลาดรถยนต์โดยรวมอีกครั้งหนึ่ง

เก็บเอาความเห็นจากหลายทาง จากหลายความคิด หลายค่าย มาเผยให้เห็นกันว่า แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์นั้น มีอยู่จริง เพียงแต่จะเดินไปถึงช้าหรือเร็วเท่านั้นแหละ

คอยดูฝีมือรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดใหม่กันดีกว่า ว่าจะพานาวาประเทศไทย ก้าวไกลไปได้สักแค่ไหน



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2558
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Ud6xL

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
24 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th